วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 6 ตอนที่ 4 ห้องอาหารโรงแรม วี (The Restaurant of Hotel V)

เล่มที่ 6 ตอนที่ 4 ห้องอาหารโรงแรม วี (The Restaurant of Hotel V)


ตั้งแต่เช้าตรู่ห้องอาหารเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกของผู้จัดการร้านและเหล่าพนักงานเพื่อเตรียมต้อนรับแขกคนสำคัญ ผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลี ผู้ลิขิตความสำเร็จด้วยตัวเองจากความว่างเปล่า เขาคือประธานคังซึ่งได้จองโต๊ะดินเนอร์เอาไว้   มักมีอาหารบางจานที่คุณจะวิจารณ์ได้ แต่ครั้งนี้หัวหน้าพ่อครัวและผู้จัดการร้านรู้ดีว่าต้องพิเศษกว่านั้น (ต้องอร่อยทุกจาน)
กล่าวกันว่าประธานคังเป็นสามีผู้ซื่อสัตย์ และมีข่าวว่ากำลังเตรียมงานฉลองแต่งงานครบ 40 ปีให้กับเขาและภรรยา ซึ่งโรงแรมเป็นผู้เตรียมการสำหรับสิ่งนี้
จากความสนใจของภรรยาประธานคัง งานศิลปะต้องแขวนไว้ที่กำแพงทุกด้าน และบนพื้นต้องปูด้วยพรมผืนใหม่ วงดนตรีที่มาแสดงต้องเป็นระดับชั้นนำของประเทศหรือกระทั่งระดับโลก เค้กเฉลิมฉลองต้องสั่งทำและประดับตกแต่งด้วยแสงเทียนนับ1000 เล่ม
ในส่วนการทำอาหาร การจัดเตรียมต้องสมบูรณ์แบบ วัตถุดิบแต่ละชนิดต้องสดใหม่ การรักษาความสดถึงกับต้องขนส่งทางอากาศมาจากต่างประเทศซึ่งมีลักษณะเป็นเทือกเขาสูง เมื่อวัตถุดิบออกจากห้องครัวต้องต้องขึ้นเครื่องบินมาทันที
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือพิธีการฉลองงานครบรอบแต่งงาน
มีการสั่งให้แสดงความงดงามของภรรยาท่านประธานคังด้วยการแกะสลักน้ำแข็ง    จากประติมากรต่างชาติผู้มีชื่อเสียงก้องโลก
เป็นก้อนน้ำแข็งในรูปหญิงสาวผู้งดงาม !
ณ ขั้วโลกเหนือ รูปสลักนี้สร้างมาจากก้อนน้ำแข็งทวีปอาร์คติก พื้นผิวสะท้อนดังอัญมณีสีขาว ใช้เวลากว่า 20 วันในการปั้นใบหน้าให้เป็นน้ำแข็ง บนน้ำแข็งไม่มีพื้นผิวจุดใดขรุขระเลยแม้แต่น้อย แสงสะท้อนและหักเหเป็นเกลียวคลื่นงดงามใต้โคมระย้าหรู
 “สวยจัง”
 “ลือกันว่าท่านประธานคังเตรียมงานนี้เพื่อภรรยาสุดที่รัก”
ขณะจัดเตรียมงาน เหล่าพนักงานของโรงแรมค่อนข้างอิจฉาท่านประธานคังที่ได้ทานอาหารต่อหน้าน้ำแข็งสลักรูปหญิงงาม
แต่ในขณะกำลังจัดวางรูปสลักข้างๆโต๊ะ(อาหาร)น้ำแข็งเกิดแตกและตกกระจายบนพื้น
ผู้จัดการแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
 “นี่แกปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง !”
“ผม ขอโทษ”
“ขอโทษ แกพูดได้แค่นี้งั้นรึ?”
เหตุการณ์รูปสลักน้ำแข็งแตกนี้ถึงกับเรียกผู้จัดการใหญ่ของโรงแรมมา  ผู้จัดการใหญ่ซึ่งรับผิดชอบส่วนห้องอาหารด้วยปรากฎตัวหน้าเหล่าลูกน้อง  ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเห็นก้อนน้ำแข็งแตกบนพื้นผู้จัดการใหญ่ถึงกับทรุดลงไป   มันหมดหวังแล้ว
ส่วนคอของรูปสลักหัก จมูก ปากและตาก็เสียหายเกินซ่อมแซม ยังมีส่วนอื่นๆอีกที่แตกหัก แทบจะไม่เหลือเค้าเดิมของน้ำแข็งสลักรูปหญิงงามเลย
 “แล้วเราจะรับมือกับความโกรธของท่านประธานคังยังไงกันละเนี่ย… ท่านประธานคังเป็นแขกคนสำคัญมาก เขาต้องไม่พอใจบริการของเราเป็นแน่   กำไรของโรงแรมจะลดลงฮวบฮาบและมันก็จะเป็นจุดจบของพวกเรา”
“ตอนนี้ เรายังไม่รู้เลยว่าจะซ่อมมันยังไงดี…”
“ซ่อมงั้นรึ ? น้ำแข็งนี้จะทำอะไรได้ ? มันทำอะไรไม่ได้แล้ว เชฟทุกคนก็เตรียมอาหารจากพิเศษไว้แล้วหวังว่าเราจะทำให้ประธานคังพอใจได้ด้วยคุณภาพบริการและก้าวผ่านอุปสรรคนี้ไปได้
ผู้จัดการใหญ่พยายามทำทุกวิธีทางที่จะคลี่คลายเหตุการณ์แต่เหล่าพนักงานก็ทำอะไรไม่ถูกนอกจากกังวลใจ
 “เราเตรียมงานนี้เพื่อท่านประธานคัง เราก็ตกแต่งโรงแรมก็ตามคำขอของเขาแล้ว ใจเย็นไว้”
“เราจะทำยังไงกันดี อะไรก็ได้”
“จริงหรือครับ งั้นคุณไม่มีสิทธิยกเลิกงานเลี้ยงนี้เองแล้วนะ ประธานคังต้องรู้เรื่องก่อนแน่ๆเลย  ผู้จัดการใหญ่”
“อึก.”
ผู้จัดการใหญ่ถอนหายใจเฮือกใหญ่
เธอเคยแต่บริการลูกค้าด้วยความสุภาพและสร้างความประทับใจ ตอนนี้เธออยู่ในวัยสามสิบปลายและเพื่อประโยชน์ของโรงแรมเธอเคยผ่านความท้าทายมามากมาย   แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอหมดท่าและยิ่งกับประธานคังยิ่งแล้วใหญ่
ผู้จัดการใหญ่คิดว่าประธานคังต้องไม่อยู่เฉยเป็นแน่ที่เห็นงานครบรอบ 40 ปีของตัวเองพังไม่เป็นท่าแบบนี้
 ‘มันต้องมีทางออกซักทาง ไม่มีอะไรจะเสียแล้วมีแต่ต้องลองวิธีนี้เท่านั้น’
 “ไปพาตัวช่างแกะสลักมาซ่อมน้ำแข็งนี้ให้เร็วที่สุด! อย่างน้อยก่อนที่ประธานคังจะมาถึงในหนึ่งชั่วโมงนี้ เอาน้ำแข็งส่วนที่แตกไปทำความสะอาดแล้วติดกลับไปที่เดิม”
“แต่เราเหลือเวลาแค่ 30 นาทีเองนะครับ”
ลี ฮุน และ ลี ฮายันกำลังดูความอลหม่านนี้ ในตอนแรกเมื่อน้ำแข็งมาถึงเขาคิดว่าเป็นรูปสลักที่สวยทีเดียว หลังจากนั้นรูปสลักก็เกิดแตกและเหตุการณ์วุ่นๆทั้งหลายก็เกิดขึ้น นำห้องอาหารไปสู่ความโกลาหลที่ควบคุมไม่ได้ ผู้คนเดินล้อมผู้จัดการ พวกเขากระโดดไปกระโดดเหมือนก้อนน้ำแข็งที่กลิ้งไปรอบๆ
พนักงานที่ก่อเรื่องทำอะไรไม่ถูก หน้าของเขาซีด น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม
ฮายันมองพวกเขาด้วยความสงสาร แล้วเธอก็พูดบางอย่างโดยไม่ลังเล
 “ฮ้า พี่ พี่เล่นอาชีพเป็นช่างแกะสลักนินา พี่ไม่สนใจช่วยพวกเขาหน่อยหรอ ?”
ประติมากรแสงจันทร์ในตำนาน
นั่นเป็นในรอยัลโรดและลี ฮุนเกือบจะลืมไปแล้วว่าเคยบอกเธอ
แต่ลี ฮายันก็ไม่เคยลืม
พนักงานที่เคาเตอร์ด้านหน้าก็ไม่พลาดที่จะได้ยินเช่นกัน
 “คุณลูกค้าครับ เอ่อ คุณลูกค้าเป็นประติมากรหรอครับ ? ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยนะครับ เล็กๆน้อยๆก็ยังดีครับ”
“…..”
ลี ฮุนไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่มีพนักงานได้ยินที่พวกเขาคุยกันและผู้จัดการใหญ่ก็วิ่งมาทันที ครั้งแรกที่เห็นลี ฮุนเธอสงสัยว่าเขาจะเด็กเกินไปไหมแต่ในสถานการณ์แบบนี้คุณต้องพยายามทุกทาง ในชีวิตจริงประติมากรไม่ใช่อาชีพที่จะหากันได้ง่ายๆ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหามาภายในครึ่งชั่วโมง แต่ตรงนี้มีคนที่พร้อมมาให้คุณหนึ่งคน ?
ผู้จัดการใหญ่อ้อนวอน
“โปรดช่วยพวกเราด้วยนะคะ ได้โปรด”
เหล่าพนักงานก็ผสมวงด้วย
“คุณช่วยซ่อมรูปสลักน้ำแข็งทีเถอะครับ”
มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลีฮุนไม่อาจปฏิเสธคำขอร้องของชายหญิงกลุ่มนี้ได้ เป็นอุบัติเหตุที่คนอื่นก่อขึ้นแล้วทำไมเขาต้องมารับผิดชอบด้วย
แต่ครั้งนี้น้องสาวของเขากำลังดูอยู่ อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากทำตัวไร้มนุษยธรรมต่อหน้าน้องสาว


***********************


30 นาทีต่อมาคุณและคุณนายคังก็มาถึง พร้อมกับเลขาและผู้ดูแลส่วนตัว คุณอาจรู้สึกได้ถึงความหัวดื้อและความชราของประธานคัง เขาและภรรยามาในชุดประจำชาติเกาหลีอย่างดี อาหารถูกส่งออกมาตามที่จองไว้และผู้จัดการมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
 “ขอให้มีความสุขนะคะ”
เทียนกว่าร้อยเล่มถูกจุดไว้ณ ที่นี้
 “ขอบคุณมาก ฮืมม คุณได้เตรียมตามที่ผมสั่งไว้หรือยัง ?”
“เรียบร้อยค่ะท่าน อาหารกำลังมาถึงในไม่ช้า”
วันนี้ทั้งวันประธานคังอารมณ์ดีเป็นพิเศษเพราะภรรยาที่น่ารักของเขา
ตลอด 40 ปีแห่งชีวิตการแต่งงานมีทั้งสุขและทุกข์ วันนี้พวกเขาอยากใช้ที่นี่ฉลองด้วยกันอย่างมีความสุข
ประธานคังนั่งลงและพูดว่า
 “เอาสิ่งที่ผมให้จัดไว้ออกมาเร็ว เราจะทานอาหารกันแล้วผมอยากจะเซอร์ไพรส์ภรรยา”
“ได้ครับท่าน เราจะนำมันมาในไม่ช้า”
ขณะพวกเขาทานอาหาร ผู้จัดการร้านยังไม่ลืมยิ้มแย้มแม้กำลังเหงื่อตกก็ตาม ส่วนด้านอาหารก็ไว้ใจได้พนักงานรู้สึกสดใสและสดชื่นและวงดนตรีกำลังบรรเลง เมื่อเวลาทานอาหารเริ่มขึ้นประธานคังก็ยิ้ม(แห้งๆ)แล้วถามภรรยาว่า
 “ไม่สนุกหรอที่รัก”
“ไม่ค่ะ ฉันชอบ ห้องอาหารที่นี่บรรยากาศดีทีเดียว”
ประธานคังเกาหัวกับคำตอบ ไม่ว่าเขาจะมีธุรกิจใหญ่โตขนาดไหนแต่สำหรับภรรยา เขายังคงเป็นคนเดิมเสมอไม่เคยเปลี่ยน สำหรับ 40 ปีแห่งความสุขของชีวิตคู่ที่ใช้เป็นแรงขับดันและความมุ่งมั่นในการทำธุรกิจ
หน้าของภรรยาประธานคังซีดแดงขึ้นเล็กน้อยมีรอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าที่เหี่ยวย่น
 “แต่การมาที่นี่ก็ลำบากไปนิดสำหรับคนวัยอย่างเรานะคะ”
“คุณยังสาวอยู่นา งั้นเราออกมาเที่ยวกันให้บ่อยขึ้นนะ”
บรรยากาศค่อยๆโรแมนติกมากขึ้น
 ‘แล้วที่บอกให้เตรียมไว้ เมื่อไหร่จะมาซักทีละเนี่ย อยากจะเซอร์ไพรซ์ที่รักเต็มแก่แล้ว…’
ประธานคังพยักหน้าส่งสัญญาณให้เลขาฯ เขาวางแผนให้นำรูปสลักมาตั้งหน้าโต๊ะอาหารก่อนเริ่มทานอาหาร
แต่ก็ไม่มีรูปสลักมาตั้งแต่อย่างใด
 ‘รออะไรกันอยู่เล่า ?’
เวลาก็เดินไปเรื่อยๆ
ออเดิร์ฟเป็นซุปเรียบๆและอาหารพื้นเมือง
เหลือแต่รอรูปสลักออกมาให้ยลโฉมเท่านั้น
แต่ตอนนี้มันเป็นแค่ก้อนน้ำแข็งสูงเท่าตัวคน !
ต้องเอียงรูปสลักเพื่อจะผ่านประตูเข้ามาได้ พนักงานยกก้อนน้ำแข็งมาและวางมันต่อหน้าโต๊ะของประธานคัง
 ‘อะไรกันเนี่ย!!’
ใบหน้าประธานคังเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาสั่งงานนี้กับนักแกะสลักระดับโลก มันต้องมีอะไรผิดปกติแน่
 ‘ความผิดพลาดไม่ควรเกิดตอนนี้’
ตาของเขาเหลือบมองต่ำไปที่พรมใต้โต๊ะเห็นพรมถูกทำความสะอาดอย่างลวกๆยังและเปียกอยู่เลย
 ‘เป็นไปไม่ได้ … น้ำแข็งแตกงั้นรึ?’
ด้วยความโกรธประธานคังเกือบจะลุกขึ้น(ด่า)แล้ว
จากนั้นลี ฮุนก็ปรากฎตัวขึ้นพร้อมเครื่องมือแกะสลักออกมามีทั้งค้อนและสิ่ว
ตอนแรกเขาพยายามซ่อมรูปสลักน้ำแข็งแต่ด้วยแรงกระแทกทำให้น้ำแข็งร้าวไปทั้งรูปสลัก
รูปสลักไม่สามารถตั้งยืนได้แล้ว ด้วยแรงกระแทกที่คอและใบหน้ามันเป็นไปไม่ได้จะทำให้เป็นเหมือนเดิมด้วยการซ่อม ห้องอาหารจึงได้พยายามเตรียมก้อนน้ำแข็ง(ใหม่)ภายใน 30 นาทีและก็ทำได้สำเร็จ
มันไม่ใช่รูปสลักเลยแต่มันเป็นก้อนน้ำแข็งทั้งก้อน
ลี ฮุนถือเครื่องมือหน้าก้อนน้ำแข็งที่แผ่ไอเย็นออกมา
สำหรับนักแกะสลักที่จะสร้างผลงานอันวิจิตรหลักพื้นฐานก็คือวัสดุที่ใช้
ลี ฮุนแตะก้อนน้ำแข็งด้วยมือเปล่า ซึ่งแน่นอนมันเย็นอยู่แล้ว
 ‘มันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่’
มันไม่ต่างกับน้ำแข็งธรรมชาติจากโมราต้าเลย
 ‘งั้นต้องทำได้’
เป็นครั้งแรกที่เขาได้แกะสลักในชีวิตจริง
มันเครียดพอดูเนื่องจากไม่เคยทำมาก่อน แต่อย่างน้อยเขาก็จะทำให้ดีที่สุด
แคร้ง ! แคร้ง ! แคร้ง !
ลี ฮุนค่อยๆแกะสลักก้อนน้ำแข็งไปแล้วก็นึกตามไปด้วย แต่เขาไม่รู้ว่าภรรยาประธานคังในอดีตนั้นสวยขนาดไหน เขาไม่มีทั้งรูปถ่ายในอดีตและจะให้จำหน้าของรูปสลักเดิมก็ยุ่งยาก
ด้วยความสูง ดวงตาและรูปร่างของจมูกทำให้ความคิดเริ่มเปลี่ยนไป ตอนนี้เห็นเป็นหน้าของผู้หญิง แต่เนื่องด้วยที่เขาไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับหน้าตาของภริยาประธานคังเลย เขาจึงเริ่มแกะสลักใบหน้าปัจจุบันแทนอย่างละเอียดอ่อน
ช่างแกะสลักต้องมีความเข้าใจเป้าหมายบ้าง
ภรรยาของประธานจะอายกับริ้วรอยของตนไหม? เมื่อครั้งยังสาวสะพรั่งทุกคนอยากคงสวยไว้ตลอดไปแต่มันเป็นไปไม่ได้และผลลัพธ์มันก็น่าเศร้า ด้วยการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาบางคนอาจอับอายกับริ้วรอยของตัวเอง แต่เธออยู่กินกับสามีที่รักเธอมาตลอด 40 ปีเธอน่าจะก้าวข้ามเรื่องแบบนี้มาได้
เธอน่าจะไม่อับอายกับริ้วรอยที่ได้รับตามวัย เธอใช้ชีวิตกับสามีถึง 40 ปีด้วยความซื่อสัตย์และความรัก มีหลายเรื่องราวที่ไม่ราบลื่นการทรมานกับความลำบาก การเลี้ยงดูลูกๆและการเตรียมตัวสู่อนาคตที่ยาก เธอมีชีวิตที่ต้องอดทน
แม้เธอจะมีอุปสรรคมากมายแต่มันก็สิ่งตอบแทนเช่นกัน ด้วย 40 ปีให้หลังที่มีความสุขมากที่สุดในชีวิตซึ่งไม่เหมือนอดีตอีกต่อไป ตอนนี้ที่นี่พวกเขาทานอาหารด้วยกัน    คุณสามารถเห็นรอยยิ้มอันอ่อนอ่อนโยนเช่นนี้ของคุณยายคนนี้ซึ่งช่วยให้เขาสลักมันได้ทีละนิดๆจนสมบูรณ์แบบอย่างปลอดภัย
ลีฮุนแกะสลักก้อนน้ำแข็งอย่างประณีตเป็นการดึงดูดความสนใจของหลายคน        เหล่าพนักงานของทั้งโรงแรมและห้องอาหารก็จ้องมองอย่างหนักใจ แม้ในใจพวกเขาจะเชื่อมั่นในประติมากรแต่ก็ยังไม่ช่วยให้คลายความเครียดลงได้ และโต๊ะรอบๆเขาเห็นลี ฮายันและเพื่อนๆกำลังมองดูเขาด้วยเช่นกัน


**************************


ก่อนหน้านี้ ประธานคังโกรธเป็นไฟและเกือบจะลุกขึ้นต่อว่าทางโรงแรมว่าเตรียมการไม่พร้อม แต่เมื่อลี ฮุนเริ่มลงมือตัดรูปสลักเขากลับอดทนรอดูแม้ว่าจะยังไม่หายโกรธก็ตาม ส่วนภรรยาก็มองดูด้วยความสนใจ
งานฉลองครบ 40 ปีของการงานแต่งงานพังไม่เป็นท่า จากที่เขาอยากให้ภรรยาได้มองดูแต่เขากลับรู้สึกอยากออกไปเสียเดี๋ยวนี้
 ‘มา มาดูกันว่าแกจะทำยังไง ถ้ามันออกมาเละละก็แกเตรียมตัวโดนดีได้เลย’
ประธานคังรู้สึกอึดอัดมาก แต่เมื่อรูปสลักค่อยๆถูกแกะความรู้สึกของเขาก็ผ่อนคลายลงเรื่อยๆ
เป็นรูปสลักภรรยาของเขา ณ ตอนปัจจุบัน
หัวใจของเธอรู้สึกพองโต
และอดชื่นชมไปกับผลงานชิ้นนี้ไม่ได้
 “ที่รัก”
ประธานคังจับมือภรรยา แม้เป็นมือที่เหี่ยวย่นตามวัยแต่มันเป็นมือที่คุ้นเคยและเขากุมมือนี้ตลอดมา
 ‘ถ้าไม่ใช่เพราะมือที่ผมจับไว้นี้ ชีวิตผมคงไร้ความหมาย’
ประธานคังส่ายหัว ผมคงไม่มีความสุขเท่านี้กับผู้หญิงคนอื่นเป็นแน่
เวลาผ่านมายาวนาน ดูผมเธอเป็นสีขาวตามวัยนำมาเทียบไม่ได้กับความงามในอดีตของเธอ แต่ตอนนี้มันไร้ความหมาย
เขากลับรู้สึกว่าเธอสวยมากกว่าที่เคยเป็นมา


****************************


แม้จะหลังจากดินเนอร์ของพวกเขาแล้วประธานคังและภรรยายังรอรูปสลักเสร็จสมบูรณ์อย่างใจเย็น ลูกค้าบางคนก็กลับมาดูการสลักรูปสลัก
 “น้ำมะนาวครับ”
“เชิญดื่มกันให้สบายก่อนนะครับ”
พนักงานบริการขนมคบเคี้ยวแก่เหล่าลูกค้า ในช่วงเวลาที่เหลือพวกเขาก็เพ่งมองไปที่รูปสลัก
 “โอ้ ดูรูปสลักสิ”
“มันเป็นการแกะสลักที่สวยมากกกและไม่น่าเชื่อที่จะตกแต่งเพียงเล็กน้อย…”
พวกเขาดูออกจากงานว่าไม่ใช่มือสมัครเล่น หน้าผากลี ฮุนเปียกโชกไปด้วยเหงื่อตลอดการแกะสลัก น้ำแข็งก็เริ่มละลายแล้วด้วยเช่นกัน เขาเหงื่อออกแม้อุณหภูมิจะต่ำถึงขนาดน้ำแข็งแห้งยังไม่ละลาย
ด้วยความหลงใหลในการสร้างรูปสลักเมื่อพอได้จับมีด(แกะสลัก)เขาจะจมดิ่งอยู่กับมัน ในการสร้างงานศิลปะสักชิ้นหนึ่งเขาต้องทุ่มเททั้งหมดลงไปในชิ้นงาน
เขาขยับมือตามอารมณ์ที่รู้สึกไปทั่วรูปสลัก เวลาที่จะใช้เทคนิคและรูปแบบต่างๆด้วยความคิด(สมอง)นั้นผ่านพ้นไปแล้ว เขาสลักตามความรู้สึกที่หัวใจพาไป
 “มันน่าทึ่งมาก”
“เราต้องศรัทธาในอาชีพนี้เพื่อจะเป็นประติมากรที่ดีกว่าเดิม”
พนักงานของโรมแรมคิดว่ารูปสลักที่เพิ่งแตกไปมีระดับสูงกว่ารูปสลักที่ลี ฮุนกำลังสร้างอยู่ขั้นหนึ่ง เป็นที่แน่นอนว่าลี ฮุนมีเทคนิคการแกะสลักขั้นสูงไม่พอแต่ความห่างชั้นก็ห่างกันเพียงไม่กี่ขั้นเท่านั้น
ความจริงพื้นผิวมันค่อนข้างขรุขระและรู้สึกไม่สมบูรณ์แบบซึ่งเทียบไม่ได้กับรูปสลักก่อนหน้า แต่ลี ฮุนก็ทุ่มทั้งหัวใจให้ไปและมันเริ่มแสดงออกมา
กล่าวกันว่ารูปสลักที่ดีจะให้ความรู้สึกได้ในตัวเอง ชวนให้นึกถึงนักแกะสลักหนุ่มยิ้มร่าราวกับเขาเพิ่งสร้างผลงานที่ดีที่สุดของตัวเอง แน่นอนว่าเขาทุ่มเททั้งหมดเพื่อสร้างสร้างรูปสลักทรงเสน่ห์ขึ้นมา แต่รูปสลักที่ได้ก็ยังไม่ถึงกับให้ความรู้พิเศษนี้
เขายังไม่รู้วิธีแกะสลักรูปบุคคลอย่างเหมาะสม มันยังห่างไกลนักเพราะเขายังมีทักษะไม่พอ
แต่อีกมุมหนึ่งด้วยความรักอันยาวนานตลอด40 ปีกับภรรยา เมื่อประธานคังมองลึกไปในดวงตาของรูปสลักราวกับเขาถูกสะกดและรูปสลักนี้ก็เอาหัวใจของเขาไปเสียแล้ว
อาชีพนักแกะสลักแม้จะไม่ใช่ผลงานชั้นสูงของยอดนักแกะสลัก
และในที่สุดรูปสลักก็เสร็จสมบูรณ์ เสียงปรบมือกระหึ่มห้องอาหารด้วยความชื่นชมทั้งจากแขกที่มา เหล่าพนักงานและแม้กระทั่งนักร้องยังปรบมือให้กันอย่างพร้อมเพรียง
สำหรับคนหัวดื้ออย่างประธานคังถึงกับน้ำตาไหล ผู้หญิงที่เขาตกหลุมรักมาตลอดชีวิต และอยู่กันมาตลอด40 ปีกำลังมองดูเขาอยู่
ต่อหน้ารูปสลักน้ำแข็งนี้ เธออยู่ในช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด


************************

ลีฮุนเหงื่อโชกเต็มตัว เขาเหนื่อยมาก
ประธานคังรีบเข้าไปจับมือลีฮุน
 “ขอบคุณมาก มันน่าทึ่งจริงๆ เป็นรูปสลักที่สวยที่สุดในชีวิตเท่าที่ผมเคยเห็นมาเลย และในอนาคตผมคงไม่เห็นรูปสลักที่สวยเท่านี้อีก”
ประธานคังยิ้มกว้าง เขาพูดออกมาด้วยความสัตย์จริง แต่ลีฮุนส่ายศีรษะ
 “ไม่ใช่คนที่อยู่เคียงข้างคุณสวยกว่ารูปสลักของผมงั้นหรอครับ ?”
เป็นคำเยินยอที่เหมาะสมที่สุด !
สัญชาตญาณของลีฮุนกลับมาแล้ว
เมื่อรูปสลักเสร็จความคิดของเขาก็กลับมา
 ‘ตอนนี้เราจะทำอะไรอีกดีนะ ?”
เขาทรมานแกะสลักมา2-3ชั่วโมง มือเขาเกือบจะไร้ความรู้สึกหลังต้องรับมือกับน้ำแข็งเย็นเฉียบ ถ้าเป็นผลงานในรอยัลโรดอย่างน้อยอาจจะถึงระดับมาสเตอร์พีส
ค่าสถานะและค่าชื่อเสียง ! (ที่จะได้)
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาแกะสลักในชีวิตจริงและพลาดการได้สกิลพ้อยท์
 ‘ไม่ นี่ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด’
ลีฮุนรู้สึกได้
ถ้าคุณมองประธานคังในทุกแง่มุม นักธุรกิจยักษ์ใหญ่ เขาจัดการโดยใช้เลขานุการและถ้าคุณรู้ มันเป็นหลักฐานว่าผู้จัดการของโรงแรมใหญ่นี้ถึงจัดต้อนรับเขา เราอาจจะอยู่ในด้านดีของประธานคังเพราะอารมณ์ดีจากรูปสลัก มันเป็นโอกาสที่ลีฮุนไม่อาจปล่อยให้หลุดมือไปได้
ประธานคังกล่าวถึงลีฮุนและด้วยความสนุกของภรรยา ถ้าคุณพูดตลกๆกับคู่รักนี้พวกเขาต้องชอบแน่ๆ มีกลิ่นอายของการประจบสอพลอหลังจากลีฮุนเสร็จงานแกะสลักทุกอย่างดูดีทีเดียว

ประธานคังกำลังอารมณ์ดี การเอ่ยชมภรรยายิ่งทำให้เขาเบิกบานใจมากขึ้น ลีฮุนจับมือประธานคังไว้แน่น
 “ขอบคุณจริงๆ ทุกอย่างที่คุณทำให้กับงานฉลองครบรอบแต่งงานของผมมันยิ่งใหญ่มาก”
ประธานคังชื่นชอบกับสิ่งที่ลีฮุนทำมากๆ
ในเวลานี้ลีฮุนจำเป็นต้องพูดบางอย่างด้วยความอ่อนน้อม
 “ไม่หรอกครับ ผมปฏิเสธงานนี้ไม่ได้แน่เพราะผมเป็นแค่ช่างแกะสลักที่ได้มีโอกาสแกะสลักภรรยาที่น่านับถือของท่าน ผมไม่ได้ทำอะไรวิเศษเลย  เป็นทางโรงแรมเสียมากกว่าที่ให้โอกาสกับผมเช่นนี้ครับ และเป็นคุณ ท่านประธานที่ท่านยังให้โอกาสแก่ผม”
ความอ่อนน้อมคือความดีงามอันสูงสุดที่จะแสดงออกได้ ไม่ใช่แค่การถ่อมตนที่ช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆกุญแจสำคัญคือคือความอ่อนน้อมถ่อมตน ด้วยความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปเขานำไปสู่บรรยากาศความเป็นมิตรอย่างเหมาะสม
แล้วผู้จัดการใหญ่ก็ก้าวออกมา
 “ท่านประธานคะ ผลงานนี้ไม่ใช่แผนการเดิมที่วางเอาไว้คะและเขายังไม่มีความเกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้เลย ความจริงชายคนนี้ก็เป็นแขกคนหนึ่งที่มาทานอาหาร”
 “ผู้จัดการใหญ่ คุณหมายความว่าอะไร? ผมนึกว่าชายคนนี้มาเพื่อฉลองให้กับงานครบรอบงานแต่งงานของพวกเราซะอีก”
 “เอ่ออ…มันมีอุบัติเหตุเล็กน้อยในตอนที่เรากำลังเตรียมรูปสลักอยู่คะ”
ผู้จัดการใหญ่เล่าเรื่องรูปสลักน้ำแข็งตกแตกในระหว่างเตรียมงานอย่างตรงไปตรงมา
 “ผมซาบซึ้งจริงๆ…”
ประธานคังถึงกับพูดไม่ออก
งานครบรอบการแต่งงานของเขาเกือบจะล่มเหลือแต่ความทรงจำ
แล้วลีฮุนก็พูดได้อย่างเหมาะเจาะ
 “ถ้าไม่รังเกียจ ท่านช่วยเก็บเอารูปสลักนี้ไปได้ไหมครับ?”
 “คุณหมายความว่าอะไร?”
 “มันอาจจะเป็นแค่รูปสลักสำหรับคุณ แต่สำหรับผมมันเป็นชิ้นงานที่ทรงพลังทางศิลปะอย่างยิ่ง เป็นงานที่ผมพอใจมาก ถ้าความตั้งใจจริงคือการเอาไปทิ้งขยะมันคงจะไร้ความหมาย ผมคงทนไม่ได้ถ้ามันหายไป ผมจึงขอให้คุณช่วยเก็บมันเอาไว้ครับ”
 “มัน…”
มันยากที่จะสืบหาว่าผู้คนให้คุณค่าทางศิลปะแก่รูปสลักอย่างไรและวิธีการคิด การตัดสินใจพวกนี้ไม่จำเป็นต้องแน่ชัด
แต่หลังจากความเห็นที่หาค่าไม่ได้มันกลายเป็นสิ่งที่ชัดเจนสำหรับคู่สามีภรรยาคังว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่ามากจะทิ้งไปไม่ได้
ภรรยาประธานคังพูดกับเขาอย่างรวดเร็ว ปกติเธอจะไม่ค่อยพูดแต่สำหรับตอนนี้ใครก็เดาเธอไม่ออก
 ‘ถ้าคำขอของเราไม่สมควรเราต้องโดนลงโทษรุนแรงเป็นแน่’
ถ้าเขาทิ้งรูปสลักและไม่เอากลับบ้านมันคงเป็นสิ่งที่ไม่ฉลาดเอาเสียเลย
ประธานคังส่ายหัว
 “มันคงเป็นการเข้าใจกันผิดกัน สำหรับพวกเรารูปสลักนี้มีคุณค่ามากๆและจะเป็นเช่นนี้ต่อไป ผมอยากจะเก็บเอาไว้ เอาเป็นผมขอซื้อรูปสลักน้ำแข็งนี้ละกันครับ”
ท่านประธานเอากระเป๋าเงินและดึงกระดาษออกมา
และแน่นอนว่าลี ฮุนต้องปฏิเสธ
 “ผมไม่ได้ทำเพื่อเงินหรอกครับ แค่เห็นมันทำให้คุณทั้งสองมีความสุขและรักกันยืนยาวมันก็ดีแล้วครับ ด้วยความสัตย์จริงผมอิจฉาพวกคุณและเป็นเกียรติที่มันจะได้ไปประดับในบ้าน เหมือนฝันที่เป็นจริงเลยครับ”
ความอ่อนน้อมที่พอเหมาะออกมาจากปากของเขา
เป็นความสามารถประจบสอพลอจนถึงสุดท้ายจริงๆ!
ความรู้สึกที่สร้างจากคำเยินยอนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะให้คุณได้ในสิ่งที่ต้องการ
การสร้างความภูมิใจเช่นนี้ต่อหน้าภรรยาคือความประทับใจขั้นสูง
ประธานคังดึงกระดาษออกมาอีกใบ
 “อย่างน้อยก็ช่วยรับของขวัญที่จากใจจากผมไปด้วยเถอะ”
 “ผมยังยืนยันเหมือนเดิมครับ ผมขอปฏิเสธ รูปสลักนี้ถือให้เป็นของขวัญ   แต่ผมมีก็ความสุขมากที่พวกคุณเห็นคุณค่าของชิ้นงานในงานฉลองนี้”
การปฏิเสธครั้งที่สอง
นี่มันเกินกว่าการรักษาหน้าทางสังคมแล้ว
 “ผมทำเรื่องน่าละอายนี้ไม่ได้หรอก ถ้าคุณไม่ยอมรับเงินเช่นนี้แล้วคนแก่ๆอย่างผมจะแสดงความขอบคุณคุณยังไง ? ผมรับไม่ได้ถ้าผมต้องติดหนี้ใคร”
ประธานคังยื่นกระดาษออกไปให้ลีฮุนอีกครั้ง ด้วยวิธีนี้ทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องรับมัน เขาพิจารณาตัวเลขที่ถูกเขียนในกรอบแต่ละใบทันที คำนวณจำนวนและวิธีการจัดการกับเงินไปพร้อมๆกัน
เช็คสองใบ ใบละ 5,000,000 วอนสินะ
 ‘กลิ่นของเงินยังหอมเหมือนเดิม’
เท่ากับประธานจ่ายเงิน 10 ล้านวอนอย่างง่ายๆ
แล้วประธานคังก็อยู่กับภรรยาและใช้เวลาฉลองกันในงานครบรอบการแต่งงานอย่างมีความสุข
เมื่อเสร็จงานลีฮุนก็เดินกลับไปหาน้องสาวที่รออยู่นานแล้ว
 “โทษที รอนานมั้ย?”
 “ไม่เลยคะพี่ สิ่งที่หนูเห็นมันเยี่ยมจริงๆ”
เพื่อนของลี ฮายัน ถึงกับมองเขาด้วยสายตาเป็นประกาย เป็นประกายแห่งความชื่นชม น่าทึ่งและความนับถือ
ลีฮุนตัดสินใจพาน้องสาวกลับบ้าน แต่ผู้จัดการโรงแรมก็มาดักรอที่หน้าทางออก       แค่เห็นลีฮุนกำลังจะควักเงินจ่าย(ค่าอาหาร)ผู้จัดการใหญ่ก็โบกมือห้ามทันที
 “ไม่ต้องเลยนะคะ ทำไมพวกเราต้องเอาเงินกับผู้มีพระคุณกับทางโรงแรมของเราด้วย? การแกะสลักของคุณยอดเยี่ยมมากและมันสำคัญกับพวกเรามาก   เอาอย่างนี้ ถ้าคุณกลับมาใช้บริการโรงแรมหรือห้องอาหารคุณสามารถใช้บริการตอนไหนก็ได้และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย ถือเป็นการที่พวกเราได้ตอบแทนคุณด้วยนะคะ”
 “แต่…”
 “นี่เป็นน้ำใจจากเราโปรดรับไว้เถอะคะ”
ด้วยความที่ประธานคังเป็นผู้มีอิทธิพลทำให้เขาไม่พลาดแม้แต่รางวัลเล็กๆน้อยๆซึ่งมันก็คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์อยู่ดี ถ้าประธานคังออกจากโรงแรมไปด้วยความโกรธ เหล่าผู้คนในโลกธุรกิจของเขาก็จะไม่มาใช้บริการโรงแรมนี้อีกต่อไปซึ่งมันเป็นความเสียหายที่โรงแรมไม่อาจปล่อยให้เกิดขึ้นได้


************************************


 “หนึ่ง สอง”
 “เป็นดาบที่ไร้พลังสิ้นดี แทงปลาไหล 100 ที ปฏิบัติ!”
ชัง อิลฮุน กำลังสอนดาบอยู่ในโรงฝึก
 ‘กำไรจากรอยัลโรดก็ไม่เลวเหมือนกัน’
ในสมัยใหม่ โอกาสที่จะสู้กันด้วยดาบแทบไม่มีและรวมถึงความยากที่จะมีคนมาฝึกดาบในโรงฝึก คนปกติคงไม่มีใครมาแกว่งดาบเล่นกัน
ด้วยตำแหน่งที่ไม่ยุติธรรม คนที่มีอาชีพต่ำต้อยยิ่งเหมาะสม
แค่มีพลังที่จะทนได้ก็ยากมากแล้ว
สำหรับคนฝึกดาบที่ติดอยู่ในสิ่งนี้ซึ่งเป็นปกติที่คนที่คิดในทางนี้จะเข้ารวมกลุ่มประเภทนี้
 ‘รอยัลโรดเป็นที่ปลดปล่อยของเราจริงๆ’
ความพอใจขั้นพื้นฐานในแต่ละวันคือต่อสู้กับมอนสเตอร์และแข็งแกร่งขึ้นเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกดาบทั่วไปชอบมากที่สุด แต่ไม่เฉพาะกับเรื่องนี้ เรื่องฝีมือดาบของพวกเขายังเปลี่ยนแปลงแบบเห็นได้ เนื่องจากความคุ้นเคยในการต่อสู้ด้วยดาบกับผู้คนและกับมอนสเตอร์หลายชนิด เป็นโอกาสในการสร้างพื้นฐานให้แน่น ผมคาดไม่ถึงว่ามันจะช่วยให้พวกเราสามารถทำได้กว่าที่เคยเป็นมา
เป็นเวลานานที่การประลอง(กันในโลกจริง)จะไม่เกิดความเสี่ยง รวมถึงในรอยัลโรด กลุ่มของผู้ฝึกดาบสามารถต่อสู้ได้ตามใจและมีเงื่อนไขที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องกังวลใดๆ
กริ๊ง !
โทรศัพท์ดัง
ชัง อิลฮุน รับสายและพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ
 “นี่ครูฝึกชัง อิลฮุนพูดครับ”
ชังอิลฮุนฝันที่จะพบกับสาวสวยแสนดีเพื่อแต่งงานด้วย ครูฝึกชอบโชว์ความแข็งแกร่งและความน่าเกรงขามต่อหน้าสาวๆ
เสียงปลายสายเป็นเสียงที่เขารู้จักดี
 “พี่ครับ ผมลีฮุนเอง”
 “โอ้ เฮ้ ! เป็นไงบ้าง?”
 “ผมคิดว่าจะไปกินอาหารข้างนอก”
ชัง อิลฮุน ประหลาดใจ
ลี ฮุนซื้ออาหารกินข้างนอก เขานึกภาพไม่ออกเลย
 “นายกำลังบอกให้พวกเราที่โรงฝึกไปกินอาหารจีนกันใช่ไหม ? แค่เกี๊ยวทอดซักชิ้นชั้นก็ดีใจแล้ว”
 “ไม่ใช่ครับ เราจะไปกินกันข้างนอก(จริงๆ)”
 “จริงอ่ะ ? แล้วที่ไหนละ”
 “พี่รู้จักโรงแรม วีไหม?”
 “ระ-โรงแรม?”
ชัง อิลฮุนถึงกับติดอ่าง
 “ชั้นรู้จักแต่ทำไมถึงอยากไปที่นั่นละ?”
 “มาที่โรงแรม วี สิครับเดี๋ยวผมพาไปกินเอง”
 “ดะ-ได้ เข้าใจแล้ว”
ชัง อิลฮุนรีบเตรียมตัวไป ก่อนที่ลี ฮุนอาจจะเปลี่ยนใจ
แต่เขาก็ยังเชื่อในคำพูดของลีฮุน
 “เอาคนที่โรงฝึกไปหมดเลยดีกว่า โอกาสอย่างงี้หายาก ฮุ ฮุ ฮุ”
ชัง อิลฮุน เรียกลูกศิษย์และครูฝึกมา และสั่งให้ไปเจอกันที่โรงแรม วี ขณะที่เขาเงียบเจ้าของโรงฝึก อัน ฮุนโดก็ตัดสินใจไปกับพวกเขาด้วย ดูเหมือนการออกไปกินอาหารกันข้างนอกจะเป็นเรื่องไม่ปกติกัน อัน ฮุนโด จึงตัดสินใจร่วมด้วยโดยไม่มีใครรู้
 “โรงแรมนี้สินะ…”
 “ใช่เลย เข้าไปกันเถอะ”
 “หวังว่าอาหารจะอร่อยนะ? ถ้ามันเป็นที่ที่คุ้นเคยคงจะดีมาก”
 “โอ้ อาจารย์ก็มาด้วยหรอครับ”
“……”
อันฮุนโด พวกครูฝึกและเหล่าลูกศิษย์เดินไปโรงแรม แน่นอนว่านี่ไม่ใช่การเดินช้าๆสบายๆ
มันรวดเร็วและเข้มแข็ง!
เหล่าลูกศิษย์วิ่งกันตลอดทาง
พวกเขามาถึงโรงแรมโดยไม่มีใครหลงทาง
 “นี่ นี่มัน…”
เหล่าพนักงานรักษาความปลอดภัยพยายามควบคุมแต่พวกเขาก็วิ่งเร็วหยั่งกับพายุ  ก่อนหน้านี้ซักพักพวกเขามาถึงหน้าลิฟท์แล้วแต่ก็มีคนอยู่ลิฟท์เต็มไปหมด
ดวงตาของเหล่าลูกศิษย์ดูเอาจริงเอาจัง อัน ฮุนโดจึงพูดอย่างเรียบๆว่า
 “เอาละพวกเรา ในวันแบบนี้ยังบันไดอยู่อีก ไปใช้บันไดกันเถอะ”
 “มีเหตุผลๆ”
อัน ฮุนโดจึงนำเหล่าลูกศิษย์เดินขึ้นไปและก็มาถึงห้องอาหารที่อยู่ชั้น 20
ลีฮุนกำลังรอพวกเขาอยู่แล้ว
******************************

 “ยินดีต้อนรับครับ อาจารย์”
“หวัดดีๆ ข้าหิวแล้วล่ะ อาหารอยู่ไหนหรอ ?”
“เดี๋ยวก็มาเสิร์ฟแล้วครับ”
“แล้วเราได้กินฟรีใช่ไหม?”
“ใช่ครับ ฟรีทั้งหมดเลย”
“สมแล้วที่เจ้าเป็นศิษย์โปรดของข้า”
ผู้จัดการภัตตาคารบอกพนักงานให้เตรียมต้อนรับลี ฮุนและแขกอีกกลุ่มใหญ่แล้ว     โดยต้องบริการให้ดีที่สุด สำหรับพ่อครัวให้ทำอาหารที่ดีสุดเท่าที่ทำได้และเหล่าพนักงานก็กำลังรออยู่แล้ว
แต่หลังจากที่ประตูเปิดออก และพวกเขาเข้ารับรองอัน ฮุนโด กับเหล่าครูฝึก และเห็นเหล่าลูกศิษย์ที่เดินเข้ามา หน้าของพนักงานก็ถึงกับเปลี่ยนสี เพราะมีคนมามากกว่า 500 คน!
พวกเขาเข้าไปจับจองโต๊ะอย่างยินดีและสั่งอาหาร
“นะ-นี่เป็นไวน์เบอร์กันดี วินเทจ ปี 99 ครับ”
อึกๆๆ!
เหล่าพนักงานที่หวาดผวาจำต้องรินไวน์เติมให้ทุกแก้วเมื่อพวกเขาดื่มไวน์ข้าวจนหมด
 “รสชาติดีมาก เอามาอีกแก้ว!”
“…..”
“ขอเนื้อผัดเพิ่มอีก 50 ที่!”
“อาหารอร่อยมากแต่ทำไมถึงเสิร์ฟช้านัก!”
“เรามาลองกินให้อิ่มจนท้องจะแตกตายกันเลยมั้ย ไหนๆ ก็มีคนเลี้ยงแล้ว ฟรีทุกอย่าง!
เหล่าลูกศิษย์และครูฝึกอยู่ในช่วงที่กำลังหิวสุดๆ หลังฝึกซ้อมพอดี พวกเขาปลดสายคาดเอวและกินดื่มกันอย่างไม่ลังเล
แล้วอัน ฮุนโดก็ลุกขึ้นยืน
 “ทุกคนฟัง สำหรับคนฝึกศิลปะการต่อสู้แบบพวกเรา จะกินมากเกินไปมันก็ไม่ดี”
ผู้จัดการและพนักงานมองอัน ฮุนโดด้วยสายตาที่มีความหวัง แต่สุดท้ายมันก็ไม่ช่วยอะไรเลยนอกจากทำให้ท้อแท้กว่าเดิม
 “กินกันคนละ 10 จานพอนะ”
“ท่านอาจารย์ก็!”
500 คน คนละ 10 จาน!
ค่าอาหารจานนึงตกจานละ 7,000 วอน พวกเขากินด้วยอารมณ์ส่วนลึกของหัวใจราวกับกินบุฟเฟ่ต์เนื้ออยู่  ด้วยเหตุนี้เองทำให้วัตถุดิบของภัตตาคารถึงกับหมดเกลี้ยง
 “เอิ๊กกก! อิ่มแล้ว”
“อร่อยจัง ผมกินได้เยอะเลย”
เหล่าพนักงานเสิร์ฟอาหารครบเรียบร้อยและเกือบจะเป็นลมกันหมดแล้ว
พวกเขาได้แต่ภาวนาให้ลูกค้ากลุ่มนี้ออกไปเร็วๆ
แต่พวกเขายังนั่งอยู่ครบทุกคน
 ‘อะไรกันอีก(วะ)เนี่ย?’
ชอย จองบัม เอ่ยถามด้วยใบหน้าอายๆ
 “แล้วเมื่อไหร่ของหวานจะมาเสิร์ฟหรอครับ?”
ข้างๆเขา มาแซง บัมโด ก็พูดว่า
 “ถ้าผมมากินที่นี่ได้ทุกวันก็ดีสินะครับ”
“…….”


***********************************

ลี ฮุนและลี ฮายันกลับมาที่บ้านหลังจากดูหนังและทานอาหารที่ภัตตาคารเสร็จ   แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการออกไปเที่ยวข้างนอกครั้งแรกของพวกเขา
ทั้งคู่เกือบจะหมดแรง
 ‘ให้ซ้อมเหวี่ยงดาบ 5 ชั่วโมงติดกันยังดีซะกว่า’
ลี ฮุนสะบัดหัวไปมา
คนอื่นๆ ก็ออกไปเที่ยวกันเป็นปกติ แต่ทำไมมันถึงยากสำหรับเรานักนะ
เขาพบว่าการดูหนังนั้นเป็นสิ่งที่ยาก และการเดินเล่นในเมืองก็ทำให้เขาเหนื่อยเร็ว และยังต้องแกะสลักที่ภัตตาคารอีก มันยากพอดูเลยที่จะสร้างรูปสลักจากน้ำแข็ง ยิ่งไปกว่านั้น แค่มองผ่านๆ ก็รู้แล้วว่าเป็นรูปสลักที่เอาไปขายใครเขาไม่ได้
แต่ภารกิจวันนี้ก็เสร็จสมบูรณ์ และตอนนี้เขาก็กลับมาที่บ้านแล้ว
 “ราตรีสวัสดิ์ค่ะพี่”
“อื้อ น้องก็ด้วย พักผ่อนเถอะ”
น้องสาวของเขาเข้านอน และลี ฮุนก็เปลี่ยนชุดเพื่อออกไปข้างนอกอีกครั้ง  ปกติหลังจากอาบน้ำเขาจะเข้าสู่รอยัลโรดแต่วันนี้เขาต้องไปอีกที่หนึ่ง
ลี ฮุนขึ้นรถเมล์รอบกลางคืนไปที่โรงพยาบาล  มองหาพยาบาลที่เข้ากะดึกและถามว่า
 “คุณย่าเป็นยังไงบ้างครับ?”
“เธอหลับอยู่ค่ะ เป็นเพราะเซลล์มะเร็งตอนนี้ก็เลยกำลังให้ยาแก้ปวดอยู่ค่ะ คุณเข้าไปได้นะแต่ก็ไม่รู้ว่าเธอจะตื่นตอนไหน”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมเข้าไปเอง”
ลี ฮุนเปิดประตูห้องและเข้าไปข้างใน
ห้องของโรงพยาบาลไม่กว้างนัก คุณย่ากำลังนอนอยู่ที่เตียง หลับสนิท มีอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายชนิดเชื่อมต่ออยู่กับตัวเธอ ลี ฮุนนั่งข้างๆ เตียงและจับมือของเธอขึ้นมา
 “ผมมีข่าวดีมาบอกครับย่า”
มีเพียงเสียงลมหายใจตอบกลับมา เธอกำลังหลับ
อุปกรณ์วัดคลื่นหัวใจกำลังแสดงผลด้วยรูปแบบสม่ำเสมอ ด้วยฤทธิ์ยาเธออาจจะนอนหลับไปอีก 7 ชั่วโมง
“วันนี้ฮายันไปสัมภาษณ์เข้ามหาวิทยาลัยเกาหลีแล้วนะครับ ความจริงมันมีอุบัติเหตุนิดหน่อยไม่รู้ว่าจะผ่านหรือเปล่า แต่มันก็ยังเป็นเรื่องดีใช่ไหมครับย่า?”
“……”
“ตอนนี้เธออายุครบ 19 แล้ว ตั้งแต่วันนั้นมันผ่านมา 14 ปี เด็กน้อยที่เฝ้าแต่ถามว่าพ่อแม่อยู่ไหนขณะขี่หลังผม ตอนนี้เธอโตเป็นสาวแล้ว”
ลี ฮุนพูดต่อไปแม้ย่าจะยังนอนหลับอยู่
 “ที่จริงมีเรื่องมากมายเกิดขึ้นตั้งแต่วันนั้นและผมหวังว่าเธอจะมีชีวิตที่มีความสุข   ในตอนนั้นมีความลำบากมากมาย มีอยู่วันหนึ่งที่ไม่มีอาหารจะกินกันย่าเคยพูดว่าจำเป็นต้องลดปากท้องที่ต้องรับผิดชอบ ย่าจำเป็นต้องส่งฮายันไปสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”
มันนานมาแล้วแต่การที่น้องสาวเขาเกือบจะต้องไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า  ทำให้ลี ฮุนถึงกับต้องอดข้าวประท้วงไม่ให้ส่งน้องสาวไปถึง 3 วัน
“ย่าครับ ตอนนั้นย่าบอกว่าผมจะต้องเสียใจภายหลังแน่ แล้วก็จริง เราต้องผ่านช่วงที่แทบไม่มีอะไรจะกิน มีหลายมื้อที่ผมต้องอด ในตอนนั้นผมยอมรับว่าผมเกลียดฮายัน เพราะฮายันทำให้เราแทบไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมของผม ผมพูดไม่ดีกับเธอ บอกเธอว่าผมคงมีความสุขกว่านี้ถ้าไม่มีเธอ”
ผู้เป็นย่าก็เกลียดเธอด้วยเช่นกัน เพราะฮายันทำให้ลีฮุนต้องทรมานและต้องถูกดุด่าหลายหน พวกเขาจะบ่นอย่างรุนแรงแม้ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งว่าทำไมน้องสาวเขาถึงกลายเป็นเด็กไม่ดีอยู่ช่วงหนึ่ง
 “ผมไม่เสียใจเลยครับ ถ้าเราย้อนกลับไปได้ผมคงเลือกทางเดิมเพราะพวกเราคือครอบครัวเดียวกัน”
แม้เธอจะยังคงหลับอยู่ และไม่ได้ตอบใดๆ กลับมา
แต่ก็ทำให้ลีฮุนโล่งใจ เขาเก็บสิ่งนี้ไว้ในใจมาตลอด 10 กว่าปี และตอนนี้มันได้จบลงแล้ว
ลีฮุนกลับบ้าน
เข้าไปในแคปซูลแล้วเข้าสู่รอยัลโรด

************************


เทือกเขายุโรกิและปราสาทของดาร์ค เอลฟ์!
ซากกำแพงที่พังถูกซ่อมแซมแล้วและเสบียงของออร์คได้ถูกย้ายมาเรียบร้อย พวกเขากำลังเตรียมตัวเข้าสู่สงครามกับกองทัพอันเดธที่นำโดยลิช ไชร์
วีดยังอยู่ที่เดิมที่เขาออกจากเกมมา เขาอยู่ในร่างมนุษย์ในเมืองดาร์ค เอลฟ์ รอบๆด้านกำลังก่อสร้างอยู่เต็มไปหมด
 “ชวิท กำไร!”
 “ชวิชวิท เราเหล่าออร์คทำงานหนัก เราเป็นออร์คที่ดี”
 “ซ้อนหินก้อนนั้นให้สูงขึ้นอีก!”
 “จะเอาสูงแค่ไหน ชวิ!”
 “สูง สูงอีก! ชวิชชชชช เอาให้สูงถึงฟ้าเลย!”
ออร์คกำลังขนหินก้อนใหญ่เบิ้ม หินจำนวนมากถูกรวมเข้าไว้ด้วยกันและกองสุมกันเพื่อสร้างหอคอย
โครมมม!
"ชวิกกก!”
“แอ้กก ช่วยด้วยเพื่อน!”
กองหินสูงเกินไป แค่แตะมันก็ส่งเสียงครืนและล้มลงทับออร์คอยู่ข้างใต้  ดาร์ล เอลฟ์นั้นแตกต่างจากออร์คเล็กน้อยพวกเขาฉลาดมากกว่า  จึงทำเพียงกลอกตาไปมา
 “พวกออร์คนี่ทำงานหนักกันจริง”
“เหมือนจะเล่นสนุกกันมากกว่านะ”
“เราคือเอลฟ์ เรี่ยวแรงเราไม่มากเท่าพวกนั้น”
“เป็นเรื่องธรรมชาติล่ะนะ”
ดาร์ค เอลฟ์กำลังขยันอู้ และสูบบุหรี่กันอยู่
เพียงแค่วีดไปที่อื่นซักพัก ทุกสิ่งก็เละเทะไปหมดภายในแค่ 5 นาทีที่เขาไม่อยู่ ตอนนี้เขามีงานที่ต้องซ่อมทุกอย่างใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ก้อนหินถูกกองไว้กระจายไปทั่วอย่างไม่เป็นระเบียบ การเก็บรวบรวมวัสดุที่ถูกวางทิ้งๆ ขว้างๆ ไปทั่ว เป็นเรื่องท้าทายมาก ส่วนของปราสาทก็เสียหายจากการเผาทำลายของออร์ค(ในสงครามแรก)
พวกดาร์ค เอลฟ์กำลังเหยาะเกลือในเนื้อย่าง  ปกติเอลฟ์ต่อต้านการคร่าชีวิตและการกินเนื้อ แต่กับดาร์ค เอลฟ์ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะดาร์ค เอลฟ์แต่แรกก็มาจากเอลฟ์ที่เสื่อมถอย จนผิวเปลี่ยนเป็นสีดำ ทำให้เอลฟ์อื่นๆ มองว่าเป็นเผ่าที่ป่าเถื่อน
 “ดูซะ นี่คือพลังของเกลือ พวกออร์คป่าเถื่อน”
 “ช่ายย…เราก็พบว่าการกินอาหารกับเกลือมันอร่อยมาก”
เนื่องด้วยจะต้องสู้กับกองทัพอันเดธ พวกออร์คและดาร์คเอลฟ์ได้สร้างความปรองดองกันอย่างดี พวกเขาดื่มเหล้า กินเนื้อย่างด้วยกันทำให้ออร์คและดาร์ค เอลฟ์หลายคนไปรวมตัวกันที่บริเวณตลาด โดยไม่สนใจแผนการซ่อมแซมปราสาท
เมื่อคิดว่าต้องพาตัวขี้เกียจพวกนี้ไปรบกับกองทัพอันเดธ วีดก็ปวดหัวตึ๊บ และแทบจะป่วยซะเดี๋ยวนั้น
 “หัวหน้า! เราทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จแล้วครับ”
ตอนนั้นเองที่บูเรน เบคเกอร์ ฮอสแรม และเดล เหล่าราชองครักษ์และพรีส ปรากฏตัวขึ้น!
‘พวกทหารมีจำนวนน้อยมากมันพอมีหวังไหมนะ? แม้ภารกิจนี้จะล้มเหลวแต่ถ้าเราส่งพวกเขากลับไปโรเซนไฮม์ได้ปลอดภัย    เราก็ยังได้ผลงานกับราชวงศ์แล้วก็ไอเทมอยู่!’
เป็นเงินและความสัมพันธ์ที่ได้รับจากผลงานที่เขาทำ
สำหรับวีดทหารพวกนี้มีความหมายมากกว่าสิ่งใด
แต่นายกองคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่า
“ตามที่ท่านสั่งเสบียงทั้งหมดของพวกเราที่อยู่ใกล้เมือง ถูกย้ายมาที่นี่หมดแล้วครับ”
“ดีมาก“
เมื่อเขามองไปที่บูเรน เขาเห็นความไว้วางใจในตัวบูเรน
เขาเจอกับเบคเกอร์และคนอื่นๆครั้งแรกที่ถ้ำสัตว์ร้ายแห่งลิตวาร์ต     ซึ่งเป็นที่ๆพวกเขาปฏิบัติภารกิจที่เสี่ยงอันตรายมาด้วยกัน
นั่นก็ให้เกิดความศรัทธาและความเชื่อมั่นในตัวบูเรน !
แต่ประเด็นนั้นก็ไม่เกี่ยวกับการที่บูเรนเก็บเสบียงซักเท่าไหร่ ไม่สิ ไม่เกี่ยวเลยตะหากเพราะพวกอาวุธสงครามต่างๆทั้งลูกธนู มีดสั้น กระบองที่ทหารสวมใส่กับทั้งอาวุธชนิดอื่นๆได้หายไปเป็นที่เรียบร้อย สิ่งที่สำคัญกว่าคือเหล้าหลายขวดซึ่งวีดเตรียมเอาไว้ขายล๊อตใหญ่ก็หายไปเช่นกัน
ตั้งแต่วีดมาถึงเทือกเขายุโรกิในที่ราบแห่งความสิ้นหวัง(Plains of Despair)  เขาท่องเที่ยวไปด้วยใจเบิกบาน เขาเก็บผลเบอร์รี่ชนิดเป็นกรดและสมุนไพรทำยาหายากได้หลายชนิด!
วัตถุดิบคุณภาพสูงสามารถใช้ประโยชน์ได้เฉพาะเมื่อหมักกับแอลกอฮอล์ ถ้าคุณดื่มมันมากเกินไปคุณจะรับรู้ถึงความหวานก่อนที่จะตาย ไม่สิ บางทีอาจจะไม่ตาย
เขาเก็บน้ำค้างยามเช้ามากลั่นเหล้าหลายชนิด และวีดยังทำไวน์ขึ้นมาอีกซึ่งตอนนี้มันหายไปหมดแล้ว
 “ไวน์ของข้าไปไหนหมดหรอ ? หรือยังไม่ได้ขนมา เป็นแบบนั้นใช่ไหม?”
 “เอ่ออ…”
บูเรนมองเลิ่กลั่กไปที่พวกออร์ค
 “พวกมันดื่มกันหมดเลย ข้าพยายามจะห้ามแล้วนะแต่…”  
วีดคิดใคร่ครวญ
เป็นไปไม่ได้ที่จะมีแอลกอฮอลล์ในที่ราบแห่งความสิ้นหวังนี้  และก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลยที่พวกออร์คจะกลั่นกันเอาเอง ดังนั้นไอ้พวกออร์ค(เวร)พวกนี้มันต้องกำลังกินเหล้าของเขาเป็นแน่
 “อร่อยยยยย ชวิค!”
ฟุดฟิดๆ ! กลิ่นอะไรน่ะ?”
ไวน์ที่ใสสะอาดดั่งคริสตัลกำลังลอยมาแตะจมูกของพวกออร์ค
 “อึกกก!”
วีดอยากจะกระอักเป็นเลือด เขาเจ็บปวดราวเลือดเนื้อถูกเฉือน
ไวน์ที่เขาหมักกับมือ
ทุกๆครั้งที่เขาหมักไวน์ วีดจะมีความหวัง
 ‘ขอให้ได้เงินเยอะๆทีเถ้อออ’
ด้วยการกลั่น คุณสามารถหาเงินจำนวนมากผ่านการขายเหล้าได้
มันใช้เวลาหลายเดือนกว่ารสชาติและฤทธิ์ของมันจะเข้าที่ เขาหวังไว้กับมันมาก
ขณะที่เขากำลังกลั่นเหล้าอย่างบ้าคลั่ง จำนวนของมันก็เพิ่มขึ้นถึงหลายร้อยขวดโดยไม่รู้ตัว
ตอนที่เขาได้ไอเทมที่มีค่าระหว่างออกล่าเขาจำต้องเอาไวน์พวกนั้นออกมาเพื่อเก็บไอเทมแทน เมื่อไม่มีที่เก็บไวน์ วีดจึงฝากให้ทหารพวกนี้ดูแล
และนี่คือผลลัพธ์ที่ได้
 “ไม่อยากจะเชื่อ…”
วีดแทบทรุด
ในระหว่างนั้นพวกออร์คก็กำลังดื่มกินกันอย่างเมามัน ไวน์สีน้ำเงินเข้มเหลือเพียงก้นขวด ขวดเปล่ากลิ้งไปรอบๆ ไวน์ที่เขาจะเอาไปขายหายวับไป เงินก็ปลิวไปด้วย
 “อ้าาาก!”
วีดคำรามด้วยความเศร้า!
แม้แต่เนื้อตากแห้ง พวกออร์คกับดาร์ค เอลฟ์ก็กำลังเคี้ยวกันอยู่
เนื้อตากแห้งวีดก็เป็นคนทำ
เกือบจะไม่มีไวน์เหลือสักขวด และตะกร้าที่เคยมีเนื้อตากแห้งอยู่เต็มก็ว่างเปล่า
 ‘ต้องมานั่งทำเหล้ากับอาหารอีกครั้ง’
แม้กระนั้น วีดยังมีความหวัง
อย่างไรก็ตาม นี่ก็คือทหารของเขา
แม้ไวน์และเสบียงในการสู้รบจะหายไปแต่เขาก็ยังไม่เสียทหารผู้ภักดีต่อเขา
 “เป็นความผิดข้าเอง ข้าขอโทษ พวกออร์คมันบังคับเอาไป…อึก!”
ขณะที่บูเรนอธิบายอยู่เขาก็สะอึกหลายครั้ง นั่นทำให้วีดหันมาสังเกตอาการเหล่าทหาร ท่ายืนโซซัดโซเซ หน้าแดงก่ำ นี่มันอาการคนเมาชัดๆ
 “นี่มัน…!”
ในที่สุดวีดก็เข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง
ขณะที่บูเรนและเบคเกอร์ขนเสบียงตามคำสั่งของเขาอยู่ พวกเขาก็เจอเข้ากับเหล้า
 “นี่มันเหล้านี่นา”
“เราจะทำยังไงกันดี”
 “จะต้องทำอะไร ตอนนี้ข้าเป็นหัวหน้านะโว้ย”
“อึก! น่ากินมาก”
“จิบเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง”
“แก พวกแกกล้า…”
“เอาน่า มาดื่มกันเหอะ”
การเชื่อใจว่าพวกทหารจะไม่กินเหล้าก่อนออกศึก ก็เหมือนเชื่อว่าจะฝากปลาย่างไว้กับแมวนั่นแหละ
เริ่มแรกพวกเขาแค่จิบๆ เท่านั้นจริงๆ แต่หลังๆ เปลี่ยนเป็นซัดโฮกมากกว่า
 “มันร้อนวูบเลยเว้ยยย”
“ว้าว ! อร่อยแท้”
แค่จิบเดียวก็เหมือนการเสพติด
ทหารของวีดยังยึดมั่นในคำสั่งแต่พวกเขาเอาเหล้าออกจากความคิดไม่ได้เลย และพวกเขายังกลัววีดอีกด้วย
 “เอางี้ ให้พวกออร์คดื่มให้หมดเลยดีไหม?”
“งั้นเอาไปให้ออร์คกันเถอะ”
ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเปิดเผยขุมทรัพย์(เสบียง) และรางวัลของพวกเขาคือไวน์หมัก!
 “แล้วต้องสู้กับกองทัพอันเดดกันในสภาพนี้หรอเนี่ย…”
วีดถอนหายใจ

*******************************

ความอลหม่านเกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ต
ผู้คนพยายามเข้าสู่เวปไซต์รอยัลโรดทั้งวันทั้งคืน
พวกเขานิยมเข้าไปดูรายงานจากหอเกียรติยศที่พวกเขาหลงใหล

- มาค้นหาตัวตนที่แท้จริงของออร์คกันเถอะ
- มีไอเทมเวทมนต์ที่ทำให้แปลงร่างได้เหรอ?
- บางทีอาจจะเป็นสายอาชีพนึงของวิซาร์ด ที่จะเปลี่ยนเป็นเนโครแมนเชอร์ได้ทีหลังล่ะมั้ง?
- แปลว่าคนที่เปลี่ยนอาชีพแล้วถึงจะเป็นเนโครแมนเชอร์ได้งั้นหรอ?

พวกที่เล่นอาชีพวิซาร์ดต่างขวนขวายกับเรื่องนี้อย่างเอาเป็นเอาตาย
เมื่อมีอาชีพเปิดขึ้นมาใหม่ก็หมายถึงคุณสามารถเรียนเวทมนต์ใหม่ๆได้
เวทมนต์มีค่ามากสำหรับวิซาร์ดพวกเขาจึงอยากได้เพิ่มไม่ว่าจะต้องทำไงก็ตาม
มีวิซาร์ดจำนวนมหาศาลถามเรื่องนี้กับบริษัทยูนิคอร์นซึ่งเป็นผู้ให้บริการเกมรอยัลโรด
- ได้โปรดเถอะ บอกพวกเราเกี่ยวกับความคืบหน้าของเควสไม่ได้เหรอ? เราต้องทำยังไงถึงได้เปลี่ยนเป็นอาชีพนี้ ?
- ช่วยเปิดเผยลักษณะของอาชีพเนโครแมนเชอร์ให้ที

บริษัทยูนิคอร์นก็ตอบกลับมาอย่างง่ายๆว่า

- จากสำนักงานใหญ่ : ทุกท่านโปรดทราบว่าขณะนี้ภารกิจกำลังดำเนินการอยู่และอาจจะไม่เป็นธรรมต่อผู้เล่นอื่น เราไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลให้มากกว่านี้ได้ ท่านจะรู้เกี่ยวกับอาชีพเนโครแมนเชอร์ตอนที่อาชีพเปิดให้เล่นแล้วเท่านั้น ถ้าภารกิจล้มเหลวอาชีพเนโครแมนเชอร์ก็จะไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ

ด้วยเหตุผลด้านความเป็นส่วนตัว ยูนิคอร์นจึงไม่เปิดเผยความก้าวหน้าของภารกิจนี้
จากนั้นผู้เล่นที่ผิดหวังกับคำตอบก็ไปเข้าถล่มเวปไชต์เกมอื่น
KMC มิเดีย, CTS มีเดีย, ออน สเตชั่น, ดิจิตอล มีเดีย, LK เกม  
บริษัทเกมได้รับเสียงตอบรับจากคนดูการถ่ายทอดทั้งในและต่างประเทศอย่างถล่มถลาย

************************************

เหล่าโปรดิวเซอร์ของ KMC มีเดียกำลังประชุมอยู่
โดยปกติการประชุมนี้จะเป็นการประชุมของพวกผู้ให้บริการหน้าใหม่หรือกลุ่มโปรดิวเซอร์เพื่อแสดงความคิดเห็นกันอย่างเสรีหรือเรื่องราวล่าสุดเกี่ยวกับการถ่ายทอดสดหรือการวางแผนล่วงหน้า
แต่วันนี้มีสิ่งพิเศษเกิดขึ้น
หัวหน้าของสถานีถ่ายทอดต่างๆกำลังประชุมกันอยู่
 “ในเว็บบอร์ดอึกทึกครึกโครมกันใหญ่เลย ผอ.คังมันเกิดอะไรขึ้นครับ?”
ผอ.ของ KMC มีเดียเข้าเวปไซต์เพื่อตรวจดูปฏิกิริยาของเหล่าผู้ชม ที่เขาเห็นคือมีคนตั้งกระทู้เป็นหมื่นๆเพื่อขอร้องให้ถ่ายทอดภารกิจๆหนึ่ง
 “มีคลิปเข้ามาใหม่ในหอเกียรติยศครับ”
“เอ่อ ? แค่คลิปวีดีโอคลิปเดียวเนี่ยนะที่ก่อหายนะครั้งนี้?”
เวลานี้การถ่ายทอดสดของสถานีของผอ.คังมีผู้ชมเรตติ้งสูงเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ผอ.คังจับหัวล้านด้วยอย่างเงอะงะและตอบกลับไปว่า
 “มันดูเหมือนจะเป็นการทำภารกิจนะครับ”
“ภารกิจอะไร? แค่ภารกิจๆเดียว ทำไมหลายคนถึงตื่นเต้นกันนักหนา”
ผอ.คังเอียงคอไปอีกด้านเมื่อโปรดิวเซอร์หนุ่มลุกขึ้นยืนจากที่นั่ง
 “ตอนนี้พวกเราเริ่มเตรียมการกันแล้วครับ เปิดวีดีโอให้ผอ.ดูหน่อย”
“จัดไป”
ในห้องประชุมนี้มีอุปกรณ์การถ่ายทอดภาพหลายชนิดติดตั้งอยู่ ด้วยเสียงรอบทิศทาง วีดีโอทั้งหมดก็ปรากฎขึ้นบนกำแพง ทำให้ห้องประชุมกลายเป็นสถานีถ่ายทอดไปโดยปริยาย
ในช่วงที่วีดีโอกำลังเล่นอยู่ ผอ.คัง โปรดิวเซอร์หนุ่ม รวมทั้งผู้จัด(ออกาไนเซอร์) ไม่มีใครเอ่ยอะไรกันเลย
หลังจากนั้นซักพักผอ.จึงเริ่มพูด
 “พวกเราจะต้องคว้าเรื่องนี้มาให้ได้”
“แน่นอนครับ ผอ.”
ผอ.คังและเหล่าผู้ประสานงานต่างเห็นพ้องต้องกัน
ไม่เพียงแค่การต่อสู้ของพวกออร์คที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น  ยังมีภารกิจลึกลับที่มีคนแปลงร่างเป็นออร์ค  การผจญภัยในพื้นที่สุดอันตราย เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกันแล้ว แค่ถ่ายทอดสดภารกิจนี้ยังไม่พอด้วยซ้ำ
ผอ.คังพูดอย่างรอบคอบ
 “สถานีอื่นคงจะไม่ให้เราคว้าไปได้ง่ายๆเป็นแน่ บางทีสถานีพวกนั้นอาจไปติดต่อเสนอสัญญาไปแล้วก็ได้”
 “คุณหมายถึงว่ามันคงจะยุ่งยากใช่ไหม?”
“ก็ไม่เชิงหรอกครับ เมื่อสถานีอื่นร่วมเข้าแข่งขัน มูลค่าของสัญญา(การถ่ายทอด)คงจะสูงขึ้นไปอีก”
เงินมักจะเป็นปัญหาอยู่เสมอ
 “การที่จะทุ่มเงินก้อนใหญ่ลงไปมันไม่ได้ทำได้ง่ายๆ”
ด้วยคำพูดของผอ. ทั้งกลุ่มก็เงียบพักใหญ่
แต่ไหนแต่ไร KMC มีเดียก็ไม่ได้มีเงินทุนมากมายอยู่แล้ว
พวกเขามียอดผู้ชมก็สูงจริง  แต่ด้วยความเป็นสถานีหน้าใหม่ทำให้พวกเขาไม่มีเงินสำรองเหลือมากมาย เนื่องจากต้องนำเงินรายได้ไปลงทุนต่อยอดอยู่เรื่อยๆ  ในขณะที่พวกสถานีอื่นไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น  ผอ.คังได้แต่ใช้เงินอย่างระมัดระวัง
 “ทุกท่านครับ สถานการณ์ด้านการเงินจากการออกอากาศในปีนี้ของพวกเราจนถึงปัจจุบัน ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ผมทราบดี…แต่ผมอยากจะเพิ่มเงินสำรองพวกเราให้อยู่ในสถานะที่มั่นคงกว่านี้”
“ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงมีเงินไม่พอที่ไปเสนอสัญญาสู้กับสถานีอื่นๆ เพราะนั่นทำให้ผมต้องแหกกฎด้วยการเอาเงินก้อนใหญ่ไปวางไว้”
ผู้จัดคนอื่นๆ รู้สึกสลดทันทีเมื่อสิ้นสุดคำพูดของผอ.
แม้คุณจะขยันทำงานหนักขนาดไหนก็ตาม  แต่คุณก็จะพบว่าโลกแห่งความเป็นจริงนั้นจะเหนี่ยวรั้งตัวคุณไว้      ในบริษัทเล็กๆอย่างนี้มีเรื่องให้ต้องใช้เงินตรงนู้นตรงนี้อยู่ตลอด  นั่นทำให้เขาต้องควบคุมงบของเขาอย่างรัดเข็มขัดเสมอ
คำขวัญของ KMC มีเดีย คือ
ยิ่งคุณจ่ายน้อยลงเท่าไหร่ ยิ่งสนุกขึ้นเท่านั้น !
พวกเขาดิ้นรนอย่างเต็มที่เพื่อจะอยู่รอด
เหล่าผู้จัดถอนหายใจ
 ‘แต่เพื่อที่จะให้สถานีเติบโตขึ้นไปอีก  คุณจำเป็นต้องลงทุนเพิ่ม…’
‘นี่เป็นเรื่องใหญ่เสมอ  เหมือนดังความตกต่ำของ CTS มีเดียที่กำลังหลอกตัวเอง’
ถึงกระนั้นผอ.คังก็ยังกำลังยิ้ม
 “เราจะทำมันโดยไม่สนข้อตกลงอะไรทั้งสิ้น”
“จริงหรือครับ?”
“เราต้องการสัญญาที่ดึงดูดใจ  เราจะไม่พลาดแน่แม้ว่าจะต้องวางเงินจำนวนมากก็ตาม  เชื่อผมสิว่า ความสำเร็จจากการถ่ายทอดและโฆษณาจะสร้างรายได้ออกมาอย่างคุ้มแน่ๆ”

ตอนนี้เรตติ้งของรอยัลโรดกำลังพุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน ยอดผู้ชมการถ่ายทอดของสถานีรอยัลโรดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ราคาค่าโฆษณานั้นก็ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
“ยอดผู้ชมน่าจะเพิ่มมากกว่า 5% และสถานีถ่ายทอดจะได้รับส่วนแบ่งค่าโฆษณาตามสัญญา
และใครล่ะจะบอกได้ว่าเราจะได้เงินอีกเท่าไหร่ เมื่อเหล่าผู้ชมโหลดวีดีโอภารกิจจากหน้าโฮมเพจ?”
KMC มีเดีย ยังคงเป็นสถานีเล็กๆ  แต่นี่เป็นหนทางที่เป็นไปได้
ผอ.คังปาดเหงื่อที่หน้าผาก
“พวกเรามาร่างสัญญากันเลยนะ ทุกท่าน”

***********************************

เมื่อยอดวิวของวีดีโอในหอเกียรติยศเพิ่มสูงขึ้น บริษัทยูนิคอร์นจะจ่ายเงินตามที่ได้ตกลงกันไว้ให้กับเจ้าของโพส
ซึ่งวีดยังไม่คุ้นกับการหาเงินด้วยวิธีนี้เพราะเขาเคยแต่ขายไอเทม
 “เราได้เงินเมื่อคนดูวีดีโอ แต่มันก็ไม่แตกต่างถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง…ถ้าเราตัดต่อมันได้ละก็คนต้องดูเพิ่มมากขึ้นแน่ๆ”
แม้จะสายไปแล้ว  แต่ลี ฮุนก็ยังลังเลที่จะสั่งซื้อโปรแกรมตัดต่ออยู่ดี  ในตอนนี้แผนกประชาสัมพันธ์ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทยูนิคอร์นก็กำลังอยู่ในความอลหม่านแล้ว
 “แน่ใจหรอ ว่าเขาจะให้คนอื่นเข้าร่วมภารกิจด้วย”
“โอ้ แบบนั้นก็ดีสิ”
ชาง ยุนซู หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์กำลังอยู่ในห้องปฏิบัติการและกำลังวางแผนกลยุทธ์ร่วมกับคนอื่นๆ ที่ดูวีดีโอด้วยกัน  การทำตัวเองให้คุ้นเคยกับเกมนั้นเป็นสิ่งจำเป็นในการที่จะโปรโมตรอยัลโรดได้อย่างไหลลื่น
การวางแผนกลยุทธ์ไม่ใช่อะไรที่ทำง่ายในห้องปฏิบัติการ   ต้องมีการศึกษาและทำความเข้าใจเรื่องราวเบื้องหลังทั้งหมดของแต่ละภารกิจ รวมถึงประวัติศาสตร์ของแต่ละอาณาจักร!  สิ่งที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาของแต่ละเมือง, พื้นเพของเหล่าบุคคลสำคัญ และการพัฒนาของเหล่าผู้เล่น  สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คาดการณ์ถึงทิศทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของทวีปเวอร์เซลล์ได้  และนี่แหละคือการพัฒนากลยุทธ์ที่เกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการ

 “ความก้าวหน้าของภารกิจไปได้ไกลพอควร และเร็วกว่าที่เราคาดไว้อีก”
“แล้วปัญหาคือ?”
 “การถือกำเนิดของภารกิจบัลข่านมันก็ยังโอเคนะ  แต่ถ้าไปทำให้ภารกิจลูกโซ่ที่สองเกิดต่อมาด้วยล่ะก็…. คุณลองมองสถานการณ์โดยรวมสิ  นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเขา(วีด)ล่ะก็  เรื่องมันก็คงไม่…”
“แล้ว?”
 “ตอนนี้ดูเหมือนสถานการณ์ในเกมจะไม่ค่อยมีอะไรแตกต่างเท่าไร  แต่ถ้ากองกำลังของอันเดธอาละวาดรุนแรงละก็ ขั้วอำนาจของกองกำลังในอาณาจักรที่มีอยู่ตอนนี้จะส่งผลกระทบไปถึงพวกผู้เล่นในไม่ช้า”
NPC ที่ให้อาชีพและสิทธิที่จะเป็นเจ้าของปราสาทสำคัญ ป้อมปราการรวมไปถึงเหมือง หมู่บ้าน สถานที่ทำธุรกิจจะเปลี่ยนไป ผู้เล่นในกิลด์จะรวมตัวกันเข้ายึดและถือเอากรรมสิทธิ์จากการยึดครองเพิ่มขึ้น เมืองที่ไม่ว่าจะอยู่ใกล้หรือไกลเมืองหลวงของอาณาจักร ก็จะไม่พ้นจากการตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้เล่นอยู่ดี ซึ่งในความเป็นจริง ตอนนี้ทวีปกลางส่วนใหญ่ก็ถูกควบคุมโดยผู้เล่นไปแล้ว
 “แล้วภารกิจบัลข่านจะเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ได้เหรอครับ?
หัวหน้าทีมงานถามชาง ยุนซูด้วยความสงสัยมากเพราะเขารู้เบื่องหลังเกมของเกมนี้อย่างดี  เขาปรบมือราวกับตอนนี้เขาอยู่บ้านและยิ้มกว้างให้ทีมงานที่เหลือในห้องเมื่อเขาแจกแจงความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น
 “มันจะต้องน่าสนใจสุดๆ   ถ้ามองในแง่มุมนี้แล้วล่ะก็ หากการฟื้นคืนชีพกองทัพอันเดธและพลังอำนาจของบัลข่านประสบผลสำเร็จล่ะก็ เรื่องจะเกิดการพลิกผันจากความอาฆาตของพวกอันเดธ”
“อืม  ก็ใช่”
 “หมู่บ้านและปราสาทจะถูกเข้าโจมตีโดยอันเดธ แถมอันเดธยังสามารถเพิ่มจำนวนจากซากศพทุกซาก พวกมันสามารถทำได้ทั้งโจมตีและป้องกันรวมถึงหาแนวร่วมได้มากขึ้น ไม่เพียงแค่นี้  อย่าลืมในกรณีที่อันเดธสามารถควบคุมการโจมตีสวนกลับของฝ่ายตรงข้ามได้อีกล่ะ”
“ยังมีอีกเรื่องนึง พวกอันเดธสามารถเข้ายึดเมืองหรือปราสาทได้ไหม?”
 “หยุดเรื่องความเป็นไปได้ไว้แค่นี้แหละ อันเดธมันก็แค่มอนสเตอร์ชนิดหนึ่งในทวีปเวอร์แซลเท่านั้น อาณาจักรที่ถูกยึดโดยอันเดตจะค่อยๆเสื่อมหายไป   ถ้าผู้เล่นสามารถชำระล้างพวกมันได้ มันก็จะกลายเป็นโอกาสใหญ่ที่จะได้สร้างผลงาน ก็แค่นั้น”
“ดังนั้นนี่จะนำพาทั้งวิกฤติและโอกาสมาให้ในเวลาเดียวกัน”
 “ถูกต้อง รางวัลสำหรับเรื่องนี้ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ , อาณาจักรในตอนเหนือของทวีปก็อยู่ในมือของอันเดธ แต่…  ช่างเถอะ โดยรวมแล้วระดับความยากในอนาคตน่าจะเพิ่มขึ้นและเราอาจจะได้เห็นอันเดธกันบ่อยขึ้น”

เล่มที่ 6 ตอนที่ 4 : จบ

2 ความคิดเห็น: