วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 10 ตอนที่ 4 ศาสตร์แห่งการโจมตี ณ ตำแหน่งเดียว (Single Point Attack Arts)

เล่มที่ 10 ตอนที่ 4  ศาสตร์แห่งการโจมตี ณ ตำแหน่งเดียว (Single Point Attack Arts)

"เฟี้ยววววว!"
หอกแห่งความมืดแหวกผ่านอากาศและพุ่งเป็นเส้นตรงไปเจาะเข้าที่ปีกของมังกรโครงกระดูก

"ก๊าซ!"
มังกรโครงกระดูกร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด

"นี่มันแค่เริ่มต้น"
วีดยิ้มออกมา
 เขาพอใจที่จะได้เห็นมันชักดิ้นชักงอไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะฆ่ามัน
ความสุขของเขานั้นคือความทุกข์ทรมานของมัน!

ถ้าเป็นตามปกติล่ะก็ วีดคงไม่กล้าเผยรอยยิ้มอันน่ารังเกียจออกมา  แต่ตอนนี้เขาเป็นโครงกระดูกจึงสามารถหัวเราะอย่างชั่วร้ายได้เต็มที่ ดังนั้นเขาจึงหัวเราะกว้างจนกรามแทบจะแยกออกจากกัน  หัวเราะอย่างเลวร้ายยิ่งกว่าใครๆ
"กรั๊กๆ ๆๆๆๆๆ!"  

วีดหยิบเรดโพชั่นจำนวนมากออกมาจากกระเป๋า
มันเป็นยาที่ฟื้นพลังชีวิตได้อย่างรวดเร็ว
ของพวกนี้เป็นเครื่องดื่มที่ฟื้นฟูรักษาอาการบาดเจ็บ  เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่มีใครไม่ซื้อหาไว้

"พี่ๆ มารวมกันทางนี้!"
เหล่านักดาบจำนวน 55 คน ยังรอดชีวิตอยู่   ด้วยพลังชีวิตที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าแมลงสาบ  พวกเขาจึงรอดชีวิตจากการต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์

"มีอะไรเรอะ?"
"เกิดอะไรขึ้น?"
เหล่านักดาบต่างมาเตร็ดเตร่รวมกันอยู่ที่จุดรวมพล

"ถ้าพวกพี่อยู่ในอันตราย  ดื่มนี่นะ"
วีดบอกกล่าวและให้เรดโพชั่นแก่พวกเขาคนละ 9 ขวด
"กลิ่นหอมมากเลย"
"โอ้วววว"
เหล่านักดาบต่างส่งเสียงเชียร์
สำหรับพวกเขา ของพวกนี้ก็ประดุจอาหารเลิศรส!

นักดาบ 39 เปิดฝาขวด
"โอ้ กลิ่นหอมอ่อนๆ นี่มัน"

ยาแห่งชีวิตนี้ทำให้รู้สึกกระปรี้กะเปร่า
มันปรุงขึ้นจากเลือดโทรล จึงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นมันเครื่องดื่มชั้นยอด
ในมุมมองของพวกนักดาบแล้ว ของพวกนี้ เปรียบได้กับอาหารราคาแพง
"อร่อยวุ้ย"

แต่สำหรับนักดาบ 39 แล้ว  เขายังไม่ได้จำเป็นต้องใช้มันขนาดนั้น
ดังนั้นเมื่อนักดาบ 39 กำลังจะดื่มโพชั่นอีก  วีดก็กล่าวเปรยๆ บางอย่างออกมา
"แต่ว่าไปแล้ว........"
"หืม?"
"นักดาบ 16 นั้นเป็นนักรบที่ยอดมากเลยนะครับพี่"
"หือ  นายหมายความว่าไง?"
นักดาบ 39 ค่อนข้างประหลาดใจ  ดวงตาหลี่ลงด้วยความสงสัย
เจ้าคนตาย ที่ทนไม่ไหวแล้วตั้งใจตายเพื่อหนีจากอันตรายนั่นน่ะหรือ

"แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะ?"
"อืม...จริงๆ แล้ว มันเป็นเพราะผู้หญิงที่เขาชอบในคณะสำรวจน่ะพี่ใหญ่"
"อะไรจะมาดลใจให้ผู้หญิงคนนั้นมาชอบคนที่ตายไปเรอะ?"
"พี่เขาพยายามต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์เพื่อป้องกันเธอแล้วก็ตายไปอย่างกล้าหาญอ่ะครับ แล้วเธอคนนั้นจึงเพิ่มชื่อพี่เขาเป็นเพื่อนเลย"

ยืนยันการเป็นเพื่อน!
ดวงตาของนักดาบ 39 เปล่งประกาย และบรรดาฉากต่างๆ นับพันก็ผุดขึ้นในหัวเขา
พวกนักดาบที่อยู่รอบๆ คอยรอรับโพชั่นต่างสะดุด เซไปเซมาทุกคน
"การเพิ่มชื่อเพื่อนที่น่าอับอายนั่น...."
"นายล้อฉันเล่นใช่ไหม?"
"จนถึงตอนนี้ข้าคิดว่ามีแต่ผู้ชายด้วยกันเท่านั้นที่มีทักษะเพิ่มชื่อเพื่อนกันได้"

นักดาบ 39 ถามอย่างสงสัยใคร่รู้
"นายพูดว่าพี่เขาได้บันทึกผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนด้วยวิธีนั้นใช่ไหม?"
"ใช่เลยครับ ชัวร์ป้าบ"
"นายเห็นด้วยตาตัวเองเลยรึเปล่า ไม่ใช่ในฝันใช่ไหม?   คงไม่ใช่ข่าวลือตลกๆ ที่นายได้ยินนะ?"
"ผมได้รับรายงานโดยตรงจากพี่เขาเลย     พวกผู้หญิงชอบผู้ชายที่เก่งๆ อยู่แล้ว    ถ้าสู้กับมังกรโครงกระดูกในขณะที่ดูน่าประทับใจ  ต่อให้พ่ายแพ้ก็ได้แสดงให้พวกเธอเห็นถึงความกล้าหาญ  แล้วแน่นอนเลยว่าพวกเธอก็จะมองเราในแง่บวก"

นักดาบ 39  กุมอาวุธของตน
"วีด"
"ครับพี่?"
"ข้อมูลที่ยอดเยี่ยม  ขอบใจสำหรับแรงกระตุ้นนี้   โอ้ววววว!  พี่ชายคนนี้ติดค้างนายแล้ว"
นักดาบ 39 วิ่งไปหามังกรโครงกระดูกด้วยพลังทั้งหมดที่เขามี  ไม่ว่ามังกรโครงกระดูกจะแข็งแกร่งมากเพียงใด มันก็ไม่น่ากลัวเท่ากับการมานั่งล้างจานอยู่เพียงลำพัง!
นักดาบ 39 ผู้โดดเดี่ยวกู่ร้องออกมา  ต่อมานักดาบคนอื่นๆ ก็เร่งรีบตามเขาไปเช่นกัน
"ฆ่ามัน!"
"ต้องตายแบบเท่และสง่างามให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้!"
'พวกเขาไม่คิดจะถอยเลยแฮะ'
พวกนักดาบนั้นชื่นชอบการต่อสู้มากกว่าใครๆ ดังนั้นจึงไม่มีทางที่พวกเขาจะมองศัตรูว่าเป็นภาระที่ต้องแบกรับแต่อย่างใด


จนถึงตอนนี้  เมื่อคณะสำรวจได้พักผ่อนบ้าง การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหมู่กองกำลังพรีสและวิซาร์ด
"ด้วยมานาทั้งหมดที่มี....แสงสว่างแห่งเปลวเพลิงโทสะเอ๋ยจงพุ่งไปเผาไหม้ศัตรูของข้า  ระเบิดมานา!"
ระเบิดมานาของวิซาร์ด!
มังกรโครงกระดูกซึ่งบินต่ำๆ อยู่บนฝืนฟ้า  ตกลงมากระทบพื้นอีกครั้งด้วยการโจมตีจากระเบิดมานา
และเหล่านักบวชก็มาร่วมด้วย
"พลังแห่งแสงเอ๋ย โปรดมอบพลังให้ข้าทำสิ่งที่ถูกต้องและพิฆาตเหล่ามอนสเตอร์  โปรดมอบความแข็งแกร่งให้แก่ผู้รับใช้ผู้นี้เพื่อเรียกคืนแสงสว่างให้กลับมา  แม้จะต้องเสียสละตนเอง ข้าก็ไร้ซึ่งความกลัว"
เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงที่มีเฉพาะในหมู่นักบวชที่สำเร็จเป็นขั้นสองแล้วเท่านั้น

โนเบิล แซคระไฟซ์!
มันเป็นเทคนิคที่สังเวยพลังชีวิตและมานาทั้งหมดเพื่อที่จะโจมตีใส่ศัตรู
ความเสียหายนั้นรุนแรงกว่าระเบิดมานาของวิซาร์ด  แต่นักบวชนั้นจะไม่สามารถอดทนร่ายมันได้อีก
พวกเขาจะสูญสิ้นชีวิตหลังจากใช้มันไปเพียงครั้งเดียว

แม้ว่าพวกนักบวชจะยอมสละชีวิตตัวเองไปแล้ว   เหล่าสมาชิกคณะสำรวจก็ยังคงต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก
พวกเขาเป็นที่พึ่งสุดท้ายแล้วจริงๆ!

"ครู้ววววว!  เจ้าพวกมนุษย์โง่เง่า!   แสดงศักดิ์ศรีออกมาและต่อสู้ในศึกนี้อย่างมีเกียรติหน่อย!"
ร่างกายของมังกรโครงกระดูกลุกไหม้  ภายในร่างของมันมีเปลวไฟอันร้อนแรงเผาไหม้อยู่ ซึ่งนั่นต้องขอบคุณทักษะโนเบิล แซคระไฟซ์ของพวกนักบวช
มังกรโครงกระดูกที่ร่วงหล่นบนพื้นพยายามดิ้นรนต่อสู้กับความเจ็บปวดที่ได้รับจากการโจมตี

แต่โชคร้ายที่การเสียสละชีวิตของพวกนักบวชนั้นสร้างความหายนะแก่พวกอันเดดและเหล่าแวมไพร์ด้วย
"แสงสว่างอันร้อนแรงและน่ารังเกียจพวกนี้  มันขโมยพลังอำนาจไปจากเราเหล่าขุนนางแห่งความมืด"
ทักษะโนเบิล แซคระไฟซ์นั้นยังเป็นผลร้ายต่อโทริอีกด้วย
โทริและเหล่าแวมไพร์ที่แปลงเป็นค้างคาวเข้าต่อสู้นั้น บางส่วนถูกเผาไหม้เป็นเถ้าถ่านด้วยทักษะโนเบิล แซคระไฟซ์ของพวกนักบวช
แม้จะยังไม่ตาย  แต่พวกเขาก็ได้รับความเสียหายมากและถูกซัมม่อนย้อนกลับ!

อย่างไรก็ตาม  ตอนนี้เป็นโอกาสแล้ว
เหล่านักดาบและดาร์กเกมเมอร์  อาละวาดใส่มังกรโครงกระดูกด้วยการฟาดฟันดาบและอาวุธของพวกเขาใส่มัน
ฆ่ามังกรโครงกระดูก!

แต่มันยังไม่ยอมจำนน
"เจ้าพวกมนุษย์โง่เง่า!  จงรับรู้ซะว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อทำให้ข้าโกรธ!"
มันกวัดแกว่งหางที่ยาวเหยียดคล้ายแส้ของมันเพื่อจู่โจมใส่พวกมนุษย์
"ไอซ์โบลท์!"
แท่งน้ำแข็งร่วงหล่นจากท้องฟ้าราวกับเม็ดฝน   พวกนักดาบ ดาร์กเกมเมอร์ และซอยูน ต่างประสบกับมัน

มังกรโครงกระดูกพยายามรักษาอาการบาดเจ็บจากเวทมนตร์โดยอาศัยภูมิประเทศโดยรอบ
แท่งน้ำแข็งที่แหลมคมพุ่งลงมาอย่างงดงามไปทั่วทุกที่
"ว้าก!"
"ช่วยด้วย!"
พวกวิซาร์ด  ผู้ใช้ธาตุ และนักบวช  ที่สูญสิ้นพลังนั้นเป็นพวกแรกที่ตกตาย
ในหุบเขามรณะนี้ ไม่มีสถานที่ให้หลบแท่งน้ำแข็งที่ร่วงลงมา
คุณทำได้แค่รับมันด้วยร่างกายของคุณเอง!


"ความมืดอันมืดหม่นตกต้องลงบนหอก หอกที่เกิดจากความมืดทิ่มแทงเข้าใส่หัวใจของศัตรู จงมา ดาร์คสเปียร์!"
ทันทีที่มานาของวีดฟื้นฟูเพียงพอ วีดก็เรียกดาร์คสเปียร์อีกครั้ง และค่อยๆคืบคลานเข้าไปหามังกรโครงกระดูก
'เข้าไปใกล้ร่างกายใหญ่ยักษ์ของมันอีกนิดน่าจะดีกว่า'

วีด ไม่ลืมที่จะเล็งไปที่ช่องว่างระหว่างปีกและกระดูกซี่โครงของมังกรโครงกระดูก
ระยะห่างนั้นเพียงพอที่จะโจมตีโดนมอนสเตอร์ที่เชื่องช้านี้
วีดแทงหอกใส่มังกรโครงกระดูกอย่างรุนแรง
ไม่จำเป็นต้องใช้การโจมตีวิเศษวิโสใดๆ
ฉัวะ!

ร่างกายขนาดมหึมาซี่งติดอยู่บนพื้นถูกจู่โจมจากการโจมตีจำนวนมาก
เหล่านักดาบเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วอันน่าประทับใจ  แต่พวกเขาก็ต้องประสบกับมนต์ต้านทานในทันทีทันใด ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาไม่สามารถฟาดฟันใส่มังกรกระดูกได้ถนัด
แต่ด้วยสัญชาตญาณที่มีของพวกเขา แทนที่จะพึ่งพาเลเวลหรือสกิล  เหล่านักดาบประสานการเคลื่อนไหวกันและฟันเข้าใส่มังกรโครงกระดูกจนได้
"ฆ่ามัน!"
"แบบนี้พวกเราชนะได้แน่"

ต้องขอบคุณความเสียสละของเหล่าวิซาร์ดและนักบวชที่ทำให้ร่างกายของมังกรโครงกระดูกติดกับอยู่บนฟื้น
จึงทำให้พวกเขา สามารถเข้าโจมตีมันได้

อย่างไรก็ตาม  มังกรโครงกระดูกขนาดมหึมานี้ก็ยังมีพลังชีวิตเหลือมากกว่า 20%
ทันใดนั้นเอง  ดวงตาของมันก็ส่องแสงลุกวาว  มันอ้าปากขึ้นและสูดหายใจลึก

"เหรี้ยแล้วว!"
"ทุกคนหนีออกจากตรงนี้!"
วีด พวกนักดาบ และเหล่าดาร์กเกมเมอร์ เก็บอาวุธของตนและถอยออกมาเมื่อทุกสิ่งกำลังลุกไหม้
ลมหายใจมังกร!
ทักษะที่ร้ายกาจที่สุดของมัน  
ลมหายใจที่ระเบิดออกมาจากปากของมันคือสัญญาณบอกให้หนี
"มันใช้ท่านี้ได้กี่ครั้งกันเนี่ย?"
ในสัญชาตญาณส่วนลึกของวีดแล้วนั้น     สิ่งแรกที่เขาให้ความสำคัญที่สุดก็คือการหลบหนี

มังกรโครงกระดูกยกหัวของมันขึ้นจากฟื้น และปลดปล่อยลมหายใจที่ยังไม่สุดของมันออกมา
ซูมมมมมมมมมมมมมมม!
ลมหายใจแห่งมังกรถูกพ่นลงบนพื้น!
ผืนน้ำแข็งเบื้องล่างต่างละลายกลายเป็นน้ำ
ด้วยการอาศัยแรงสะท้อนจากลมหายใจ   มันบินขึ้นกลางอากาศและพุ่งทะยานออกไป   และเมื่อไปอยู่กลางอากาศแล้ว  ลมหายใจมังกรนั้นก็กระจายออกไปทุกทิศทุกทาง   มันอ่อนแรงกว่าที่ใช้ครั้งแรก  แต่อย่างไรก็ตามนั่นก็ยังมีพลังทำลายล้างเพียงพออยู่ดี

ครั้งก่อน  เหล่านักดาบและพวกดาร์กเกมเมอร์ยังพอจะหลบได้บ้าง แต่ตอนนี้พวกเขาต่างกำลังหลอมละลาย
พวกนักดาบพยายามยื้อพลังชีวิตของตนเองด้วยการคว้าโพชั่นมากิน  แต่น้ำยาฟื้นพลังพวกนี้แค่ไปเร่งอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตในช่วงหนึ่งเท่านั้น   พลังชีวิตที่ฟื้นฟูด้วยโพชั่นนั้นไม่อาจเทียบได้กับพลังชีวิตที่ลดลงจากการโจมตีของมังกรโครงกระดูก

หลังจากการโจมตีอันรุนแรง เหล่านักดาบไม่อาจจะรับมือกับพลังชีวิตที่สูญเสียไปกับลมหายใจมังกรได้
ดาร์กเกมเมอร์และนักดาบนั้นเป็นนักรบกลุ่มสุดท้ายที่รับภาระการต่อสู้ในระยะประชิดตัว
วีดและซอยูนสังเกตเห็นว่ามีเพียงพาลาดีนไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังสามารถฮีลรักษาตัวเองได้ ดังนั้นพวกเขาจึงรีบหนีอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า มังกรโครงกระดูกที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศนั้นยังมีพลังที่มันเก็บสำรองไว้
"ข้าจะทำลายทุกสิ่งให้ราบคาบ! เดม่อนสเปียร์!"
หอกขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นเบื้องหน้ามังกรโครงกระดูก
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับดาร์กสเปียร์ที่วีดสร้างขึ้นแล้ว    เดม่อนสเปียร์นั้นเป็นเวทมืดขั้นสูงกว่ามาก!
มันเป็นเวทมนตร์โจมตีระดับสูงที่อย่างน้อยต้องเป็นอาชีพจอมเวทมนตร์ดำชั้นสูงขั้น 3 ถึงจะใช้ได้
ดูเหมือนว่า เนื่องจากมังกรโครงกระดูกนั้นเอาแต่ใช้ลมหายใจมังกรจนมานาของมันแทบจะหมด  มันจึงจำต้องหันมาใช้ทักษะที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ของมันแทน

วี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!
เดม่อนสเปียร์ปลดปล่อยเสียงดังน่าหวาดกลัวเมื่อมันพุ่งเข้าหาวีด
คลื่นลมพายุพัดกระหน่ำจากจุดที่หอกขนาดมหึมาพุ่งออกมา
ด้วยการใช้พลังควบคุมทิศทาง มังกรโครงกระดูกจึงไม่พลาดเป้าหมายของมัน

"เชี่ยยยยย!"
วีดถอยหลังและออกวิ่ง
"เดธไนท์!  อันเดด  เข้ามากันไว้!"

ด้วยจำนวนอันเดดเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่  มันจึงแทบจะไร้ประโยชน์
พวกอันเดดและเดธไนท์พยายามหักล้างพลังของเดม่อนสเปียร์เพื่อความอยู่รอด  แต่หอกนั้นก็ยังทะลวงผ่านร่างกายของมันออกมาได้!
ดูเหมือนว่าทั้งเดธไนท์และอันเดดไม่มีพลังป้องกันเพียงพอที่จะต้านทานการโจมตีนี้
ร่างกายพรุนๆ ของเหล่าอันเดดต่างสลายกลายเป็นฝุ่นควัน
"ข้าขออภัย นายท่าน!"
กระทั่งเดธไนท์แวนฮอว์ค ยังถูกซัมม่อนย้อนกลับ

ตอนนี้เดม่อนสเปียร์พุ่งเข้ามาถึงเบื้องหน้าของวีดแล้ว
'ไม่คิดเลยว่าเราต้องมาตายสองครั้งสองคราในวันเดียว    วันนี้นี่มันเป็นวันที่แย่ที่สุดเลยจริงๆ '

พลังแห่งเลือดของเนโครแมนเซอร์   พลังแห่งการปฏิเสธความตาย!
จุดอ่อนอันใหญ่หลวงของมันกำลังปรากฎออกมาให้เห็น

"หลับตาอดทน!"
วีดหลับตาลง
ในที่สุดทุกอย่างก็จะจบลง
'ถ้าโชคดี บางทีเราอาจจะรอดตาย'
แต่กระนั้น แม้จะผ่านไปหลายวินาที  เขาก็ยังไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด
"หรือว่ามันพลาด?  เป็นไปไม่ได้น่า"
วีดลืมตาขึ้น และเขาก็เห็นหญิงสาวบดบังอยู่เบื้องหน้า

ซอยูน!
เธอเสียสละตนเองเพื่อขวางเดม่อนสเปียร์ไว้  ซึ่งนั่นต้องแลกมาด้วยชีวิตของเธอเอง  เธอกำลังจะตาย
วีดหยิบผ้าพันแผลของตนออกมาอย่างเร่งรีบ  แต่พลังชีวิตของซอยูนนั้นเกือบจะหมดแล้ว
ไม่ว่ามังกรโครงกระดูกจะใช้พลังสักแค่ไหน แต่ซอยูนก็สามารถหยุดมันไว้ได้
อย่างไรก็ตาม  ซอยูนเอ่ยปากออกมาด้วยสีหน้าที่พยายามอดทนอดกลั้นปนเร่งร้อนใจ
"เพื่อน...."
เธอทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ!
ต่อให้เป็นในฝัน วีดก็ไม่คิดว่าซอยูนจะพูดออกมาเช่นนี้
'เธอเป็นใบ้ไม่ใช่เหรอ?'
ขนาดตัวซอยูนเองยังรู้สึกประหลาดใจกับคำพูดที่ออกมาเลย
น้ำเสียงของเธอนั้นชัดเจนและไพเราะ ราวกับมันเปล่งออกมาจากสวรรค์
จากนั้นวีดก็ได้ยินเสียงที่แข็งทื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น

-ผู้เล่นซอยูน  ได้ส่งคำร้องขอเพื่อบันทึกคุณเป็นเพื่อน คุณจะยอมรับหรือไม่?
วีดพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
"ได้สิ"
-คุณซอยูน เป็นเพื่อนกับคุณแล้ว
แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาแค่เสี้ยววินาที  แต่ซอยูนก็จากไปพร้อมกับสีหน้าที่ปลอดโปร่งโล่งใจ
.
.
.

ก่อนหน้านี้ คราแรกที่ซอยูนเห็นมังกรโครงกระดูกพ่นลมหายใจออกมานั้น  เธอรู้สึกราวกับเสี้ยวหนึ่งของจิตใจเธอพังทลายลงไป
'วีดตายแล้ว'
จริงๆ แล้ว  ถึงแม้ทั้งคู่จะใช้เวลาร่วมกันไม่นานเท่าไรนัก  แต่ความรู้สึกของซอยูนก็ค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้น
เมื่อเธอได้มองดูรูปสลักที่วีดสร้าง   เธอก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่น
เมื่อได้ทานอาหารที่เขาทำ  เธอก็ได้เรียนรู้ความสุขอันเรียบง่าย
ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน แต่ถ้าได้อยู่ด้วยกันแล้ว เธอก็สามารถรู้สึกผ่อนคลาย
นี่ล่ะคือเพื่อน

เมื่อเห็นว่าวีดตายเพราะมังกรโครงกระดูก  ซอยูนก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงรู้สึกโกรธมาก
และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอยอมปล่อยให้โทสะเข้าครอบงำร่างกายของเธอ  ให้สมกับเป็นอาชีพเบอร์เซิกเกอร์
เธอเข้าจู่โจมมังกรโครงกระดูก โดยไม่สนใจใยดีตนเองเลยสักนิด!

แต่ดูเหมือนว่า วีดจะคืนชีพ
รูปร่างเขาเปลี่ยนไปมาก  แต่พวกนักดาบและไวเวิร์นที่วนเวียนอยู่รอบๆ วีดนั้นไม่ผิดแน่
และจากเสียงพูดคุยของพวกคณะสำรวจ  ทำให้เธอทราบเรื่องราว
'เขายังมีชีวิตอยู่'
ในมุมหนึ่งของหัวใจอันอบอุ่นนั้น เธอรู้สึกโล่งอก และปิติยินดี

'เราไม่เห็นต้องเป็นกังวลเลยนี่นา'
ซอยูนรู้สึกเขินอายอยู่เพียงลำพัง    จากนั้นเธอก็ทุ่มเทตนเองเข้าต่อสู้อย่างเงียบๆ

'ยังไงเราก็ไม่ใช่คนที่สามารถรับความรักได้อยู่ดี  ดังนั้นเราก็ไม่ควรเรียกร้องจากคนอื่น'
ในมุมหนึ่งของจิตใจเธอนั้น  เธอวางแผนไว้เพียงว่าจะอยู่กับวีดจนกระทั่งเขาจบภารกิจและจากนั้นพวกเขาก็จะแยกจากกันไป

ตั้งแต่ต้น  มันก็เป็นทางเลือกที่ถูกต้องสำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเธออยู่แล้ว
เธอตัดสินใจแล้ว   แต่เมื่อเห็นเดม่อนสเปียร์พุ่งเข้าใส่วีด  ร่างกายของเธอกลับทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิด
'ไม่!'
ซอยูนเข้าขวางวีดไว้
เมื่อได้รับการโจมตีอย่างรุนแรงจากเดม่อนสเปียร์เข้าไป  จึงทำให้เธอไม่อาจสู้ได้อีกต่อไป

'เรากำลังจะตาย'
ซอยูนสัมผัสได้ถึงความตายที่เข้ามา
เธอไม่ได้รู้สึกเสียใจเกี่ยวกับเลเวลหรือทักษะที่ลดลงแต่อย่างใด เพราะในระหว่างที่ออกล่าตามลำพังนั้น เธอก็เคยตายมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว   จนความรู้สึกกลัวตายนั้นหายไปเลย  แต่เพราะเสียดายเวลาที่ถูกห้ามไม่ให้ล็อกอินเข้าเกมเป็นวัน เธอจึงพยายามไม่ให้ตายเท่าที่จะทำได้
ถ้าคุณตายใกล้หมู่บ้านหรือใกล้ๆ ถ้ำ  คุณก็จะเกิดในสถานที่ปลอดภัย  อย่างไรก็ตาม ปัญหาก็คือสถานที่นั้นมันจะเป็นที่ไหน  และเธอจะหาวีดเจอได้อย่างไร
'การจะได้พบเขาอีกครั้งคงแทบจะเป็นไปไม่ได้  ถ้าเกิดว่าพวกเราไม่ได้เจอกันในสถานที่อันกว้างใหญ่นี้ เราคงไม่มีทางได้เห็นเขาอีก   และจะจากกันตลอดไป....'

ซอยูนนั้นกำลังถูกรบกวนจากความแปรปรวนของหัวใจ
การแยกจากกับใครสักคน
เพราะเชื่อว่าตนเองนั้นไม่มีทางได้รับความรัก  เธอจึงไม่คิดว่าการต้องแยกจากใครคนใดคนหนึ่งตลอดกาลนั้นจะสามารถทำร้ายจิตใจอันเปราะบางของเธอได้
ซอยูนหันไปหาวีด จากนั้น  เธอก็พูดออกมาอย่างไม่รู้ตัวว่า
"เพื่อน..."

-คุณวีด เป็นเพื่อนกับคุณแล้ว

.
.
.
การที่ซอยูนปรากฎตัวออกมา ทำให้วีดตกใจมาก  และนั่นทำให้เขาต้องสั่นไปด้วยความหวาดกลัว
"ยัยแม่มดมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย!    เธอต้องวางแผนชั่วร้ายอะไรอยู่แน่เลย"     (t/n ....วีด.....เอ็งนี่มัน)

มีคำกล่าวว่าดอกกุหลาบอันงดงามนั้นย่อมแฝงไปด้วยหนามที่แหลมคม
ระดับความงามของซอยูนนั้นเรียกได้ว่าทัดเทียบกับงานศิลป์แห่งศตวรรษ   รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ   ทั้งหมดทั้งมวลต่างงดงามไร้ข้อบกพร่อง   ขนาดผมดำเงางามที่ปลิวไสวนั้นยังเข้ากับรูปร่างอันยอดเยี่ยมของเธอได้พอดิบพอดี
ไม่ว่าจะเป็นจิตรกร หรือนักกวีคนไหนก็ตาม ก็ไม่อาจจะบรรยายเสน่ห์ของเธอออกมาได้
การจะพรรณนาความงามและบรรยากาศรอบตัวที่เธอเปล่งออกมานั้น เป็นสิ่งที่ยากยิ่ง
ผมยาวบางเบาที่ปลิวไสวพาดไปที่ไหล่ ผิวที่ขาวเนียนราวกับทารก  ดวงตา ฯลฯ  มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะละสายตาไปจากเธอ

แต่สำหรับวีดนั้น เขาเป็นห่วงเกี่ยวกับพิษร้ายแรงที่ทัดเทียมกับความงามของเธอมากกว่า

"จนถึงตอนนี้ เธอพูดได้  แต่เธอไม่พูด!"
มีโอกาสนับครั้งไม่ถ้วนที่เธอจะพูดออกมา ไม่ว่าจะตอนทำอาหาร หรือ ออกล่า  แต่จนถึงขณะนี้  แค่ครึ่งคำเธอยังไม่เคยเอ่ยออกมาเลย  ซึ่งนั่นทำให้สมาชิกในปาร์ตี้เข้าใจผิดว่าเธอเป็นใบ้

"นี่ต้องเป็นกับดักที่น่ากลัวมากแน่ๆ   เธออาจจะวางแผนอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้เอาไว้  แย่ๆ แย่มากๆ รู้สึกใจคอไม่ดีเลย    ทำไมถึงเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจขนาดนี้นะ"
วีดเพิ่มความระมัดระวังต่อซอยูนมากขึ้นไปอีก

"แต่ทำไมจู่ๆ เธอถึงขอเพิ่มเราเป็นเพื่อนนะ ทำไมหว่า?  จนถึงตอนนี้ เราก็ไม่ได้ตกลงอะไรกันเลยนะ"
ความสงสัยในเจตนาอันบริสุทธิ์ของซอยุนที่วีดมี   เติบโตอย่างรวดเร็ว
ความมืดมิด  แทงข้างหลัง การสมคบคิด  แผนการ หรือ หลอกลวง  วีดคิดคำนึงถึงทุกทางเท่าที่จะเป็นไปได้
ทันใดนั้น กลวิธีที่เป็นลางร้ายก็ผ่านเข้ามาในความคิดของเขา

"ไม่มีทางน่า....ใช่แล้ว! เรารู้แล้ว"
วีดใช้กำปั้นทุบฝ่ามือตนเอง หลังจากได้ข้อสรุป

"เธอพูดว่าขอบันทึกเป็นเพื่อนก่อนที่เธอจะตาย!   ผู้หญิงนี่มัน , เธอจะมาหาเรานั่นเอง"
เมื่อตาย ไอเทมของผู้เล่นทุกคนจะตก   วีดเชื่อว่าซอยูนกังวลเกี่ยวกับไอเทมของเธอที่จะตกหลังจากเธอตายไป และเดาว่า ด้วยการเพิ่มวีดเป็นเพื่อนนั้น เธอจะสามารถฝากไอเทมไว้ได้  ซึ่งเขาคงไม่มีทางทำหายหรือเอาของเธอไปขาย!

"ต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ   ช่างเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจนัก"
เป็นอีกครั้งที่วีดตัวสั่นเทา หลังจากคิดได้ว่ามนุษย์นั้นสามารถใช้วิธีการต่างๆ นาๆ ที่วางแผนไว้ เพื่อให้ตนได้มาซึ่งความสำเร็จ
บางทีมันอาจจะเป็นแค่ความบังเอิญก็ได้ที่เดม่อนสเปียร์แทงถูกเธอ    พื้นที่แถวนี้เป็นดินแดนแห่งน้ำแข็ง   มันอาจจะเป็นโชคร้ายที่บังเอิญเธอลื่นก็ได้  ใครจะรู้!

ในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนหอกจะถึงตัวนั้น วีดได้หลับตาลง  นั่นจึงทำให้เขาพลาดในหลายๆ เรื่อง
"ถ้าคิดดีๆ กรณีที่เธอช่วยเราไว้  บางทีอาจจะเป็นเพราะเธอเชื่อว่าการตายของเธอจะสามารถเรียกประโยชน์จากเราได้ในภายหลังก็เป็นได้  น่าจะใช่   คงไม่ใช่การลื่นล้มหรอก"

การปกป้องวีดนั้น ที่จริงแล้วเป็นการตัดสินใจอย่างรวดเร็วของซอยูน
แต่วีดมองไม่มองแบบนั้น  และครุ่นคิดว่าทำไม  พร้อมๆ กับตรวจดูสถานที่ที่ซอยูนตายลง  และเขาก็สังเกตเห็นไอเทมตามสัญญาที่ตกลงมา!

"อะไรวะเนี่ย"
ที่หลุมศพของซอยูน นั้นมีเสื้อหนังหนาที่สร้างจากหนังหมู  มันเป็นของที่วีดทำขึ้นเพื่อใช้สู้ความหนาว  ของที่ตกมีเพียงแค่นี้
"ไอเทมดีๆ ไม่เห็นตกเลย  น่าเสียดายจัง  เรานี่ไม่ค่อยมีดวงเลยแฮะ"

วีดหยิบเสื้อหนังขึ้นมาขณะที่บ่นพึมพำไปด้วย  ทันใดนั้นมังกรโครงกระดูกก็มาถึงพร้อมกับคำล้อเลียนดูถูก
"เจ้ามนุษย์โง่เง่าและแสนอวดดีเอ๋ย!  นี่คือขีดจำกัดของเจ้าแล้ว"

ปีกขนาดใหญ่ของมันกระพือไปมาขณะที่อยู่กลางอากาศ!
แรงปะทะจากสายลมอันรุนแรงโหมพัดไปทั่วพื้นที่และทำให้น้ำแข็งแตกออก
วีด  รวมถึงผู้รอดชีวิตจำนวนน้อยนิดของคณะสำรวจ  มองเห็นพลังที่กำลังชาร์จอยู่ในท้องของมัน   สมาชิกของคณะสำรวจต่างตกอยู่ในความท้อถอย
"พวกเราเสร็จแน่"
"มันใกล้จะตายแล้วเพราะพวกนักบวชกับวิซาร์ด  แต่ตอนที่มันบินอยู่กลางอากาศ  พวกเราก็รู้จะสู้กับมันยังไงดี"
พวกเขาต่างรู้สึกสิ้นหวัง
"ถ้าไม่มีการทรยศละก็..."
แม้มันจะสายไปแล้วที่จะมานั่งเสียใจ   แต่ก็ช่วยไม่ได้!

จนถึงตอนนี้ วีดสร้างอันเดดขึ้นมาจากพื้นจำนวนมาก
ดูลลาฮาน  ซอมบี้  กูล ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม   เป็นที่รู้กันดีว่ามอนสเตอร์พวกนี้ ช่วยอะไรไม่ได้นักถ้าต้องสู้กับมังกรโครงกระดูกที่กำลังบินอยู่กลางอากาศนั่น
แม้ว่านักเวทย์โครงกระดูกจะสามารถใช้เวทย์โจมตีมันได้ แต่มันก็ไม่ได้สร้างความเสียหายให้มังกรโครงกระดูกแม้แต่น้อย
คณะสำรวจมองไปที่วีด   พวกเขารู้สึกหมดหวัง  ไม่มีใครจะสามารถสู้ได้อีกแล้ว

"จงกลับสู่สถานที่ที่เจ้าจากมา รีเทิร์นอันเดด!"
วีดร่ายเวทย์ออกมา  พวกอันเดดล้มลงกับพื้นเมื่อสูญสิ้นพลังไป    สาเหตุที่เขาทำเช่นนี้เพราะต้องการฟื้นมานา
พวกคณะสำรวจเชื่อวีดว่าจะทอดทิ้งพวกเขาแล้ว  ซึ่งนั่นจะทำให้ภาระหน้าที่ของพวกเขาเพิ่มขึ้นไปอีก
"อา ในที่สุด!"
"ใครจะไปไหนไม่ได้ จนกว่าจะตาย"

มังกรโครงกระดูกหัวเราะอย่างเย้ยหยันใส่เหล่ามนุษย์
"เจ้าพวกเผ่าพันธุ์มนุษย์โง่เขลา! จงสำนึกถึงความผิดเสียเถอะ!"

แต่ทันใดนั้น
"มังกรโครงกระดูก  แกยังไม่รู้ตัวอีกรึ?  ไม่เห็นรึไงว่าเกิดอะไรขึ้น?
วีดไม่แสดงอาการลังเลแม้แต่น้อย ตอนที่เขายั่วเย้ามัน

"โคตรขำเลยว่ะ ที่แกคิดว่าข้าจะมาจบสิ้นลงตรงนี้     แกคิดว่าแกพูดอยู่กับใครวะ   รู้ตัวรึเปล่า?"
"แก....แกมันบ้า!"


วีดตั้งใจจะข่มขู่มังกรโครงกระดูกเช่นนี้
สำหรับมังกรโครงกระดูกแล้ว  มันไม่จำเป็นต้องมาข่มขู่สิ่งที่จะเป็นอาหารของมัน
เป็นที่รับรู้กันดีว่า มังกรโครงกระดูกนั้น เป็นมอนสเตอร์ที่ยากจะต่อกร
โดยทั่วไป มันก็เหมือนเอาไข่ไปกระทบหิน
มันไม่เรียกว่าการต่อสู้ด้วยซ้ำ!

แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปมาก
'จากการต่อสู้ที่ผ่านมา พลังชีวิตมาลดลงต่ำกว่า 20%  บวกกับเวทย์ต่างๆ ที่มันใช้ออกมา   มานาก็คงไม่เหลือแล้ว'
ไม่มีเหตุผลให้ต้องตื่นตกใจ
เนื่องจากพลังชีวิตที่ลดลงอย่างมาก  พละกำลังและความแข็งแกร่งของมันควรจะลดลงไปด้วย

แม้มังกรโครงกระดูกจะแสดงออกมาอย่างโอ้อวดโอหัง   แต่ความเป็นจริงแล้ว มันอ่อนแอลงมาก
การต่อสู้ที่ผ่านมานั้นคุ้มค่า

วีดกู่ร้องออกมา
"ปิงหลง  ประจัญบาญญญญญญญญญญญญญญ!"
เสียงตะโกนของวีดดังก้องไปทั่วหุบเขามรณะ

ครึนนนน!
เป็นอีกครั้งที่น้ำแข็งเหนือหุบเขาแตกกระจายและหิมะก็ถล่มลงมา

"กรรรรรรรรรรรรรรรรร!"
และเพื่อตอบรับการร้องเรียกนั้น  เสียงร้องดังลั่นก็ดังมาแต่ไกล

มีบางสิ่งกำลังมา
ตอนแรก มันก็ดูเหมือนนกตัวเล็กๆ แต่รูปร่างของมันก็ใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นเรื่อย!

ปิงหลง!
ปิงหลงปรากฎตัวพร้อมกับร่างกายขนาดมหึมาที่ยาวหลายร้อยเมตร   มันตัวใหญ่เกือบเท่ามังกรโครงกระดูก

"ลุย  ฆ่ามันให้ได้!"
ด้วยคำสั่งของวีด ปิงหลงบินด้วยความเร็วสูงและพุ่งเข้าหามังกรโครงกระดูก

โครม!
ปิงหลงพุ่งเข้าชนมังกรโครงกระดูก!
มังกรโครงกระดูกที่บินร่อนอยู่กลางอากาศนั้น  ถูกกระแทกร่วงหล่นลงบนพื้น

ปิงหลงเปิดตัวได้อย่างยอดเยี่ยม!
อย่างไรก็ตาม มันก็เกลือกกลิ้งไปกับพื้นเช่นกัน
แรงปะทะอันรุนแรงนั้นก็ทำให้มันได้รับความเสียหายบ้างเช่นกัน
"ข้าจะฆ่าแก"
"เจ้านายสั่งให้ข้าสู้แล้ว  เอ็งตาย!"
มังกรโครงกระดูกกับปิงหลง ขู่อาฆาตและเข้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด

มังกรโครงกระดูกเป็นฝ่ายเข้าจู่โจมก่อน
มันจู่โจมเข้าใส่สีข้างของปิงหลงด้วยหัวโครงกระดูกขนาดใหญ่ของมัน
ด้วยการโจมตีอย่างหน้ามืดตามัวจนน้ำแข็งแตกเป็นชิ้นๆ แกนปีกของปิงหลงจึงได้รับบาดเจ็บจนได้
การโจมตีของมังกรโครงกระดูกผู้อหังการ!

แต่นั่นก็ไม่อาจจะหยุดปิงหลงได้   ปิงหลงกระแทกขาหลังและฟาดหางเข้าใส่ลำตัวของมังกรโครงกระดูก และกรีดกรงเล็บเข้าใส่มันอย่างมุทะลุ
"ก๊าซ!!"
"อั๊ก   เจ็บ!"
มังกรโครงกระดูกร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดจากการโจมตีของปิงหลง   ในขณะที่ลำตัวขนาดยักษ์ของปิงหลงยังลอยอยู่นั้น  มันทั้งกัดและกรีดกระชากเข้าใส่ศัตรู

การต่อสู้ระหว่างมังกรสองตัว เปลี่ยนพื้นเบื้องล่างให้กลายเป็นซากปรักหักพังราวกับพายุทอร์นาโดพึ่งผ่านพ้นไป
สายลมอันรุนแรงที่ส่งออกมานั้น พัดพาละอองหิมะและเศษน้ำแข็งกระจายไปทั่ว
ราวกับเป็นแผ่นดินไหวอันรุนแรงจนทำให้ไม่อาจทรงตัวไว้ได้

วีดมองการต่อสู้ของทั้งสองอย่างใจเย็น
'มังกรโครงกระดูกอ่อนแอลงแล้ว'
พลังของปิงหลงนั้นเพียงพอให้ทัดเทียมกับมันได้ อย่างไรก็ตามปิงหลงนั้น กระตือรือล้นอยากจะต่อสู้กับมังกรโครงกระดูกมาก เพราะมันเบื่อหน่ายกับการรอคอย
ถ้ามังกรโครงกระดูกอยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มร้อย   มันคงเอาชัยปิงหลงได้ในพริบตาด้วยการกัดกระชากคอของปิงหลงขาด

'แก่นของการต่อสู้นั้นขึ้นอยู่กับว่าฝั่งไหนจะตายก่อน'
วีดไม่ใช่คนประเภทที่จะทำแค่นั่งรอดูเพียงอย่างเดียว
"ไวทรี   ออกมาข้างหน้า!"
"รับทราบนายท่าน!"

จริงๆ แล้ว พวกไวเวิร์นนั้นไม่กล้าหาญชาญชัยพอที่จะเข้าไปใกล้ระยะของมังกรโครงกระดูก    แต่พวกมันก็ทำได้แค่ก้าวออกมาและยอมรับชะตากรรมที่ต้องเป็นพาหนะของวีด  และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ตายด้วยน้ำมือของเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

วีดไต่ขึ้นไปบนหลังของไวเวิร์น
"บินขึ้น เราจะลุยกันแล้ว"
"จัดไป นายท่าน!"


                                -พละกำลังลดลงเนื่องจากความหนาว

ความหนาวเย็นของท้องฟ้าในดินแดนเหนือนี้ ช่างยากจะรับมือ  ก่อนหน้านี้วีดต้องเป็นไข้สูงเพราะบินร่อนอยู่บนท้องฟ้านี้     แต่ถ้าเขารอต่อไป มันก็ไม่แน่นอนว่าพวกเขาจะสามารถฆ่ามังกรโครงกระดูกได้หรือไม่

'อย่าไปหวังอะไรกับโชคลาภนัก   เราต้องสู้ด้วยตัวเอง!'
วีดที่อยู่บนหลังไวเวิร์น  เรียกดาร์กสเปียร์ออกมาอีกครั้ง
เพื่อให้แน่ใจว่ามังกรโครงกระดูกจะถูกสังหารลง   วีดตัดสินใจเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวพันกับการต่อสู้โดยตรง

"บินด้วยความเร็วสูงสุด!"
ด้วยคำสั่งของวีด  ไวทรี กระพือปีกอย่างรุนแรงขึ้นไปอีก

สายลมอันบ้าคลั่ง!

จากนั้นวีดก็พุ่งหอกแห่งความมืดออกไปอย่างรุนแรง  เขาเล็งไปที่บริเวณซี่โครงของมัน
ดาร์กสเปียร์พุ่งเข้าไปในสนามต่อสู้   มันฝ่ากำแพงสายลมที่ล้อมรอบปิงหลงและมังกรโครงกระดูกเข้าไป

เปรี้ยง!
ประกายไฟขนาดใหญ่ประทุขึ้น
'ต้นกำเนิดชีวิตของมังกรโครงกระดูกนั้นอยู่ที่พลังป้องกันของมัน   ด้วยพลังป้องกันมหาศาลและพลังชีวิตจำนวนมาก นั้น  มันจึงไม่ตกตายลง  ถ้างั้น เราจะฆ่ามันยังไงดี?'

วีดนึกย้อนถึงอดีตเมื่อนานมาแล้ว   ตอนที่เขาเรียนดาบที่โรงฝึก
"ลี ฮุน  เจ้าสามารถใช้ดาบโค่นต้นไม้ใหญ่ขนาดที่แขนเจ้าโอบไม่รอบได้หรือไม่?"
ลีฮุน สายหน้าให้กับคำถามของ อัน ฮุนโด
มันเป็นไปไม่ได้
ไม่ว่าดาบนั้นจะคมเพียงใด  หากเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ที่หนามาก ก็ไม่อาจจะฟันให้ขาดได้   โดยเฉพาะต้นไม้ที่ยังไม่ตายนั้นถึงขนาดสามารถทนรับคมขวานได้หลายต่อหลายครั้ง
อาวุธที่บางเบานั้นไม่เหมาะกับการตัดต้นไม้

"ผมคิดว่าการฟันด้วยดาบนั้น....เป็นไปไม่ได้  "
"งั้นรึ?  มันยากก็จริง แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้   พวกพี่ใหญ่ของเจ้าสามารถทำได้นะ   พวกเขาสามารถฟันต้นไม้ขนาดใหญ่ให้โค่นลงได้   ในหมู่นักเรียนแล้ว  คนที่ทำได้คงมีประมาณครึ่งหนึ่งมั้ง?"
ลี ฮุน ตกตะลึง
"มันจะเป็นไปได้ยังไงกันครับ?  ไม่ว่าพวกเขาจะเหวี่ยงดาบเก่งแค่ไหน  แต่พละกำลังที่ต้องใช้ทำแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยนะครับอาจารย์"
"มันคือการตัดลายเนื้อไม้"
"ลายเนื้อไม้?"
"ไม่ว่าจะบนสวรรค์หรือโลกมนุษย์   สรรพสิ่งล้วนมีเส้นแห่งความตาย  ถ้าเจ้าสามารถตัดผ่านมันไปได้  เจ้าก็สามารถฟันทุกสิ่งที่เจ้าต้องการให้ขาดได้  โดยไม่ต้องอาศัยพละกำลังมหาศาลแต่อย่างใด   ไม่ว่าจะเป็นก้อนหินหรือแท่งเหล็ก ตราบใดที่เจ้าตัดไปที่เส้นแห่งความตายนี้  มันก็ไม่ยากที่จะผ่ามันให้ขาด"
"ผมก็ทำได้เหรอครับ?"
"ถ้าเจ้าพยายามนะ   ผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิด  มันต้องอาศัยเวลา    ดาบอย่างเดียวมันก็เป็นแค่ดาบ  แต่ดาบที่ถือโดยคนที่เพียรพยายามอย่างหนักหลายสิบปีย่อมสามารถฟาดฟันทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ได้"
อัน ฮุนโด  กล่าวถึงอดีตของตนเองอย่างกระฉับกระเฉง   เขาเล่าถึงการฝึกฝนวิถีดาบของเขาเองที่เรียนรู้โดยตรงจากสนามรบสมัยที่ยังเป็นหนุ่ม

แต่ในเกมรอยัลโร้ด  เขาก็พบโดยบังเอิญว่ามันต่างออกไป
อัน ฮุนโดหัวเราะออกมา
"ในเกมรอยัลโร้ด  บนทวีปเวอร์เซลล์  มีองค์ประกอบที่น่าสนใจหลายอย่าง  พวกเราค้นพบผลลัพท์ที่คล้ายคลึงกัน"
"อาจารย์จะบอกผมว่า  ถ้าฟันใส่เส้นแห่งความตาย  ก็สามารถฟันทุกอย่างให้ขาดได้งั้นเหรอครับ?"
"ก็ใช่ แต่มันต่างกันอยู่พอสมควร  จากการทดลองที่ผ่านมา วิธีที่ดีที่สุด ที่พวกเราค้นพบก็คือการทุ่มพลังไปที่ตำแหน่งเพียงตำแหน่งเดียว"
"มันหมายความว่ายังไงเหรอครับ ผมอยากรู้"

อัน ฮุนโด ตอบวีดโดยไม่ลังเลเกี่ยวกับรอยัลโร้ด
ในเกมรอยัลโร้ดนั้น คุณสามารถเหวี่ยงดาบที่ไหนก็ได้    มันเป็นเกมเสมือนจริงที่ไม่ได้เพิกเฉยต่อความดีข้อนี้
มีการกล่าวไว้ว่า  ดาบนั้นมีเพื่อปกป้องตนเอง ฝึกฝนตนเอง และดูแลครอบครัวตนเอง
อัน ฮุนโด  ทราบว่าทำไมลีฮุนถึงเล่นเกมรอยัลโร้ด  ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลให้ตำหนิเขา
"พวกมอนสเตอร์จะได้รับความเสียหายแตกต่างกันไปทุกครั้งตามวิถีดาบที่พวกเราใช้  ข้าเชื่อว่าเจ้ารู้เรื่องนี้ดี ใช่ไหม?"
"ครับ พลังโจมตีของดาบจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เราโจมตีโดน"

ในรอยัลโร้ด  คุณต้องเคลื่อนไหวร่างกายตนเองโดยตรง
และการที่คุณต้องเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อกวัดแกว่งดาบนั้นเอง   ความเสียหายที่ทำได้จึงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
จังหวะโอกาส และความสมดุล,  พลังและความเร็ว  ,เทคนิค  พลังโจมตี   และพลังป้องกันของมอนสเตอร์  สิ่งเหล่านี้คือองค์ประกอบหลักของความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ซึ่งควบคู่ไปกับองค์ประกอบเล็กๆอีกหลายอย่าง
"ใช่แล้วล่ะ  นี่คือเหตุผลแรก  ค่าสถานะและระดับเลเวลก็สำคัญ    แต่วิธีที่จะสร้างความเสียหายได้มากที่สุดก็คือการเน้นไปที่จุดๆ เดียว"
"หมายถึงการโจมตีใส่จุดสำคัญเหรอครับ?"
"นั่นก็เป็นวิธีที่ดี แต่บางอย่างก็ไม่มีจุดสำคัญให้โจมตีนะ   อย่างไรก็ตาม  แม้กระทั่งมอนสเตอร์ที่ร้ายกาจก็ยังถูกผูกมัดให้จำนนต่อ  การเจาะเกราะ**** (cryptanalysis)  แต่ต้องระวังไว้ เพราะวิธีการนี้ไม่ง่ายเลยที่จะดำเนินการ"

ลี ฮุน มักจะเกิดคำถามกับการโจมตีอันรุนแรงของพวกนักดาบเสมอ   เพราะพลังโจมตีที่พวกนักดาบแสดงออกมาให้เห็นนั้นรุนแรงเกินจะเทียบได้    ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอื่นที่คล้ายคลึงกับนักศิลปะการต่อสู้แค่ไหนก็ตาม
ตอนเลเวลของพวกนักดาบประมาณ 50  พวกเขาได้รับอาชีพเกี่ยวกับการต่อสู้ และสามารถจัดการพวกมอนสเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว   ซึ่งนับทำให้เขาแปลกใจ    ลีฮุนถามขึ้น
"การเจาะเกราะ คืออะไรเหรอครับ?"
"มันคือการที่เจ้าโจมตีซ้ำๆ ณ ตำแหน่งเดียวไปเรื่อยๆ"
"นั่นผมทราบครับว่า  ถ้าเราตีซ้ำอยู่ส่วนเดียว จะสามารถทำให้ค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นได้บ้าง"
ลี ฮุน นั้น หาข้อมูลว่าต้องออกล่ายังไงก่อนเข้าเล่มเกมรอยัลโร้ด  หรือพูดได้อีกอย่างว่า ลีฮุนนั้นได้ใช้วิธีนี้เข้าต่อสู้ได้เป็นอย่างดี ความลับนี้ ไม่ถึงกับเรียกได้ว่าเป็นสิ่งพิเศษแต่อย่างใด

อัน ฮุนโด หัวเราะอย่างตรงไปตรงมาและกล่าวเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ออกมา
"เจ้าเคยเพ่งสมาธิโจมตีใส่เพียงตำแหน่งเดียวจริงๆ งั้นหรือ?"
"แต่มันก็ไม่ค่อยให้ผลลัพธ์มากเท่าไหร่นะครับ   ยังไง ผมมั่นใจว่าคำนั้นคงมีความหมายอื่นอยู่
อาจารย์หมายความว่าโจมตีอย่างแม่นยำ ณ ตำแหน่งนั้นจริงๆ งั้นเหรอครับ?"
"เจ้าเรียนรู้ได้ไวมาก  ตำแหน่งที่เจ้าโจมตีไว้    ก็โจมตีมันเข้าไปอีกครั้ง  และหลังจากนั้นมันจะอ่อนแอลง   บีบให้เล็กยิ่งกว่าเล็บมือ  ให้เล็กยิ่งกว่าเม็ดข้าว   เพ่งการโจมตีไปที่ตำแหน่งนั้น    ต่อให้เจ้าขาดแคลนพละกำลัง เจ้าก็ยังสามารถสังหารมอนสเตอร์ได้"

อัน ฮุนโดรู้ดีกว่าเทคนิคของเขาไม่ใช่สิ่งที่ใครๆ ก็สามารถใช้ได้
คุณต้องเหวี่ยงอาวุธของคุณด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี และโจมตีอย่างต่อเนื่องไปที่ตำแหน่งซึ่งเล็กกว่าเม็ดข้าวอย่างไม่หยุดหย่อน
ต่อให้เป็นเป้าหมายที่ไม่เคลื่อนที่  มันก็มีโอกาสที่คุณจะตีพลาดได้

ยิ่งเป้าหมายเป็นมอนสเตอร์คล่องแคล่วว่องไวแล้ว  คุณยิ่งต้องเข้าใจและคาดการณ์ความเคลื่อนไหวล่วงหน้าและจากนั่น ในห้วงเวลาชี้ขาด  คุณต้องสอดประสานทุกการเคลื่อนไหวเพื่อระเบิดการโจมตีออกมาพร้อมๆ กัน
ต่อให้เป็นอัจฉริยะเพียงใด การจะมาถึงจุดนี้  แค่ในฝันก็ยากแล้ว

อัน ฮุนโด กล่าวออกมาโดยไม่ลังเลย
"เพื่อที่จะนำดาบเข้าสู่การต่อสู้   เพื่อชีวิตที่สูญสิ้นไป  เวลาต้องถูกกำหนด   ในช่วงเวลานั้นการจะเรียกเจตจำนงค์ของเจ้าออกมานั้น ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้   แต่มันเป็นไปได้เพราะมนุษย์นั้นไม่ใช่เครื่องจักรแต่อย่างใด"

เล่ม 10 ตอน 4 จบ
.
.
<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: