วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 7 ตอนที่ 1 ก่อนสงคราม (Pre-War)

เล่มที่ 7 ตอนที่ 1 ก่อนสงคราม (Pre-War)

วีดมุ่งสู่เขตที่เต็มไปด้วยหินในหุบเขายูโนปู
เยติยังโผล่มาบ้างเป็นครั้งคราวในตำแหน่งที่มีกองหินแต่ก็รับมือไม่ยากและยังให้ค่าประสบการณ์ดี
“วัตถุดิบแค่นี้ก็น่าจะพอ”
วีดตรวจดูหินแล้วยิ้มพอใจ
เขาเดินทางร่วมกับซอยูนทำหน้าที่เป็นคนรับใช้ให้เธอมาหลายวันแล้ว ทั้งดูแลและทำอาหารให้ แต่เพราะแบบนี้เขาถึงได้พัฒนาฝีมือการแกะสลักของตนเอง
ต้นแบบที่สวยงามเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ถ้าคุณจะสร้างงานศิลปะ
ซอยูนมีต้นขาขาวเรียว ผมดำขลับ และเอวบอบบาง นอกนั้นยังมีลำคอระหง และไหปลาร้าไร้ที่ติไปจนถึงใบหน้าที่ราวกับส่องประกาย รูปโฉมที่ต่อให้มองเป็นปีก็ไม่เบื่อ
มีเธอเป็นแบบทำให้เขาแกะผลงานระดับ masterpiece ขึ้นมาได้หลายชิ้น และยังเลื่อนทักษะแกะสลักเป็นระดับสูงได้ในที่สุด
“ตรวจสอบทักษะ! ประติมากรรมประทานชีพ!”
ประติมากรรมประทานชีพ!
เทคนิคที่ทำให้สามารถให้ชีวิตแก่ประติมากรรมได้ คิดค้นขึ้นโดยจักรพรรดิ เกอิฮา ประติมากรผู้มีฝีมือ
ความต้องการ: ต้องการทักษะประติมากรรมระดับสูง ใช้ 5,000 มานาในการเรียกใช้ และสูญเสียค่าสถานะศิลปะอย่างถาวร 10 หน่วย ระดับลดลง 2 ระดับ
ข้อควรระวัง!
รูปปั้นมีความภาคภูมิใจอย่างแรงกล้าต่อความเป็นเอกลักษณ์ของตน และจะเข้าต่อสู้ทันทีหากพบเจอรูปปั้นอื่นที่มีลักษณะเหมือนกับมัน
ต้องเสียค่าศิลปะ 10 หน่วยและระดับ 2 ระดับทุกครั้งที่เรียกใช้
ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่ใช่ทักษะที่จะสามารถเอามาใช้เล่นๆ ได้ แต่ถ้าไม่ใช้ก็จะกลายเป็นว่าเขาจะมีทักษะนี้อยู่หรือไม่ก็ไม่แตกต่าง
แต่อย่างไรเขาก็ไม่ใช้มันบ่อยนัก ต้นทุนที่สูงทำให้เขาเก็บไว้ใช้เมื่อยามจำเป็นจริงๆ เท่านั้น
“มันคือการลงทุน... คือการสังเวยที่จำเป็นเพื่อเพิ่มโอกาสชนะในการต่อสู้”
วีดนำมีดแกะสลักของซาฮับออกมาและเริ่มแกะสลัก เขากำลังจะสร้างมอนสเตอร์เพื่อให้ชีวิตกับมัน
“มีออร์คกับดาร์คเอลฟ์เต็มไปหมดแล้ว เราน่าจะสร้างอะไรที่จะมาช่วยเราคุมพวกมันอีกทีมากกว่า”
วีดเริ่มแกะปีกคู่ยาว กรงเล็บแหลมคม และท้องป่องๆ เพื่อสร้างไวเวิร์น
ไวเวิร์นเป็นมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งมาก
พวกมันมีระดับเฉลี่ยเกิน 380 และหนังหนาๆ ยังทนทานต่อทั้งคมดาบและเวทมนตร์ ความเร็วของพวกมันในขณะต่อสู้เทียบได้กับม้าที่กำลังวิ่ง
แต่แม้ว่าเขาจะสร้างร่างกายเลียนแบบขึ้นมาได้ก็ไม่ได้หมายความว่ารูปสลักนี้จะแข็งแกร่งได้เทียบเท่ามอนสเตอร์ที่เป็นต้นแบบ
ความแข็งแกร่งของพวกมันจะถูกกำหนดโดยค่าศิลปะของเขา และแม้ว่ารูปร่างจะใกล้เคียงกันความแข็งแกร่งก็ยังแตกต่างกับต้นแบบอย่างชัดเจน
“ไม่ค่อยมีเวลาแฮะ คงต้องลดรายละเอียดลง”
เมื่อไรที่มอบชีวิตให้กับรูปสลัก ค่าทักษะของเขาก็จะหายไป และเลเวลก็จะลดลง วีดต้องอยากสร้างประติมากรรมออกมาให้ได้อย่างน้อยที่ระดับ magnum หรือ classic อยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีเวลาให้ทำแบบนั้นก็เลยได้แต่แกะมันขึ้นมาแบบง่อยๆ และพอคิดถึงเรื่องนี้วีดก็เจ็บปวดใจ
แม้จะตกลงใจแล้วว่าจะทำไวเวิร์นขึ้นมา แต่วีดก็แทบจะหลั่งน้ำตา
ประติมากรรมที่ทำขึ้นมาแบบไม่ใส่ใจ ต่อให้เป็นปรมาจารย์ทำขึ้นมาก็ไม่สามารถออกมาเป็นผลงานที่ดีได้
แล้วรูปสลักไวเวิร์นชิ้นนี้ก็ยังสูงกว่าสิบเมตร วีดไม่มั่นใจเลยว่าจะสามารถแกะให้เสร็จได้ ต่อให้ทุ่มเทพลังทั้งหมดแกะสลักต่อเนื่องสองคืนติดเขาก็มีเวลาพอสำหรับโครงร่างคร่าวๆ ของไวเวิร์นเท่านั้น
ติ๊ง!
ผลงานชั้นดี!
ท่านแกะสลักไวเวิร์นสำเร็จ!
ผู้ปกครองท้องฟ้า!
มอนสเตอร์ที่ดุร้ายและแข็งแกร่งผู้อยู่ในจุดสูงสุดของเหล่าเดรัจฉาน
พวกมันชอบกินม้าทั้งตัว และบางครั้งยังจับปลาที่ว่ายในแม่น้ำเป็นอาหาร
ไวเวิร์นเป็นมอนสเตอร์ที่มีความภูมิใจในตัวเองสูง หากท่านยิงธนูใส่ขณะที่มันกำลังบิน มันจะให้ท่านได้ลิ้มรสความตาย
มอนสเตอร์อื่นๆ จะหวดกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้รูปสลักนี้
คุณค่าทางศิลปะ : 750
ค่าสถานะเสริม : อัตราการฟื้นพลังชีวิตและมานาเพิ่มขึ้น 10% ในเวลากลางวัน
                            บินเร็วขึ้น 20%
                            ความว่องไวเพิ่มขึ้น 5
                            ความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 5
                            ทุกค่าสถานะเพิ่มขึ้น 1
ลดความรุนแรงของทักษะพิเศษของมอนสเตอร์ในบริเวณรอบๆ ในเวลากลางวัน
มอนสเตอร์ไม่สามารถเข้าใกล้ประติมากรรมได้
ค่าสถานะเสริมไม่แสดงผลทับซ้อนกับประติมากรรมอื่น
จำนวนผลงานชั้นดีทั้งหมด : 12 ชิ้น
             - ทักษะประติมากรรมเพิ่มขึ้น
             - ชื่อเสียงเพิ่มขึ้น 6
             - ความอึดเพิ่มขึ้น 1
             - เสน่ห์เพิ่มขึ้น 1
             - ความเป็นผู้นำเพิ่มขึ้น 1
งานที่ออกมาเป็นชิ้นงานระดับดีได้แม้จะไม่ได้ใช้ความพยายามมากนักเพราะทักษะประติมากรรมขั้นสูงของวีด
แต่เพราะเขาเป็นประติมากรซึ่งเป็นที่ยกย่องอยู่แล้วค่าชื่อเสียงจึงไม่เพิ่มขึ้นมากนัก วีดในตอนนี้อยู่ในจุดที่แม้จะแกะสลักงานระดับดีก็ไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงโด่งดังขึ้นแล้ว
ตอนนี้ แทนที่จะมานั่งแกะสลักชิ้นงานชั้นดี กลายเป็นว่ารับภารกิจมาทำ หรือออกล่ายังจะได้ชื่อเสียงมากกว่า ซึ่งหมายความว่า หากวีดต้องการจะเพิ่มชื่อเสียงผ่านการสร้างประติมากรรม เขาจะต้องทำให้ได้อย่างน้อยก็ grand piece
ยิ่งไปกว่านั้น ค่าสถานะก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักด้วย ค่าสถานะที่เขาได้รับจากการสร้างงานประติมากรรมระดับนี้ลดลงอย่างมากเมื่อทักษะประติมากรรมของเขาพัฒนาขึ้น
ถ้าจะให้ได้ค่าสถานะเพิ่มขึ้นมากๆ เหมือนเมื่อก่อน เขาจะต้องสร้างผลงานให้ได้ grand piece หรือที่ดีกว่านั้น
อย่างไรก็ตาม ประติมากรผู้มีชื่อเสียงจะหยุดอยู่กับงานเดิมๆ ของตัวเองไม่ได้ เขาจำเป็นต้องท้าทายตัวเองเพื่อพัฒนาทักษะประติมากรรมของตน
“เอาละ ถึงเวลาใช้สกิลใหม่นี่แล้ว”
เนื่องจากงานชิ้นนี้เป็นเพียงงานชั้นดี เขาจึงไม่ค่อยเสียดายมันเท่าไรนัก แต่ก็ยังคงลังเลตอนจะใช้ทักษะอยู่ดี
กว่าจะผ่านภารกิจมาอย่างยากลำบากเพื่อเก็บค่าประสบการณ์จนเพิ่งจะได้เลื่อนขึ้นเป็นเลเวล 299 แล้วยังขาดอีกเพียงนิดเดียวก็จะเลื่อนเป็น 300 อยู่แล้ว แต่ถ้าวีดใช้ทักษะนี้เขาก็จะห่างจากเป้าหมายไปอีก 2 เลเวล
“เฮ้อ ยังไงก็ต้องทำละนะ ‘ประติมากรรมประทานชีพ!’ ”
วีดแตะส่วนหัวของไวเวิร์นเบาๆ ทันใดนั้นผิวของรูปสลักก็เริ่มมีรอยร้าว
เปรี๊ยะ!
ไวเวิร์นทำลายเปลือกของรูปสลักออกมาราวกับลูกไก่ที่กะเทาะออกจากเปลือกไข่
ไวเวิร์นมีชีวิตขึ้นมาแล้วด้วยมือของวีด
-  คุณมอบชีวิตให้แก่ประติมากรรม
ความแข็งแกร่งของประติมากรรมจะขึ้นอยู่กับค่าศิลปะ
ค่าศิลปะของคุณในปัจจุบันคือ 790 ดังนั้นระดับพื้นฐานของประติมากรรมนี้คือ 359
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นมอนสเตอร์ชนิดที่บินได้ ระดับจึงถูกลดลง 10%
นอกจากนี้ประติมากรรมยังได้รับความสามารถพิเศษเมื่อมีชีวิต
ธาตุลม 100%
ธาตุไฟ 30%
มอนสเตอร์จะบินได้เร็วขึ้นมาก และยังทนเวทย์ธาตุไฟได้ระดับหนึ่ง
มานาถูกใช้ไป 5000 หน่วย
ระดับลดลง 2  ระดับ
เนื่องจากระดับที่ลดลง ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นล่าสุด 10 หน่วยจะถูกหักออก และจะกลับมาเมื่อคุณได้ระดับที่เสียไปคืนมา
ค่าศิลปะลดลง 10 หน่วย
คุณสามารถเพิ่มค่าสถานะได้อีกครั้งผ่านการทำงานใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการแกะสลัก หรืองานศิลปะในรูปแบบอื่นๆ
กรุณาระวังพลังชีวิตของประติมากรรม
หากประติมากรรมตายลง จะต้องใช้ทักษะประติมากรรมประทานชีพอีกครั้งเพื่อเรียกดวงวิญญาณกลับมา
ชุบชีวิตไม่ได้หากถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง
ราวปาฏิหาริย์!
เขาสร้างไวเวิร์นที่มีชีวิตขึ้นมา
“ว้าว ราบรื่นกว่าที่คิดนะเนี่ย”
วีดสำรวจสิ่งที่ตนสร้างขึ้น
การมอบชีวิตให้ประติมากรรมดูจะเป็นทักษะที่สะดวกมาก รูปสลักที่ค่าความแข็งแกร่งขึ้นอยู่กับค่าศิลปะ! ทั้งทรงพลังและยังว่องไว เคลื่อนที่ไปมาคอยต่อสู้กับมอนสเตอร์...สำหรับอาชีพช่างฝีมือที่ไม่ถนัดต่อสู้แล้วทักษะนี้เหมือนฝันที่เป็นจริง
จักรพรรดิเกอิฮา วอน อาร์เพน บุคคลแรกที่รวบรวมทั้งทวีปเข้าด้วยกันเป็นผู้คิดค้นทักษะนี้ขึ้น
แน่นอนว่านอกจากความแข็งแกร่งในการต่อสู้แล้วยังมีข้อได้เปรียบอื่นๆ อีก
ทักษะอื่นที่คล้ายๆ กันอย่างทักษะของซัมมอนเนอร์ และเอเลเมนทัลลิสท์ที่เรียกมอนสเตอร์ออกมาและพาออกสู้รบได้
ถ้าเป็นมอนสเตอร์ที่เรียกขึ้นมาโดยผู้เล่นสายอาชีพดังกล่าว ทั้งค่าประสบการณ์หรือของดรอปที่ได้จากการล่าจะเป็นผู้เล่นที่ได้รับทั้งหมด
แต่ในกรณีของประติมากรรม พวกมันจะเก็บค่าประสบการณ์ไว้ และเพิ่มระดับขึ้นด้วยตนเอง
ความแข็งแกร่งตั้งต้นมาจากค่าศิลปะก็จริง แต่หากประติมากรดูแลดีๆ พวกมันก็สามารถเติบโต และแข็งแกร่งขึ้นได้
รูปสลักที่มีชีวิตพวกนี้จะแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ที่ให้ชีวิตโดยอาชีพสายเอเลเมนทัลลิสท์ และสายอาชีพซัมมอนอื่นๆ อยู่เล็กน้อย
ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนประติมากรรมที่สามารถมีชีวิตได้ในเวลาเดียวกันยังไม่จำกัดอีกด้วย
แต่ก็มีจุดต่างที่สำคัญอย่างยิ่งจุดหนึ่งเวลาที่พวกมันตาย
เมื่อมอนสเตอร์ที่มีชีวิตจากการซัมมอนถูกฆ่า ซัมมอนเนอร์ก็เพียงเรียกพวกมันออกมาอีกครั้ง
เอเลเมนทัลพวกนี้ตายในการสู้รบบ่อยๆ เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งเดียวที่ต้องใช้เพื่อเรียกพวกมันออกมาอีกครั้งก็คือมานาปริมาณน้อยนิด ดังนั้นการตายของพวกมันจึงถือเป็นความเสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ประติมากรรมที่มีชีวิตด้วยทักษะประติมากรรมประทานชีพนั้นต่างออกไป
หากพวกมันได้รับการโจมตีที่รุนแรงถึงตาย ชีวิตที่เคยมอบให้จะจากไป และถ้าพวกมันถูกทำลายโดยสิ้นเชิง และชิ้นส่วนกระจัดกระจายไปก็จะซ่อมแซมไม่ได้
ในบางมุมวีดยังกลัวการตายของประติมากรรมที่ตนให้ชีวิตโดยสังเวยระดับไป 2 ระดับ กับค่าศิลปะ 10 หน่วยมากกว่าการตายของตนเองเสียอีก
“ไม่ใช่สกิลที่จะใช้ส่งๆ เลยแฮะ แต่ถ้าเราเพิ่มค่าศิลปะนี่น่าจะมีประโยชน์สุดๆ ไปเลย”
ค่าสถานะที่สูงที่สุดของประติมากรคือค่าศิลปะ ถ้าใช้ให้ถูกมันจะสามารถชดเชยให้กับค่าสถานะทางด้านการต่อสู้โดยรวมที่จัดว่าแย่ได้ ประติมากรคนไหนที่ต่อสู้ไม่ได้ก็แค่ให้ประติมากรรมสู้แทน
เบื้องหน้าวีด ไวเวิร์นกำลังสยายปีก และหมุนไปมา แค่ส่วนหัวอย่างเดียวก็มีขนาดเท่าตัวคนๆ หนึ่งแล้ว พุงของมันป่องออกตอนที่พูดออกมาเป็นครั้งแรก
“นายท่าน!”
ทาสผู้ซื่อสัตย์
วีดพึงพอใจอย่างที่สุด
“ใช่แล้ว ข้าคือนายของเจ้า”
แต่แล้วไวเวิร์นกลับถามคำถามหนึ่งหลังจากมองร่างกายตนอย่างขัดใจ
“ทำไมข้าถึงได้ขี้เหร่นัก”
“...”
“ต้องมามีชีวิตในร่างที่ขี้เหร่ขนาดนี้ทำให้ข้าผิดหวังสุดๆ ไปเลย”
ประติมากรรมพวกนี้ช่างเย่อหยิ่งจริงๆ!
เจ้าไวเวิร์นผิดหวังในรูปร่างของตัวเอง และกำลังไม่พอใจมาก
วีดไม่มีเวลาแกะรูปร่างอันใหญ่โตของมันให้ออกมาดีนักก็เลยมีจุดนั้นจุดนี้ที่วีดแทบไม่ได้แตะเลย
หลายส่วนของไวเวิร์นถูกแกะแบบลวกๆ มันดูดิบมาก และราวกับเป็นรูปสลักที่ยังไม่สมบูรณ์
“ช่างเถอะน่า ข้าเป็นคนทำให้เจ้ามีชีวิตขึ้นมา ดังนั้นข้าก็เหมือนเป็นพ่อของเจ้า ตั้งแต่นี้ไปจงตั้งใจติดตามข้า และยินดีที่จะสละชีวิตเพื่อช่วยเหลือข้า เพราะข้าเป็นพ่อของเจ้า”
วีดไม่มีความตั้งใจแม้เพียงน้อยนิดที่จะให้ “การคลอด” ของตนเสียเปล่า
เขาไม่ต้องการชุบชีวิตมันขึ้นมาแล้วต้องเสียมันไป วีดตั้งใจจะประคบประหงมมันอย่างดีเพื่อใช้ประโยชน์จากมันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่เจ้าไวเวิร์นไม่เห็นด้วยกับวีด มันพูดขึ้นว่า
“ข้าว่าข้าไม่เกิดมายังดีซะกว่า”
“...”
เจ้าไวเวิร์นหยิ่งผยองมาก และไม่ยอมฟังวีดเลย แต่เพียงไม่นานวีดก็หาทางออกได้
พวกที่ชอบเรียกร้องนู่นนี่แบบนี้น่าจะเป็นพวกบ้ายอ!
ที่เขาต้องทำก็แค่ชมมันเยอะๆ เข้าไว้ เล่นกับความภาคภูมิใจของมัน
“ฟังนะ แม้ว่าหน้าเจ้าจะเหลี่ยมไปสักหน่อย แต่เหลี่ยมมุมพวกนั้นมีไว้เพื่อเสริมให้เจ้าดูแข็งแกร่ง และบึกบึนขึ้น ไม่คิดงั้นเหรอ?”
“วะฮ่าๆๆๆๆ!”
เจ้าไวเวิร์นที่มีวงจรความคิดไม่ซับซ้อนนักถูกลิ้นสาลิกาของวีดเอาชนะอย่างง่ายดาย
“นายท่านดีมากเลย ท่านดูเป็นบุคคลที่คู่ควรแก่การรับใช้”
“แน่นอน ก็ข้าเป็นคนสร้างเจ้าขึ้นมา ทำตามคำสั่งของข้าดีๆ ล่ะ”
“ข้าจะทำตาม ว่าแต่ ข้าชื่ออะไรเหรอ”
วีดต้องตั้งชื่อให้กับไวเวิร์นที่เขามอบชีวิตให้
“นายท่าน ขอชื่อเจ๋งๆ นะ...ได้โปรด”
เจ้าไวเวิร์นมีความคาดหวังสูง ในฐานะที่เป็นประติมากรรมที่มีความภาคภูมิใจในตนเองสูง มันต้องการชื่อที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่ง และหยิ่งผยอง
วีดคิดอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็ตัดสินใจได้
“ให้เจ้าชื่อ ไววัน ก็แล้วกัน”
“ข้าไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร แต่ฟังดูดีนะ มันหมายถึงอะไรเหรอ”
“หมายถึง คนที่เท่ที่สุดบนท้องฟ้า”  (t/n: ถอนหายใจแรงๆ)
ได้ยินที่วีดพูดเจ้าไวเวิร์นก็กระพือปีก มันเป็นปีกคู่ใหญ่ที่กินลมได้อย่างเต็มที่
“ข้าชอบชื่อนี้มาก”
“อาฮะ นี่เป็นชื่อที่ข้าเลือกมาให้เจ้าโดยเฉพาะเลยนะ ไววัน”
วีด นักเจรจาสาลิกาลิ้นทอง!
“ขอบคุณที่ตั้งชื่อให้ข้า แต่ข้ายังสงสัยอยู่อีกเรื่องนึง”
“สงสัยอะไร”
“เรื่องพี่น้องของข้าน่ะ ถ้านายท่านจะสร้างรูปสลักที่เหมือนข้าขึ้นมาอีก ท่านจะตั้งชื่อพวกเขาว่าอะไร”
วีดคิดว่าเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะเรียกพวกมันว่าอะไรดี แล้วก็ตัดสินใจได้ว่าจะตั้งชื่อคล้ายๆ กับไววันให้
“ไวทู”
“นั่นชื่อน้องคนถัดไปของข้าเหรอ”
“อื้อ”
“แล้วน้องคนถัดไปอีกล่ะ”
“ไวทรี”
“เป็นชื่อที่ดีมาก ข้าชอบ”  (t/n: ร้องไห้แพร็บ)
เจ้าไวเวิร์นยังคงดีใจกระพือปีกไปมา ณ จุดนี้ วีดก็ตัดสินใจได้เด็ดขาด เอาแบบนี้นี่ละ! ไวเวิร์นตัวอื่นๆ ก็ต้องพอใจกับชื่อแบบนี้เหมือนกัน
เหมือนกับเผ่าวิหคในลาเวียส นครลอยฟ้า สัตว์ปีกทุกตัวไม่ค่อยมีมันสมองนัก
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวนี้ยังถูกแกะสลักออกมาจากหิน หัวก็ทำมาจากหินนั่นละ วีดก็เลยไม่ค่อยแปลกใจนักที่สมองของมันจะไม่ได้ดีไปกว่าก้อนหินสักเท่าไร
“พวกเราไปกันเถอะ ให้ข้าขึ้นไป”
“ขอรับ นายท่าน”
วีดปีนขึ้นไปบนหัวไวเวิร์น
*พั่บ พั่บ*
มันกระพือปีกสองสามครั้งแล้วพวกเขาก็ลอยขึ้นไปบนอากาศตรงเข้าสู่แสงสว่าง ทั้งคู่ลอยอยู่ในจุดที่สูงมากวีดจึงมองเห็นหุบเขาทั้งหุบเขาอยู่เบื้องล่าง
ขณะที่กำลังบินสูงขึ้นไปวีดก็เห็นจุดเล็กๆ หลายจุดด้านล่างแล้วจำได้ว่าเป็นสวนดอกไม้ กับรูปสลักระดับมาสเตอร์พีซที่ตนเคยแกะไว้ มันเป็นประติมากรรมที่แสดงความรู้สึกภายในของซอยูนออกมาอย่างแท้จริง
“ไม่รู้ว่าเราจะได้พบกันอีกเมื่อไร หญิงสาวที่งดงามที่สุดที่ผมเคยเจอ”
วีดส่ายหัวอย่างเสียดาย
ตอนนี้เธอคงรู้แล้วว่าประติมากรรมพวกนั้นใช้เธอเป็นแบบ
“คราวหน้าที่เจอกันต้องระวังตัวให้มากขึ้น แล้วก็ภาวนาขอให้คุณไม่ฆ่าผม”
มอนสเตอร์บินได้ไม่ประสบปัญหาจากมอนสเตอร์บนพื้นดิน ในขณะที่วีดก็ตกตะลึงกับภูมิทัศน์อันสวยงามเบื้องล่าง
ในที่สุดเขาก็ออกจากหุบเขายูโนปู และเดินทางสู่จุดหมายที่ภูเขายุโรกิ

“......”
ซอยูนพยายามยิ้ม เธออยากจะยิ้มให้ได้เหมือนรอยยิ้มที่สดใสของรูปปั้น
น้ำตาไหลอย่างง่ายดาย แต่การหัวเราะอีกครั้งนั้นเป็นไปไม่ได้เลย
ไม่รู้ว่าทำไม แต่เธอรู้สึกอย่างนั้น
*เผาะ เผาะ*
ริมฝีปากสีแดงของเธอขยับเล็กน้อย
เธอกำลังยิ้ม แม้จะยังห่างไกลกับคำว่าสมบูรณ์แบบมากนัก
ซอยูนตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้!
‘ฉันอาจจะหัวเราะได้ก็ได้นะ’
แต่พอความคิดนี้เกิดขึ้นใบหน้าเธอก็กลับหมองลง ยังคงมีสิ่งสำคัญที่เธอทำไม่ได้
เธอยังคงพูดหรือหัวเราะไม่ได้
แต่ไม่ว่าจะดูกระอักกระอ่วนเพียงใด นั่นก็ยังคงเป็นรอยยิ้มที่สวยงาม และทำให้หน้านิ่วคิ้วขมวดของเธอดูสดใสขึ้น
สาวงามผิวขาวสวยกับเหล่าประติมากรรมที่พรรณนาความงดงามของเธอ หญิงสาวผู้โดดเดี่ยวยืนอยู่ข้างรูปสลัก โดยมีฉากหลังเป็นหุบผา
ซอยูนรู้สึกราวกับว่าโลกใบนี้สว่างขึ้นเล็กน้อย


******************************


ครึ่กๆ
รถลากของพ่อค้าบรรทุกสินค้าเต็มคันเดินทางมาถึงเมืองแล้ว หลังจากเดินทางอย่างตรากตรำยาวนานในที่สุดมันก็มาถึงจุดหมายจนได้
พ่อค้าที่ตำแหน่งบังคับรถหันไปหาชายผู้นอนอยู่บนหลังคารถลาก
“เรามาถึงแล้วครับ”
“งั้นเหรอ”
ชายคนนั้นกระโดดลงมายืนข้างรถ
“ดูเหมือนที่นี่จะเป็นอาณาจักรพราอินสินะ”
เขามีไหล่กว้างและใบหน้าสีแทน
เมื่อประกอบเข้ากับผมที่ตัดสั้นและสีหน้าไม่ยินดียินร้ายรูปลักษณ์จึงดูธรรมดาๆ
นักดาบ 449!
นักดาบ 449 มาถึงอาณาจักรพราอินแล้วอย่างปลอดภัย
เขาระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับเพื่อนๆ ที่มีระดับอยู่ที่ประมาณ 241
แต่มันก็มีเหตุผลของมันว่าทำไมเขาจึงยังอยู่ที่ระดับ 200
เขาเข้าป่าเพียงลำพังเพื่อล่ากวางตั้งแต่ระดับ 5 เพียงเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวเท่านั้น!
“เลือดกวางโคตรอร่อยเลย...”
เขานึกถึงตอนที่หลอดดูดที่ทำจากเหล็กเสียบเข้าไปที่ลำคอกวางหลายต่อหลายครั้งก่อนที่มันจะตาย
น่าเจ็บใจที่เล่าให้คนอื่นฟังไม่ได้
“สำหรับนักรบแล้ว ตราบใดที่ยังมีดาบอยู่กับตัวอย่างอื่นก็ไม่สำคัญ”
เวลาที่นักดาบ 449 เดินทาง เขามักจะเดินก้าวใหญ่และมีท่าเดินที่มีพลัง
ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่เสื้อผ้าโทรมๆ กับดาบเต็มถุง
เขาใช้ทองทั้งหมดที่หาได้จากการล่าไปกับอาหารและดาบ
“นักดาบที่แท้จริงต้องการเพียงดาบเท่านั้น เกราะก็เป็นได้แค่ตัวถ่วง”
นักดาบ 449 กำลังตามหานักรบผู้แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงในอาณาจักรพราอิน
นักดาบ นักรบ อัศวิน พาลาดิน...
อาชีพอะไรก็ได้ทั้งนั้นขอแค่มีอาวุธก็พอ
เขาแค่อยากจะแข็งแกร่งขึ้น
“ได้ยินมาว่านายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองนี้ เรามาสู้กัน”
ผู้ถูกท้าทายตกตะลึงเมื่อเห็นนักดาบ 449 ในชุดเก่าๆ ขาดๆ จนอดไม่ได้ต้องถามออกมาว่า
“จะบ้าเรอะ ฉันเวล 280 นะเว้ย เลเวลนายดูไม่สูงเท่าไรเลยนี่ แล้วยังใส่เกราะไม่ครบด้วย”
“ไม่สนว่ะ จะรับคำท้าหรือไม่รับ”
คนส่วนใหญ่ที่ถูกท้ามักจะรับคำท้าโดยไม่คิดอะไรมาก พวกเขามองว่ามันเป็นเพียงความบันเทิงรูปแบบหนึ่งเท่านั้น
“ก็ได้ โดนอัดน่วมก็อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วกัน”
“ไม่มีทาง”
คนที่นักดาบ 449 กำลังจะดวลด้วยเป็นพาลาดิน
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่พาลาดินคนนี้กลับรู้สึกสังหรณ์ใจตะหงิดๆ กับการดวลครั้งนี้
“จู่ๆ ก็เดินเข้ามาท้าสู้ในชุดกากๆ แบบนั้น... ฉันไม่รู้ว่านายเป็นใครแต่สู้ให้เต็มที่ก็แล้วกัน เข้าใจมั้ย”
“โฮลี่ชีลด์!” (t/n: เกราะศักดิ์สิทธิ์)
พาลาดินเรียกใช้โฮลี่ชีลด์ที่เป็นหนึ่งในสกิลพื้นฐาน
“ซันก๊อดดิไวน์โพรเทคชั่น! วอริเออร์เบลสซิ่ง!” (t/n: เดาว่าเป็นเวทป้องกัน กับเสริมสถานะ)
พาลาดินใช้พรเพื่อปกป้องตนเอง และเพิ่มความแข็งแกร่งในการต่อสู้
พวกเขายังสามารถรักษาตนเองใช้สถานการณ์คับขันได้อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ คนส่วนใหญ่จึงหลีกเลี่ยงที่จะต่อสู้ตัวต่อตัวกับพาลาดิน
พลังชีวิตของพาลาดินขึ้นเร็วมาก ดังนั้นถ้าคุณไม่สามารถสร้างความเสียหายได้มากพอก็จะกลายเป็นว่าพวกเขาฟื้นพลังชีวิตเร็วกว่าที่เสียไปเสียอีก
“โฮลี่เบลด!”
แสงสีขาวเคลือบลงที่ดาบของพาลาดิน
ไม่ว่าจะเหวี่ยงดาบไปทางไหนก็เห็นเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์วูบวาบ
ทักษะนี้กินมานาจำนวนมากเพื่อทำให้การโจมตีของพาลาดินกระจายออกได้
“จะเข้าไปละนะ”
ไฟสีขาววาบขึ้นทุกครั้งที่พาลาดินเหวี่ยงดาบ
นักดาบ 449 กระโดดหลบไฟนั้นไปรอบๆ
“มันจะแสดงผลในพื้นที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ... ยิ่งสู้กันนานเท่าไร เราก็จะยิ่งอันตรายขึ้นเท่านั้น”
นักดาบ 449 วิ่งเข้าหาไฟแม้จะเสี่ยงเสียพลังชีวิตบางส่วน เขายกดาบขึ้นขณะเคลื่อนเข้าหาพาลาดิน
“หัว!”
พาลาดินผู้ถูกทำให้ตกใจยกดาบขึ้นรับการโจมตี
*กี๊ดดดด*...
ดาบของนักดาบ 449 ลอดผ่านดาบของพาลาดินไปราวกับงู
“ข้อมือ!”
คราวนี้ดาบของเขาเล็งไปที่ข้อมือของพาลาดิน
พาลาดินหลบการโจมตีไปได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง
ในที่สุดแววตาของพาลาดินก็คมกล้าขึ้น เขาเคยเห็นการสู้รบมาหลายครั้ง
โดยทั่วไปแล้ว การดวลประเภทนี้จะตัดสินกันด้วยระดับ ปกติการดวลของคนที่มีระดับต่างกันขนาดนี้ควรจะจบลงแล้ว คู่ต่อสู้ของเขาขัดขืนได้ยอดเยี่ยมมากแม้ระดับจะต่างกันมากขนาดนี้
“ถ้างั้นละก็”
พาลาดินยกดาบขึ้นเสมออก และดันออกสุดแรง
“แบช!”
พาลาดินสงบจิตใจและเริ่มใช้ชุดการโจมตีที่รุนแรง
พลังที่รวบรวมลงในดาบทำให้การโจมตีทรงพลังมาก ครั้งนี้เขาตั้งใจจะเอาจริงตั้งแต่แรก
นักดาบ 449 ขยับตัวเปลี่ยนท่าทางโดยไม่มีความตื่นเต้นให้เห็นเลยแม้แต่น้อย
การโจมตีของคู่ต่อสู้ตรงไปตรงมามาก เขาโยกหลบอย่างลื่นไหลโดยใช้เพียงเอวและขาเท่านั้น ดาบของเขาถากโดนสีข้างของพาลาดินและก่อให้เกิดบาดแผลเล็กน้อยแต่อาการบาดเจ็บนั้นเล็กน้อยจนแทบไม่เป็นที่สังเกต
พลังชีวิตของนักดาบ 449 ลดลงแล้ว 20% ตอนที่โดนโฮลี่แบลดก่อนหน้านี้ ในขณะที่พาลาดินเพียงได้รับบาดเจ็บที่สีข้างเล็กน้อยเท่านั้น
เวทย์เบลสซิ่งที่พาลาดินร่ายไว้ก่อนหน้านี้ช่วยลดความเสียหายไปได้เยอะ แต่แผลที่สีข้างก็ทำให้เขาขยับตัวได้ไม่ถนัดเท่าก่อนหน้านี้
มีเสียงกระซิบกระซาบจากผู้คนที่มามุงดูการต่อสู้
“คนคนนี้...”
“ผมเคยได้ยินเรื่องคนแบบเขาที่เดินทางไปทั่ว ตามหาคู่ต่อสู้เพื่อท้าดวล”
“คนที่ล่าทั้งมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งและผู้เล่นโดยใช้เพียงฝีมือดาบเท่านั้น”
“เขาจะใช่หนึ่งในพวกนั้นรึเปล่านะ!”
ข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเหล่านักดาบกระจายไปทั่วทวีปเวอร์เซลล์
นักดาบ 449 มีระดับต่ำและยังทนทานการโจมตีของพาลาดินไม่ค่อยได้ แม้จะมีฝีมือการต่อสู้แต่ระดับที่ต่างกันถึง 80 ระดับจะทำให้เขาเหนื่อยในที่สุด นอกจากเครื่องป้องกันไม่ดีแล้วค่าการป้องกันของเขายังต่ำด้วย แต่เขาจงใจให้เป็นอย่างนั้น
“ถ้าหวังจะพัฒนาวิชาดาบให้ได้ ก็ต้องผ่านการต่อสู้กับคนที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้น เราต้องคิดและลงมือให้เร็วกว่านี้ ต้องฝึกอีกนานถ้าหวังจะชนะคู่ต่อสู้ที่ได้เปรียบกว่าขนาดนี้ ไม่งั้นเราก็จะต้องแพ้ให้กับความแข็งแกร่งของทักษะและเวทย์ของพวกเขา”
นักดาบ 449 ไม่เพียงต่อสู้กับคนด้วยกันเท่านั้น เขายังสู้กับมอนสเตอร์นอกเมืองที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อด้วย
เผชิญกับมอนสเตอร์ที่ไม่รู้จักในสถานที่ที่ไม่รู้จัก เขาเพียงกระโดดเข้าตีรันฟันแทงโดยเก็บสมองไว้ใช้ในภายหลัง
เหมือนกับนักดาบคนอื่นๆ เป้าหมายของนักดาบ 449 ไม่ใช่เพื่อให้มีระดับสูงๆ เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือพัฒนาการรวบรวมสมาธิด้วยการต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง เนื่องจากเขาขาดทั้งเวทย์และทักษะพิเศษจึงทำได้เพียงพึ่งพาฝีมือดาบและการเคลื่อนไหวของตน
ระหว่างตามหาคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งไปทั่วทวีปเวอร์เซลล์ นักดาบ 449 ก็ต่อสู้กับมอนสเตอร์มาแล้วนับไม่ถ้วน เหล่านักดาบตั้งแต่หมายเลข 6 ถึง 505 ต่างก็กำลังเดินทางเพื่อขัดเกลาฝีมือดาบของตน โดยขณะเดียวกันก็ทำความดีไปด้วยตามหน้าที่ของตนในฐานะที่เป็นนักรบ
แม้ว่านี่จะไม่ใช่หนทางเพิ่มระดับที่เร็วที่สุดแต่ประสบการณ์จากการสู้รบทั้งหลายก็ต่างได้รับผ่านหนทางนี้ทั้งสิ้น
ขณะเดียวกันนั้นเอง นักดาบ 6 ก็กำลังทำอาหารและกินอาหารจำนวนมากที่ปราสาทเซราบอร์ก
“ลูกศิษย์ไปกันหมดแบบนี้เหงาจังเลย”
นักดาบ 2 ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์
“แต่เราก็ไม่มีโอกาสได้พักแบบนี้บ่อยๆ นะครับ”
“ก็จริง”
นักดาบ 3 สนับสนุนขึ้นมาอีกว่า
“ผมมั่นใจว่าบรรดาลูกศิษย์ต้องได้รับประโยชน์มากมายจากประสบการณ์ในโลกนี้”
นักดาบ 4 และ 5 ก็เข้าร่วมวงการสนทนาด้วย
“ผู้ใดปรารถนาจะพัฒนาฝีมือดาบ ผู้นั้นต้องพัฒนาตนเองเสียก่อน หากพวกเขาได้เผชิญกับการต่อสู้ที่แท้จริงมากขึ้นฝีมือดาบก็จะพัฒนาขึ้นด้วยเช่นกัน”
“ก็จริง”
เมื่อรู้สึกพึงพอใจแล้ว อาจารย์ก็หันกลับไปกินต่อ
“อย่างที่คิดเลย ส่งลูกศิษย์ไปฝึกฝนด้วยตัวเองนี่เป็นไอเดียที่ดีจริงๆ”
“นั่นสิครับอาจารย์”
นักดาบ 2 ยิ้ม เมื่อเรื่องราวคลี่คลายลงได้แบบนี้เขาและผู้ฝึกสอนคนอื่นๆ ก็เริ่มกินต่อบ้าง
ค่าอาหารทั้งหลายก็มีลูกศิษย์จ่ายให้
ระหว่างฝึกฝน นักเรียนไม่จำเป็นต้องใช้เงินนี่นา
แล้วเรื่องจะใช้เงินยังไงให้มีประโยชน์นี่เหล่าผู้ฝึกสอนก็รู้ดีกว่า
ด้วยตรรกะนี้เหล่านักเรียนจึงถูก “แนะนำอย่างยิ่ง” ให้ “อุทิศ” เงินที่หามาได้ให้แก่ผู้ฝึกสอน

***

ภายในเทือกเขายุโรกิ เหล่าออร์ค เอลฟ์ และมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในที่ราบแห่งความสิ้นหวังต่างมารวมตัวกัน
ผู้นำของแต่ละเผ่าพันธุ์ก็รวมตัวกันอย่างสันติ!
พวกเขาแม้จะแตกต่างแต่ก็มาร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับศัตรูที่ทุกคนมีร่วมกัน ซึ่งก็คือกองทัพอันเดด
“นึกว่าหนีไปแล้ว” เนโครแมนเซอร์พูดกับวีดด้วยน้ำเสียงเหยียดๆ แต่ทันทีที่เห็นสีหน้าหงุดหงิดของวีดเขาก็เสียใจทีหลังทันที
ระหว่างเดินทางกลับมาที่เขตภูเขาหิน วีดใช้ทักษะประติมากรรมจำแลงเพื่อเปลี่ยนร่างกลับไปเป็นออร์ค
เจ้าออร์คคาริชวิผู้อ้วนและเย่อหยิ่งกับปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคม ดวงตาที่ดูประสงค์ร้าย และจมูกที่มีน้ำมูกไหลออกมาตลอดเวลา
ในขณะที่ความขี้เหร่นี้ไม่เป็นที่ชื่นชอบนักในหมู่มนุษย์ มันกลับน่าประทับใจมากในหมู่ออร์ค และช่วยส่งเสริมเสน่ห์ความเป็นผู้นำของเขา
“สถานะของกองทัพอันเดดตอนนี้เป็นยังไงบ้าง” วีดถาม
“เหลืออีกเพียงสองวันเท่านั้นพวกมันก็จะมาถึง ลิชไชร์จะแยกตัวออกจากกองกำลังหลักของบัลข่าน และนำกองกำลังชั่วคราวมาที่นี่ผ่านทางภูเขาตอนเหนือ เราต้องเตรียมรับมือตอนที่กองทัพอันเดดมาเพื่อแพร่ความตายสู่ดินแดน”
กองทัพอันเดดจะเคลื่อนออกจากหลุมขนาดใหญ่ไปที่ภูเขาทางเหนือ
เขามองเห็นหมอกสีแดงไม่เป็นมงคลลอยขึ้นจากทิศทางของหลุมนั้น
สีที่แดงเข้มและเลอะฝุ่นดิน ควันที่หนาขึ้นลอยออกจากหลุมนั้นและค่อยๆ เปลี่ยนท้องฟ้าให้กลายเป็นสีแดงเข้ม
ต้องเป็นกองทัพที่ใหญ่โตมโหฬารแน่
เนโครแมนเซอร์อธิบายต่อว่า
“ยามใดที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งหมด ยามนั้นพลังอำนาจของไชร์จะเพิ่มขึ้นมาก และกองทัพอันเดดจะเริ่มเคลื่อนตัว”
ทันใดนั้นวีดก็ได้ยินเสียงในหัว
-                   “วีดครับ ผมมาถึงเชิงเขาแล้วนะ” นั่นเป็นเสียงพูดของเมแพน
หลังจากเดินทางข้ามที่ราบแห่งความสิ้นหวัง เขาก็มาถึงในที่สุดพร้อมกับรถลากที่เต็มไปด้วยเงินแท่งและลูกศรจากอาณาจักรโรเซนไฮม์
การเลือกอาชีพพ่อค้าไม่ใช่ความคิดที่ดีนักหรอก นอกเสียจากว่าคุณจะขยันจริงๆ
จะค้าขายสินค้าให้ประสบความสำเร็จจนได้กำไรมาได้นั้นต้องมีหลายสิ่ง
อย่างแรกคือต้องรู้ราคาตลาด และพัฒนาชื่อเสียงของตนที่มีต่อชาวบ้านในพื้นที่นั้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
อาชีพสายต่อสู้พัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นด้วยการออกล่าในเขตล่าหรือดันเจี้ยน แต่แทนที่จะทำแบบนั้น พ่อค้าต้องเดินทางไปมาเพื่อขายของแทน
อาชีพสายพ่อค้าเป็นอาชีพที่ไวต่อความเปลี่ยนแปลงที่สุดเมื่อไปยังอีกเมืองหนึ่ง ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหน พ่อค้าจะได้รับการต้อนรับ และเพิ่มชื่อเสียงอย่างง่ายดาย
ด้วยคุณลักษณะเหล่านี้พ่อค้าจึงได้รับภารกิจง่ายกว่ามาก และเมื่อใดที่เข้าร้านพวกเขาก็จะได้รับภารกิจทุกประเภทที่เหมาะกับอาชีพ ตั้งแต่ให้ตามหาริบบิ้นที่หายไปจนถึงให้อ่านหนังสือแล้วสรุปใจความออกมา
เมื่อพวกเขาได้รับค่าประสบการณ์และข้อมูลถึงจุดหนึ่ง ภารกิจที่สำคัญมากอาจโผล่ขึ้นมาให้มีโอกาสได้ลงทุนทำกำไรในเมืองหรือเขตไหนสักเขต
เมื่อชื่อเสียงโด่งดังถึงจุดหนึ่งก็จะซื้อสินค้าทุกชนิดได้ถูกลง และสามารถซื้อสินค้าพิเศษที่ปกติซื้อไม่ได้ด้วย
ความฝันของเมแพนคือการหาเงินให้ได้มากพอซื้อหมู่บ้านได้ทั้งหมู่บ้าน
-                   “เอาไงต่อครับ ให้ลากรถผ่านภูเขานี่ดูจะยุ่งยากมากเลยนะ”
-                   “รอตรงนั้นแหละ เดี๋ยวให้คนไปนำทาง”
วีดชี้นิ้วไปที่ออร์คสองสามตน
“พวกนาย ชวิค!”
“ชวิท ชวิท ชวิท! พร้อมรับคำสั่ง”
“มีมนุษย์คนนึงอยู่ที่เชิงเขา ในรถลากมีสิ่งของที่เขาขนมาให้เรา พาเขาเข้ามาที่นี่ แล้วก็ระวังอย่าทำให้เขากลัวล่ะ”
“รับคำสั่ง ชวิชวิค!”
เหล่าออร์คออกเดินทางทันที

***

เมแพนกำลังผ่อนคลายขณะรอวีด
เขาข้ามที่ราบแห่งความสิ้นหวังจนมาถึงภูเขาแล้ว มันเขียวชอุ่ม มีเสียงนกร้องดังมาจากในป่าที่มีต้นไม้แน่นขนัด และลมเย็นชุ่มฉ่ำก็พัดเบาๆ ผ่านที่ราบ
“ดีจริงๆ ที่ได้มาที่นี่”
เมแพนลุ่มหลงทัศนียภาพของที่นี่
มีแม่น้ำไหลผ่านด้านหน้าเทือกเขา
ในน้ำใสๆ อุดมไปด้วยปลา และกวางกับยีราฟหลายตัวก็กำลังกินหญ้าอยู่ในทุ่ง
“ภูเขาลูกนี้นี่ที่สุดแล้ว”
เมแพนพอใจทัศนียภาพมาก
ด้วยความที่เป็นพ่อค้าเขาจึงเลือกหนทางที่ปลอดภัยที่สุดเสมอเวลาเดินทาง จึงแทบไม่เคยเดินทางข้ามเขาเลย
เทือกเขานี้ทำให้เมแพนนึกถึงตอนที่เดินทางไปอาณาจักรบริตันกับวีด
เทือกเขาที่เต็มไปด้วยหินในครั้งนั้นงดงามจริงๆ แต่ผาหินจำนวนมากทำให้ยากต่อการเดินทาง
ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ยอดเขาถูกหิมะปกคลุม
ลมค่อนข้างหนาวเย็นแต่อากาศแบบนี้เหมาะกับการเดินทางที่สุด
เมแพนรู้สึกว่าภูมิประเทศนี้ดูคุ้นตาอยู่บ้าง
“นี่เราเคยมาที่นี่เหรอ ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรกนะ แต่ที่นี่มัน...”
แต่มันก็ห่างไกลมาก...
เมแพนไม่น่าจะเคยเห็นที่นี่มาก่อน แต่เขากลับรู้สึกคุ้นเคย
แม้แต่เมฆหิมะบนยอดเขาก็ยังดูคุ้นตาอย่างประหลาด
“เราเห็นวิวนี้จากที่ไหนเนี่ย”
มีออร์คเดินลงมาจากภูเขา
เมแพนส่งรถลากให้พวกมันด้วยมือที่สั่นเทา
“เมาแว้ว! รถลาก เป็นข้าดูแล”
เมแพนรู้สึกเหมือนจะเป็นลมแล้วก็งุนงงตอนที่ฟังออร์คพูด ทำไมพวกมันทำท่าทางแบบนี้
“อ้อ ใช่แล้ว หอเกียรติยศไง! เราเห็นภูเขาพวกนั้นจากวิดีโอในหอเกียรติยศ”
เมแพนตื่นเต้นมากแต่ก็ยังไม่อยากเชื่อว่ามีออร์คแบบนี้อยู่จริงๆ
“นี่มันอะไรวะเนี่ย ชวิค!” ออร์คถามขณะโบกดาบไปมา
“มนุษย์! เอาไปให้คาริชวิ ชวิชวิค!”
พวกออร์คเริ่มเดินขึ้นเขาอีกครั้งพร้อมลากสัมภาระที่เมแพนลำบากลำบนลากมาถึงที่นี่แบบสบายๆ
เมแพนเดินตามพวกมันไปแบบหวาดๆ และเมื่อเขาเห็นปราสาทของดาร์คเอลฟ์ก็ร้องออกมาด้วยความโล่งใจ
“ที่นี่แหละ นี่คือจุดหมาย”
เบื้องหน้าออร์คพวกนั้นคือวีดที่แปลงร่างเป็นคาริชวิ
“ขอบใจที่ทำงานให้นะเมแพน ชวิค!”
เสียงชวิคนั่นฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด
ในที่สุดเมแพนก็รู้ว่าคาริชวิคือวีดที่ปลอมตัวมา
เขาแกล้งทำเป็นออร์ค
“วีด! สถานการณ์นี่...”
“เรื่องมันยาว ชวิค! เอาไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้ต้องเริ่มแล้ว ลูซิล!”
ในหมู่บ้านวีดเจอแบล็คสมิธที่ถูกเนรเทศมาชื่อลูซิล
“ชวิชิท เอ้า เริ่มตีอาวุธได้แล้ว”
“เข้าใจแล้ว!”
ช่างตีเหล็กเผ่าพันธุ์มนุษย์นำวัตถุดิบจากรถลากไปที่เตาหลอมอย่างรวดเร็ว และเริ่มงาน
เมื่อมีอาวุธครบ มนุษย์ ออร์ค และดาร์คเอลฟ์จะทำความเสียหายให้อันเดดได้รุนแรงขึ้นมาก
อย่างไรก็ตาม ดาร์คเอลฟ์ผู้หยิ่งผยองไม่ค่อยยอมเชื่อฟังนัก
“ชิ ก็แค่ทำมาจากเงิน”
“อาวุธกระจอกอะไรเยี่ยงนี้ ดาบมิธริลของพวกเราจะไม่คู่ควรกว่ารึ”
“อาวุธ ‘กระจอก’ พวกนี้แหละ ที่จะเป็นสิ่งจำเป็นในสนามรบ!” วีดกล่าว
เขาใช้เงินทั้งหมดของตนไปกับอาวุธ ‘กระจอก’ พวกนี้ อาวุธที่เหล่าเอลฟ์พยายามโยนทิ้ง
อย่างไรก็ตาม พวกออร์คชอบเขา และไม่ได้รังเกียจอะไร
‘อาวุธข้าแข็งแกร่งมากเลย ชวิค!’
“เป็นประกายจัง”
เหล่าออร์คที่ไม่คิดอะไรมากค่อนข้างพึงพอใจกับอาวุธที่ทำจากเงิน
แผนการต่อสู้กับกองทัพอันเดดของวีดใกล้จะได้นำมาใช้แล้ว
ครั้งนี้ ยุทธวิธีการรบกับกองทัพอันเดดไม่ใช่สิ่งที่ไม่ได้เตรียมมาก่อน
“ออร์คจะเป็นทัพหน้า และดาร์คเอลฟ์จะรั้งท้าย”
ด้วยความที่เป็นนักยุทธศาสตร์ วีดจัดวางกองกำลังอย่างระมัดระวังที่สุด
ลูกศรเงินที่เมแพนนำมาถูกแจกจ่ายให้แก่ดาร์คเอลฟ์ทันที
ทักษะยิงธนูของพวกเขายอดเยี่ยมแม้ตอนที่ใช้เพียงคันธนูและลูกศรที่ทำจากไม้โอ๊ก
พลังของพวกเขาไม่อาจดูถูกได้
การเตรียมการรบใกล้เสร็จสิ้นแล้ว
บรรดาออร์คและดาร์คเอลฟ์ก็ใกล้จะมารวมตัวกันครบแล้ว
และดาร์คเอลฟ์ก็ซ่อมแซมกำแพงปราสาทเสร็จแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นยังมีการขุดคูน้ำไว้รอบกำแพงปราสาท
ความสูงที่แตกต่างจะทำให้ป้องกันการบุกเข้ายึดปราสาททำได้ง่ายขึ้น
เหล่าเอลฟ์และออร์คมารวมตัวกัน
พวกมนุษย์ได้รับคำสั่งและเริ่มเสริมความแข็งแรงให้ปราสาท
ในที่สุดปราสาทก็เสร็จสมบูรณ์ มันใหญ่โตและสวยงาม!
กำแพงถูกก่อขึ้นยืดยาวตลอดแนวสันเขา
ทุกยอดของหอคอยมีหม้อต้มขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำมันดินที่ลุกไหม้
และตอนนี้พวกเขาก็กำลังสร้างประตูไม้โอ๊ก
วีดแทบไม่ได้กำกับควบคุมการสร้างแนวป้องกันเลย ถ้ามีใครเข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะเห็นว่าทุกส่วนถูกสร้างขึ้นแบบง่อยๆ
ทุกอย่างดูพร้อมจะถล่มได้ตลอดเวลาโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
นั่นเป็นเพราะพวกออร์คขี้เกียจและก็โง่สุดๆ แม้ดาร์คเอลฟ์จะทำหน้าที่ในส่วนของตนได้ดีแต่ก็มีจำนวนที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกัน
“ไม่เป็นไรหรอกน่า พวกอันเดดคงไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไรหรอก”
แม้จะไม่อยาก แต่วีดก็ถูกบังคับให้มองข้ามช่วงหลังๆ ไปเพราะต้องไปให้ชีวิตกับประติมากรรมเพิ่ม
แน่นอนว่า สร้างเพิ่มตัวหนึ่งวีดก็ต้องเสียสองระดับ
กลยุทธ์ของมือใหม่คงเป็นการสร้างสักร้อยตัว อย่างไรมันก็ถึงเวลาสร้างประติมากรรมเพิ่มแล้ว
“ไม่มีอะไรได้มาฟรี ถ้าไม่ทำอะไรให้เหนือกว่าปกติซะบ้างคงหวังทำเควสต์ระดับ A ให้สำเร็จไม่ได้”
ทุกครั้งที่ให้ชีวิตแก่ประติมากรรม ระดับของวีดก็ลดลงสองระดับ แม้จะเจ็บปวดใจแต่ก็เป็นการลงทุนที่จำเป็น
เหลืออีกเพียงสองวันเท่านั้นก่อนจะต้องเผชิญหน้ากับกองทัพอมตะ ภายในเวลาที่เหลือนี้ระดับของวีดลดลงเหลือเพียง 279 จากการที่ต้องให้ชีวิตแก่ไวเวิร์นเพิ่มอีก 9 ตัว



เล่มที่ 7 ตอนที่ 1 : จบ


*************************



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: