วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 7 ตอนที่ 2 กองทัพอมตะ(Undead Legion)

เล่มที่ 7 ตอนที่ 2 กองทัพอมตะ(Undead Legion)



“ควันสีแดงดำบดบังพระอาทิตย์สีแดงสด ชวิวิค! ดินแดนแห่งนี้ถูกขังอยู่ในความมืด แม้แต่นกก็ยังหยุดร้องเพลง ชวิคชวิค!”
วีดยืนอยู่บนก้อนหินบริเวณนั้นและก็พึมพำกับตัวเอง
เพราะความสำเร็จของเขาจะถูกบรรจุลงในหอเกรียติยศ หลังจากเควสเสร็จสิ้น
วีดก็เลยสร้างบรรยากาศให้มันดูสัมพันธ์กัน

ยืนอยู่ต่อหน้าออร์คนับล้าน และกองทัพดาร์คเอลฟ์อีกแสนสาม
แต่จริง ๆ แล้วแม้แต่กับออร์คนับล้านนี้ วีดก็ยังเป็นกังวลอยู่ดี
มันมีความรู้สึกบางอย่างรบกวนอยู่และมันทำให้วีดสั่นสะท้าน
ออร์คจัดหมวดหมู่เป็นกองละ 30,000 และ 50,000 ในสนามรบกองกำลังของออร์คกระจายออกไปไม่สิ้นสุด

คุณไม่มีทางเห็นพวกมันได้หมด ออร์คนั้นมีมากกว่าต้นไม้บนภูเขาซะอีก
ดาร์คเอลฟ์ผิวดำก็รวมตัวเป็นกลุ่มขนาดยักษ์
คนธรรมดาทั่วไปคงทำอะไรไม่ได้นอกจากตัวสั่นไปด้วยความกลัว
ทั่วทั้งภูเขาตอนนี้กล่าวได้ว่าเต็มไปด้วยมอนสเตอร์

พวกมันยึดแนวสันเขา แนวป้องกันถูกปกป้องด้วยออร์คกับดาร์คเอลฟ์ ตั้งแต่ฐานรากจนถึงยอดกำแพง
เหล่ามนุษย์จากหมู่บ้านผู้ถูกเนรเทศรวมตัวกันอยู่ข้าง ๆ เขา เหล่าพรีสของเฟรย่า และทหารจากอาณาจักรโรเซนไฮม์ได้มารวมตัวกันอยู่ในที่เดียว
เมื่อมีมอนสเตอร์จำนวนมากขนาดนี้อยู่ภายใต้คำสั่งของเขา วีดก็อยู่ในอารมณ์ยินดีอย่างล้นเหลือ
วีดตื่นเต้นจนเขาเริ่มร้องเพลงจากบนยอดของก้อนหินนั้น

“ตาย ไป เถอะ พวก กอง พัน อ ม ตะ ตาย! ชวิชวิ ชวิค! ใคร ที่ จะ ชนะ ? ข้า สิ จะ ชนะ ! อันเดด ที่ น่า รัก ทั้ง หลาย ให้ ค่า ประ สบ การณ์ กับ ข้า สิ ให้ ไอเทม กับ ข้า สิ! ออก มา เถอด อันเดด! รีบ มา ปรากฏ ตัว แต่ โดย ไว!”
มันจะหลงโทนได้อะไรขนาดนี้!

ในบทเพลงของวีดนั้นมันไร้ซึ่งสัมผัส ไม่มีกระทั่งจังหวะ หรือเสียงที่มันเร้าความสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว!

“ใครก็ได้หยุดเพลงนี้ที!”
“โอ ต่อให้เป็นออร์คอย่างพวกตู เพลงนี้มันก็สยองเกินรับได้แล้ว! ชวิวิค!”
“นี่มันเป็นความอัปยศ ขายหน้าแล้วก็สิ้นหวังของเผ่าพันธุ์เราชัด ๆ ชวิชวิท!”
ในขณะที่ออร์คทั้งหลายเริ่มขุ่นเคืองขึ้นเรื่อย ๆ วีดกลับร้องต่อไปด้วยพลังที่มากกว่าเดิมอย่างมีความสุข
ทันใดนั้น....

*ครืนนนน!*

พื้นดินสั่นสะเทือนจนออรค์ เอลฟ์ และทหารมนุษย์ไม่สามารถยืนให้มั่นได้ ในขณะที่ควันสีแดงดำเริ่มหนาขึ้นเรื่อย ๆ และกระจายตัวไปทั่วสนามรบ
วีดมองไปยังเหล่าเนโครแมนเซอร์และบอกว่า
“กองพันอมตะได้ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานของพวกมันแล้ว พวกเราจะไม่มีทางมีสันติภาพได้หากเราไม่มอบการพักผ่อนตลอดกาลให้กับเหล่าอันเดดทั้งหมดนี้ ถ้าพวกเราไม่สามารถทำให้พวกมันหยุดที่นี่ พวกเราก็จะกลายเป็นทาสไปชั่วนิรันดร”
ในที่สุด มันก็เริ่มขึ้นแล้ว

วีดหยุดร้องเพลงในที่สุด และมองไปทางกองทัพของพวกอันเดด
ในหลุมไกล ๆ นั่นเห็นได้ชัดว่า พวกโครงกระดูก ผีกูล ซอมบี้ ปรากฏตัวออกมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดแถว
*แกรก แกรก*
เสียงข้อต่อของกระดูกกระทบกันดังลั่นมาให้ได้ยินอยู่เรื่อย ๆ มีควันสีฟ้าลอยออกมาจากร่างของซอมบี้ มันปลดปล่อยพิษที่ฆ่าคนได้ภายในเวลาไม่กี่นาทีถ้าไม่ได้รับยาแก้
*ตึง ตึง ตึง!*
นายทัพผีกูลที่นำทัพซอมบี้และโครงกระดูกสูงมากกว่า 3 เมตร

เล็บอันแหลมคมของมัน และฟันล้วนแข็งแกร่งเหนือชั้นกว่าเหล่าอันเดดทั่วไป!
“อา.... กลิ่นของชีวิต เลือด เนื้อ อยู่ใกล้ ๆ นี่เอง!”
“พวกเราจะทำให้แกกลายเป็นอันเดดเหมือนพวกเรา”
“มาเป็นเพื่อนกันเถอะ”
จากทะเลสาบใกล้ ๆ ผีทั้งหลาย ข้ามผ่านผิวน้ำมา รวมทัพกับกลุ่มอันเดด พวกมันเคลื่อนทัพโดยไม่มีอาการสับสนปรากฏเลยแม้แต่น้อย
เหล่าโครงกระดูกขยับมาเป็นแนวแถว และ แม้พวกซอมบี้จะช้า แต่มันก็ขยับเข้ามาอย่างไม่หยุดยั้ง
*วูวูวูช*

การคืบหน้าของทัพอันเดดทำให้ต้นไม้ใบหญ้าเหี่ยวเฉาแห้งตายจากพิษของพวกมัน
ช่วงเวลานี้นั้น เหล่าออร์คและดาร์คเอลฟ์ต่างดูไม่เป็นระเบียบเลยซักนิดเดียว

“พวกอันเดดมาจนได้ ชวิค ชวิค!”
“พวกระยำทั้งหลาย ชวิชวิวิค!”
“พวกเราจะทำยังไงกันดี ? ชวิค!”
“เหม็นมาก จนทรมานเลยล่ะพวกเราเหล่าดาร์คเอลฟ์มีสัมผัสที่เฉียบคมซะด้วย”

“มันช่างน่าหดหู่เสียจริง ที่เอลฟ์อันสง่างามเช่นตัวข้าต้องมาสู้กับศพ แค่คิดก็ทำให้ข้าอยากจะวิ่งหนีไปจากที่นี่แล้ว”
ออร์คกับดาร์คเอลฟ์ตกอยู่ในความสับสนอลหม่าน กับการปรากฏตัวของกองพันอมตะ
กำลังใจของกองทัพตกลงอย่างรวดเร็วหลังจากเห็นเหล่าอันเดดคืบคลานออกมาจากพื้น
แรงกดดันและความกลัวที่เกิดจากกองพันอมตะนั้นมีผลกระทบอย่างรุนแรง
สิ่งมีชีวิตทุกอย่างจะแสดงศักยภาพให้เต็มกำลังเมื่อได้ต่อสู้กับกองพันอมตะนั้นยากยิ่ง
และเนื่องจากระดับพลังที่แตกต่างทหารของอาณาจักรโรเซนไฮม์ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากออราที่น่าหวาดหวั่นของเหล่าอันเดดมากเป็นพิเศษ บางคนถึงกับล้มลงด้วยความกลัว

“ฉันอยากกลับบ้านแล้ว”
“นี่มันเยอะเกินไปแล้ว”
“พวกเราจะชนะกองทัพใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง?”

บูเรน เบคเกอ ฮอร์สแรม และดาเลที่เป็นนายร้อยพยายามจะปลอบให้ทหารสงบลง
“ไม่เป็นไรหรอก ความกลัวน่ะมันอยู่ได้พริบตาเท่านั้น”
“ไม่ต้องกังวลไป พอเราเริ่มสู้แล้วล่ะก็เลือดอันระอุอุ่นก็จะทำให้พวกเราขยับตัวได้ดีขึ้น ไม่ใช่ทุกวันหรอกนะที่เราจะมีโอกาสทำสิ่งที่จะมีผลกับโลกทั้งใบ”
“เราจะได้พบกันอีกครั้ง แม้ว่าจะตายไปแล้วก็ตาม”

เหล่าทหารยิ่งหดหู่ซึมเศร้าและร้องไห้ออกมา
เมแพนยืนอยู่อย่างหวาดหวั่นในกลุ่มของทหาร สิ่งที่ทำให้เขายังคงอยู่ที่นี่ก็คือความคิดที่จะได้วิ่งเข้าไปเก็บ ลูทของจะพวกอันเดดทั้งหลาย!

“นั่นสินะ กองทัพของพวกอันเดด”
ความรู้สึกขนหัวลุก ทำให้เมแพนลังเล
กองพันอมตะที่มีขนาดใหญ่ กลืนกินทุกสิ่งเคลื่อนทัพมาแล้ว!
พวกซอมบี้เดินลากขามาอย่างช้า ๆ พวกโครงกระดูกก็มีเสียงกระดูกกระทบกันทุกครั้งที่มันขยับ
เห็นพวกกระดูกกับดาบขึ้นสนิม เมแพนเป็นแรก ๆ เลยที่กลัว
*เอื๊อก!*
น้ำลายแห้ง ๆ ของเมแพนคาอยู่ที่คอหอย
‘จะหยุดวีดยังไงดีเนี่ย....’
อย่างไม่ทันรู้ตัว เมแพนหันไปมองด้านบน
ที่นั่นเขาเห็นวีดที่แปลงร่างเป็นออร์คคาริชวิ
วีดยังคงมีใบหน้ามีสงบนิ่ง
แม้จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่น แต่วีดก็ยังคงนิ่งอยู่ได้
‘พวกนี้ทั้งหมดรวมกันก็ได้เกือบ ๆ แสนมั้ง ซอมบี้ โครงกระดูก แล้วก็ผีกูล?”
กองหน้าของกองพันอมตะ!

ยังมีระยะห่างพอควรวีดจึงรออย่างอดทน
มอนสเตอร์พวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่น่าหวาดกลัว ก็แค่ไปจับพวกมันอัดให้ยับเท่านั้น
แต่ก็มีแค่วีดเท่านั้นแหละที่คิดอะไรแบบนี้
ออร์คกับดาร์คเอลฟ์ล้วนหวาดกลัวไปแล้วอย่างสมบูรณ์

และเมื่อเวลาที่โครงกระดูกใกล้จะมาถึงกำแพงนั้น วีดก็เริ่มสั่งการ
“สหายตัวเหม็น ชวิค! พวกมันไม่อาบน้ำหรือไร กลิ่นชวนอ้วกถึงได้ขึ้นมาถึงนี่”
“.....?”
ออร์คและดาร์คเอลฟ์สงสัยใครรู้ในคำพูดของวีดจึงพากันเงี่ยหูฟัง
“ถ้านายกลายเป็นอันเดด นายจะไม่มีวันได้อาบน้ำอีกต่อไป แล้วพอเวลาผ่านไป นายก็จะกลายเป็นพวกหัวล้าน แน่นอนว่ากินอะไรก็ไม่ได้ นายจะหิวโหยกระเพาะฟีบ เพราะงั้นสู้มัน แล้วก็ฆ่ามันซะ!”
“ชวิวิค ชวิวิค!”
“ฆ่าพวกอันเดด!”
จิตวิญญาณของดาร์คเอลฟ์ที่สง่างามกับออร์คตะกละกลับคืนมาทันทีที่ได้ยินคำของวีด
วีดยกดาบสันหนาขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มการสู้รบกับกองพันอมตะ!
ออร์คทั้งหลายยกโล่ และชักดาบออกมา
ดาร์คเอลฟ์ก็หยิบหอกซัดออกมาเล็งไปที่พวกระดูกทันทีที่เห็นจังหวะ

การต่อสู้ที่จะตัดสินศรัทธาของแต่ละเผ่าพันธุ์ได้เริ่มขึ้นแล้ว!
เมแพนถึงกับช็อค
ด้วยคำพูดไม่กี่คำ วีดก็เรียกขวัญกำลังใจคืนมาให้กับออร์คและดาร์คเอลฟ์ทั้งหมดและเพิ่มจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เข้าไปให้อีก
‘นี่สินะความสามารถที่แท้จริงของวีด...’
ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้เป็นอะไรที่น่าประหลาดใจขนาดนั้น
มันเป็นอะไรที่ธรรมชาติสำหรับวีดที่จะปฏิบัติต่อเหล่าออร์คทั้งหลายเหมือนที่ทำกับพวกนักดาบ ใช้ความยึดติดที่มีต่ออาหารเป็นตัวดึงดูด

ออร์คกับดาร์คเอลฟ์สู้อย่างดุดันจากพื้นที่สูงกว่า พวกซอมบี้และโครงกระดูกถูกสภาพกำแพงกำหนดให้ต้องสู้ในพื้นที่เสียเปรียบ
เผชิญหน้ากับกระดูกและซอมบี้จากพื้นที่สูง พวกเขาก็ไม่ได้ลำบากมากนัก
ออร์คหลายตัวตายเพราะถูกจู่โจมพร้อมกันสองด้าน แต่ที่ตายก็ไปก็ตายเพราะดวงตกซะมากกว่า
แม้ว่าซอมบี้กับโครงกระดูกทั้งหลายจะแข็งแกร่งกว่าปกติแต่ก็ไม่ได้ทำให้กองทัพของวีดประสบปัญหาที่ยากลำบากใด ๆ

มีแต่ความเสียหายจากพวกผีกูลเท่านั้นที่จัดได้ว่าร้ายกาจ
“ค ความตาย ชีวิต ทิ้งมันไปซะเถอะ พวกเราจะทำให้แกกลายเป็นเพื่อน ขะ ของเรา”
ผีกูลกระจายพิษไปทั่ว ทำลายต้นไม้และออร์ค
การโจมตีแต่ละครั้งทำให้ออร์คเสียเลือดไปอย่างมาก
ออร์คทั่วไปนั้นไม่มีหวังเลยที่จะสู้กับผีกูลได้แบบตัวตัว
แต่ออร์คนักสู้ทั้งหลายรวมตัวกันสู้ตามคำแนะนำของวีดและมีชัยท่วมท้นเหนือพวกผีกูล

ปริมาณของออร์คช่างน่าสะพรึงกลัว
สภาพตอนนี้ตามหลักแล้วดูเหมือนว่าออร์คจะมีชัยเหนือพวก ซอมบี้กับกระดูก ต่อให้ประมาณรวมความเสียหายที่ได้รับเข้าไป แต่จำนวนเล็กน้อยเพียงนั้นก็ไม่จำเป็นต้องสนใจเลย
ความสามารถพิเศษของพวกผีกูลคือกินศพเพื่อฟื้นพลัง ร่างกายและเพิ่มความแข็งแกร่ง
แต่ด้วยจำนวนออร์คกับดาร์คเอลฟ์ที่ตายไปน้อยนิดโดยรอบนั้นความสามารถพิเศษนี้แทบจะไม่ได้ใช้

เหล่าทหารจากโรเซนไฮม์ล้วนกระตือรือร้น ในการมีส่วนร่วม
วีดล่าพวกซอมบี้กับกระดูก โดยมี ฮีลลิ่งและเบลสซิ่งจากเหล่าพรีสคอยสนับสนุน
เมื่อพวกกูลเข้ามาใกล้มาก ๆ เหล่าอัศวินหลวงจะคอยดูและไม่ให้พวกทหารธรรมดาตาย
“บุเรน เบคเกอ ฮอร์สแรม เดล! เจาะทำลายแนวของศัตรูพร้อมกับพวกทหาร พระเน้นไปที่การฮีลพวกทหาร”
วีดใช้ประโยชน์จากทหารของโรเซนไฮม์ในการกวาดล้างศัตรูที่เหลือ
ในขณะที่เหล่าอัศวินหลวงคอยช่วยดูแลความปลอดภัย ทหารก็กำจัดซอมบี้กับพวกกระดูกที่เหลืออยู่

หลังจากผ่านไป 3 ชั่วโมงกองพันอมตะก็สูญเสียกำลังและถูกดันกลับไป การต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่แต่ชัยชนะนั้นแทบจะอยู่กับฝั่งออร์คเป็นที่แน่นอนแล้ว
“อุหวา!”
เมแพนปรบมืออย่างกระตือรือร้น
“ยอดเยี่ยม! การต่อสู้ระห่วางกองทัพอันเดด กับ ออร์ค สมกับที่รอคอยเลย!”
มันคือฉากที่สุดยอด ที่ได้มองจากที่นั่งที่เจ๋งที่สุด
แต่วีดก็ยังไม่ได้ผ่อนคลายความตึงเครียดที่มีตั้งแต่ก่อนจะเริ่มการต่อสู้
‘มันก็คือความรู้สึกแบบทุกที เวลาที่อะไร ๆ มันก็ไปได้ด้วยดีเกินไป มันต้องเกิดปัญหาแหงๆ !”
วีดสั่งการลงไปอย่างต่อเนื่อง
ออร์คกับดาร์คเอลฟ์ที่เข้าไปต่อสู้ล้วนอยู่ในสภาพเหนื่อยล้าและต้องการพักผ่อน
ออร์คที่บาดเจ็บหนักก็ถูกพาไปหาวีด ในที่ที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์บัญชาการศึกครั้งนี้

“ปฐมพยาบาล!”
วีดใช้ผ้าพันแผลอย่างบ้าคลั่ง เขาผสมยาสมุนไพรเข้าไปในบาดแผลที่เลือดกำลังไหลของออร์ค ก่อนที่จะใช้ผ้าพันแผลรัดเอาไว้อย่างหนาแน่น
เทคนิคพันแผลของวีดนี้ได้ไปถึงขั้นสูง ระดับ 3 แล้วมันหยุดบาดแผลของออร์คที่เลือดไหลได้อย่างน่าอัศจรรย์และฟื้นพลังชีวิตได้อีกด้วย
นอกจากบาดแผลที่ทำให้ตายทันทีแล้ว การพันแผลสามารถใช้ได้กับแผลธรรมดาไปจนถึงแผลขนาดใหญ่

วีดออกล่าค่าประสบการณ์ไปพร้อม ๆ กับการพันบาดแผล ระหว่างที่รอให้มานาฟื้น วีดจะตั้งใจเอาตัวเข้ารับการโจมตี เพื่อพัฒนาค่าป้องกันซึ่งต้องใช้เวลา มันเพิ่มค่าความอดทนและพลังป้องกันให้กับเขา ด้วยวิธีนี้ สกิลในการพันแผลของวีดจึงขึ้นสูงไปอย่างงดงาม
“ขอบคุณ ชวิชวิค!”
วีดรักษาชีวิตของออร์คด้วยการแบ่งให้พวกมันออกเป็นหลาย ๆ แถว เพื่อกระจายความแข็งแกร่ง ของมันออกไป หล่อหลอมให้พวกมันเป็นกลุ่มที่เป็นหนึ่งเดียวกัน และป้องกันการแข่งขันระหว่างออร์ควอริเออร์ เพื่อจำกัดความเสียหายให้น้อยที่สุด
ออร์คที่ไปต่อสู้จะได้กลับมาพัก ให้กินอาหารที่วีดเตรียมไว้ และทำแผลถ้าจำเป็น
“เพื่อให้หาย เจ้าต้องกิน สู้เพื่อกิน ชวิชิท!”
“ขอบคุณ คาริชวิ!”

อาหารนั้นแบ่งให้ดาร์คเอลฟ์ที่ได้รับบาดเจ็บด้วย และปกติดาร์คเอลฟ์เองก็กินพืช สมุนไพรเป็นอาหารอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มอะไรลงไปแต่อย่างใด

ส่วนซุปเนื้อนั้นถูกกลืนลงไปด้วยเหล่าออร์ค ผู้ชื่นชอบเนื้อเป็นอย่างมาก
ออร์ควางนิ้วลงไปในซุปแล้วก็ คน !
แต่ไม่ว่าจะมองหายังไง เนื้อมันก็ไม่เพียงพอ
“คาริชวิ คาริชวิ”
“ซุปนี่เรียกว่าอะไรน่ะ คาริชวิ”
“ซุปเนื้อนี่มันยอดมาก ชวิท”
“ใช่เลย ชวิชิค”
“ชวิวิค แต่ทำไม ทำไมถึงไม่มีเนื้อล่ะ”
มันมีเนื้อกระต่ายน้อย ๆ ลอยอยู่ในซุปอันว่างเปล่านี้
อาหารของออร์คมักมีเนื้อจำนวนมาก แต่ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เนื้อเท่าที่พวกเขาต้องการ
ออร์คนั้นแข่งกันกินเพื่อให้ได้อาหารที่มากกว่า ในขณะที่พวกมันกินเพื่อให้ความหิวหายไป
แต่วีดก็ไม่ได้กังวลอะไรกับเรื่องนี้

เขาได้ออกตรวจดูหน่วยต่อสู้และมอบหมายงานที่เหมาะสมกับบุคลิกของหัวหน้าแต่ละหน่วยเพื่อป้องกันไม่ให้มีผู้เสียชีวิต
ระหว่างที่พันแผลและเตรียมอาหารนั้น วีดยุ่งจนต้องการจะมีมือซัก 10 มือ
“ทักษะ หัตถ์คล้อยสำนึก (Mind Hand) ”
วีดเรียกใช้สกิลอันแสนมีค่าของเขา ในตอนแรกเหมือนว่ามันสกิลไร้สาระ แต่กลับกลายเป็นสกิลที่มีประโยชน์มาก วีดใช้มือที่เพิ่มมาทำอาหารและพันแผลได้รวดเร็วกว่าเดิม
ในที่สุดซอมบี้ กระดูกและผีกูลทั้งหมดก็ถูกปราบลง

ดาบสันหนาที่ผสมเงินลงไปทำให้พวกมันรักษาตัวเองไม่ได้
“ในที่สุด กองพันอมตะก็สูญสิ้นแล้ว”
ตอนนี้แม้แต่พวกเนโครแมนเซอก็กล่าวคำฉลองกันแล้ว แต่วีดยังคงตื่นตัวระแวดระวัง
‘มันไม่มีทางจบแค่นี้แน่!’
ถ้าไม่มีค่าความเป็นผู้นำ จิตวิญญาณนักสู้ตลอดจนค่าเสน่ห์ที่พอเพียงแล้ว มันเป็นไปไม่ได้เลยที่สั่งการพวกออร์คกับดาร์คเอลฟ์ได้

ในการประเมินสถานการณ์ คุณจำเป็นต้องมองไปทั่วสนามรบและด้วยการสังเกตสนามรบมันง่ายที่จะพบว่าคุณอ่อนแอกว่าศัตรูที่ใด และจุดไหนที่จะลดหรือเพิ่มกำลังให้กระแสไหลมาฝั่งคุณ
ภายใต้การนำของวีด สกิลในการผลิตทั้งหลายของเขาช่วยสนับสนุนพลังต่อสู้ของพวกออร์คและดาร์คเอลฟ์
แต่ถึงอย่างนั้น ระดับความยากมันก็กลับเรียกได้ว่าง่ายไปเลยถ้าเอาไปเทียบกับการต่อสู้กับเผ่าแวมไพร์
‘มันไม่มีทางจบแบบนี้แน่ ๆ’
วีดออกคำสั่ง
“ชวิวิค! ออร์ค ดาร์คเอลฟ์ถอนกำลังกลับมาที่กำแพงปราสาท เตรียมตัวสำหรับการต่อสู้รอบต่อไป”
“ชวิค ชวิค มันจบแล้ว!”
“พวกเราชนะแล้ว!”
ออร์คต่างฉลองกันจนไมได้ฟังวีด
ดาร์คเอลฟ์ก็เช่นกัน

เหล่าออร์คต่างควงดาบฉลองชัย เหล่าดาร์คเอลฟ์ก็ดูจะสบายอกสบายใจ
ออร์คแต่ละเผ่าต่างมีออร์คลอร์ดเป็นผู้นำ แต่พวกมันต่างไม่ได้สนใจจะฟังเพราะว่าพวกมันดีอกดีใจกันมากเกินไป
“ยินดีด้วย วีด”
เมแพนเองก็มาแสดงความยินดี

ในขณะที่ทุกคนกำลังผ่อนคลาย ความกังวลของวีดก็ยิ่งมีมากขึ้น
เขาเริ่มตะโกนออกคำสั่ง
“ทุกคนกลับเข้าประจำที่ เดี๋ยวนี้! ชวิชิชิชิค!”
-คุณได้ใช้สกิลราชสีห์คำราม
ขวัญกำลังใจของกองทัพสูงขึ้น 200% สำหรับพันธมิตรที่อยู่ในระยะของสกิล
สภาวะสับสนทั้งหมดถูกลบ
ค่าความเป็นผู้นำเพิ่มขึ้น 220% เป็นเวลา 5 นาที

“เขาบอกว่า นี่เป็นคำสั่งล่ะ!”
“เสียงของเขา ช่างมีความเป็นผู้นำแฝงอยู่เสียนี่กระไร”
“มาเถอะ กลับไปประจำที่กัน”

ความเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งของวีดทำให้ออร์คและดาร์คเอลฟ์กลับประจำตำแหน่ง
ถ้าความเป็นผู้นำของคุณมีพลังมาก คำสั่งของคุณจะถือเป็นที่สุด
จากหลุมนั้นมีกองทัพอมตะกรูกันออกมา
ยมทูตกับเคียวยาว
ผีแบนชีที่มีเสียงกรีดอากาศ
มัมมี่ในผ้าพัน และผีกูลกับพวกมอนสเตอร์ในเขายูโรกิที่กลายเป็นพวกอันเดด

 “คุคุคุคุ”
“ฆ่าพวกที่มีชีวิตให้หมด”
“เราจะเก็บชีวิตของพวกแกไป”
เหล่าอันเดดทั้งหลายเริ่มจู่โจมอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว

ความสามารถของแต่ละตัวในตอนนี้นั้น ยังเป็นที่น่าสงสัย วีดได้พบว่าตำแหน่งผู้นำของผีกูล บริเวณใจกลางนั้นอ่อนด้อยกว่าก่อนหน้า มันเทียบไม่ได้เลยกับกองทัพซอมบี้และพวกโครงกระดูกชุดก่อน แต่มันก็มีผีกูลพวกอื่น และโครงกระดูกนักรบโผล่มาแทนพวกที่ตายไป
“ตูไม่เชื่อออออ!”
เมแพนถูกความจริงตรงหน้ากดทับ
มีกองพันอมตะโผล่ออกมาจากหลุมอีก แถมยังเป็นพวกที่โจมตีได้หนักหน่วงรุนแรง เป็นฝูงแห่งความบ้าคลั่งขนาดยักษ์ที่กำลังโถมเข้ามา

การต่อสู้ก่อนหน้ากลายเป็นของเด็กเล่นไปเลยเมื่อเทียบกับตอนนี้ กองทัพนี้มีพลังกดดันมากกว่าจนรู้สึกได้
สำหรับออร์คกับดาร์คเอลฟ์ที่ประกาศฉลองชัยไปแล้วนี่เป็นอะไรที่หนักหน่วงมาก
มันใช้เวลาหลายชั่วโมงแต่พวกเขาก็คิดว่าได้รับชัยมาแล้วอย่างท่วมท้นกับการต่อสู้ก่อนหน้า
จิตใจของพวกเขาอยู่ในสภาวะไม่อยากจะเชื่อกับสถานการณ์ตอนนี้
แต่ถึงแม้ทหารจะกลายเป็นพวกใจลอย แต่ผู้นำของพวกเขายังคงตื่นตัวอยู่
‘สมแล้วที่เป็นวีด’
เมแพนชื่นชมวีดจากใจจริง แต่วีดคิดไปคนละอย่างเลย
‘โชคดีชิบเป๋ง’
มันไม่มีเวลาพอให้ปรับแนวรับใหม่ แต่ตั้งแต่แรกแล้ว อาชีพของวีดไม่อนุญาตให้เขาได้ทำตัวเรื่อยเฉื่อยผ่อนคลายเหมือนคนอื่น เขารู้แต่แรกว่าอาชีพช่างแกะสลักแสงจันทร์นั้นเป็นอาชีพที่ยากลำบาก ชีวิตของเขามันไม่ง่ายแน่ ตัวเขาเองไม่ได้มีความสามารถทางศิลป์อะไร และเมื่อสร้างรูปสลัก เขาก็ชอบที่จะสร้างให้มันใหญ่เข้าไว้!
แน่นอนว่าผู้หญิงน่ารัก ๆ สามารถเป็นแบบชั้นดีสำหรับช่างแกะสลัก
แต่ก็เพราะว่าวีดสลักงานมาสเตอร์พีช (masterpieces) โดยใช้ซอยูนเป็นแบบ เขาจึงต้องรีบหนีมาและหลบเลี่ยงไม่ให้ซอยูนจับได้
ไม่เคยมีชีวิตที่สุขสบายเหมือนใครเขา วีดรู้สึกภาคภูมิและมีเกียรติที่จะชนะได้โดยง่าย เขาได้ขยับไปอยู่ในที่ปลอดภัยที่ความเสียหายจากการต่อสู้ลามไปไม่ถึง ซึ่งต้องขอบคุณที่กองทัพของเขา คอยรับมือกับกองพันอมตะ
“ออร์ค รักษาตำแหน่ง!”
“ชวิวิค! รู้น่า”

ต้องขอบคุณผลของสกิลราชสีห์คำรามที่ทำให้คำสั่งของวีด ทำให้ออร์ค เริ่มจัดตำแหน่งอีกครั้ง
สร้างเป็นรูปแบบป้องกัน กำแพงไม้โอ๊กหลายชั้นถูกจัดวางไปแนวประสาทด้วยเหล่าออร์ค
“ฆ่ามัน!”
“จนกว่าความตายฉีกร่างเราออกจากกัน
 “โอ้ววววววว”

ในขณะที่อีกฝั่งของกองทัพ ถูกข่มขวัญจากเสียงคำราม กรีดร้องจนสิ้นหวัง
“โอ เราทำไม่ได้หรอก”
“พวกเรามันอ่อนแอเกินไป”
“เราจะไปเป็นเพื่อนพวกมัน พอแล้วล่ะ ตายเลยดีกว่า”
พวกดาร์คเอลฟ์เริ่มร้องครวญคราง ออร์คเองก็อยากโยนดาบทิ้งแล้ว
แต่เหล่าพรีสยังคงรอคอยคำสั่งจากวีด
“เริ่มเตรียมการให้พร”
“รับทราบ ท่านวีด”
เหล่าเนโครแมนเซอร่วมมือกับพรีส 50 คนจากวิหารแห่งเฟรย่า
ตอนนี้พวกเขากำลังอวยพรให้กับออร์ค ข้ามผ่านความสิ้นหวังและสับสน ที่กำลังก่อตัว พรีสต่างขับขานบทเพลง เพื่อให้พวกเขาสามารถต่อสู้ได้

 “โอ! องค์เทพีเฟรย่าผู้งามล้ำ มือที่ไร้รอยตำหนิของท่านไล้ผ่านผมของข้า ทิ้งรอยจารึกแห่งความกรุณาไว้ไม่หมดสิ้น บทเพลงนี้ข้าบรรเลงจากใจภักดิ์ ด้วยใจรักแต่เพียงแรกพบหน้า ขอรักท่านตราบสิ้นดินฟ้า พลีกายข้าเพื่อท่านไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
ค่าสถานะของพรีสทั้งหลายเพิ่มขึ้นจากเควสที่แล้วเล็กน้อย เลเวลเองก็ไม่เพิ่มมากนัก แต่ด้วยการร้องเพลงสรรเสริญ คุณความดีต่อวิหารเฟรย่าก็เพิ่มขึ้น
นี่เป็นเพลงแห่งความรักของชายผู้หนึ่งที่อุทิศเพื่อองค์เฟรย่า

ด้วยผลจากเพลงสรรเสริญ ออร์คและดาร์คเอลฟ์ก็ก้าวข้ามความสิ้นหวังและพร้อมกับการต่อสู้
เพื่อให้ได้เปรียบจากสภาพพื้นที่ ที่อยู่สูงกว่า รอบปราสาทจึงมีคูน้ำขนาดยักษ์อยู่ด้านหน้ากำแพง

จนถึงตอนนี้มันช่วยให้ออร์คและดาร์คเอลฟ์ได้เปรียบเป็นอย่างมาก
เหล่ามนุษย์จากหมู่บ้านผู้ถูกเนรเทศเองก็มีส่วนช่วยอย่างมากในการต่อสู้ ช่างสร้างดาบสันหนา และลูกธนูจากแร่เงิน นายพรานก็วางกับดักทุกอย่างที่วางได้ไว้ทั่วภูเขา

ใต้กำแพงปราสาท ผีกูลและมัมมี่ ได้รับความเสียหายหนักจนร่างแทบจะถูกบดบี้เป็นร่างเดียวกัน
“อีหิววว หิวหิว!”
อีกฝั่งหนึ่งแบนชีและสเปคเตอร์ก็ทะลุผ่านกำแพงมาได้
บางตัวก็สิงร่างของออร์ค บ้างก็บินโฉบด้านบนปล่อยกรดลงมา
การต่อสู้ที่กำลังจะเริ่มขึ้นนี้เป็นสงครามขนาดใหญ่
ในเวลานั้นเมแพนยังอยู่บนหินที่เขายึดเป็นทำเลส่องวีด อยู่ในจุดที่สูงที่สุดบนเขายูโรกิที่ซึ่งเห็นได้ทั้งสนามรบ

แน่นอนว่าเป็นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการสั่งการ
เมแพนนั้นดูวิตกกังวลเป็นอย่างมาก ในขณะที่วีดยังคงสงบเช่นเคย
‘อาถ้าเรามีความทะยานอันแรงกล้าเหมือนอย่างวีดล่ะก็ ไม่ว่าจะวิกฤติแค่ไหนก็ไม่ได้เกินกว่าจะรับสินะ’
นี่ยิ่งเพิ่มศรัทธาในตัววีดขึ้นไปอีก เมแพนตั้งใจจะติดตามวีดไปด้วยใจมั่นและความนับถือ

วีดสั่งงานพวกออร์คและดาร์คเอลฟ์ได้อย่างไม่หวั่นไหว แม้กระทั่งช่วงที่เกิดวิกฤติกำแพงพังลงออร์คล้มตายมากมายเพราะถูกอันเดดฆ่า วีดก็ไม่ได้หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
‘ถ้าเราตาย มันก็ไม่เหลืออะไรให้เรา’
ช่างเห็นแก่ตัวยิ่งนัก!
สำหรับวีดแล้ว ความตายของพวกออร์คกับดาร์คเอลฟ์ไม่มีความหมาย
แต่ใบหน้าที่แลดูสงบของวีดก็พังลงเมื่อคิดไปถึงไอเทมที่กองพันอมตะดรอปลงมาและถูกแย่งชิงไปจากวีด
มีของนับพันชิ้นอยู่ตรงปลายจมูกและวีดก็พยายามเก็บมันอย่างเอาเป็นเอาตาย

ในขณะที่แนวหน้ากำลังสู้รบติดพัน วีดไม่ลังเลที่จะหยิบไอเทมขึ้นมา
อาแต่ก็นะ สั่งการแนวหน้าไว้ก่อนที่จะมาหยิบไอเทมล่ะ
แต่เพราะว่าสิ่งที่ต้องเผชิญอยู่นี่มันทรมานนัก ทนทุกทั้งกายและใจต่อความตายที่กำลังย่างกรายมา ออร์คกับดาร์คเอลฟ์ไมได้สนใจจะปฏิบัติตามคำสั่ง
“เพิ่มขวัญกำลังใจกองทัพ”
“ปีกขวาต้องการกำลังเสริมเข้าปะทะ”
“ก่อนกำแพงจะพัง พลมนุษย์ซ่อมด่วน”
“ออร์คล่าพวกกูลกับมัมมี่ ดาร์คเอลฟ์ใช้เวทมนตร์กับพวกวิญญาณ จัดการพวกตระกูลผีซะ”
วีดยังคงวินิจฉัยได้อย่างสงบนิ่งและไม่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์และสั่งงานทัพ
หลังจากที่ผลของราชสีห์คำรามหมดลง ประสิทธิภาพในคำสั่งของวีดก็ลดลง เพราะมีพวกออร์คลอร์ดเห็นแก่ตัวมากมาย คำสั่งของวีดจึงถูกชะลอไว้ หรือไม่ได้ทำเลย

วีดก็จะปล่อย ๆ พวกนี้ไว้เพราะมานาที่ต้องใช้เพื่อให้สกิลราชสีห์คำรามมีพลังพอจะสั่งงานออร์คลอร์ดได้นี่มันไม่ขำเลย
นอกจากนี้ถ้าอำนาจสั่งการส่วนตัวของออร์คลอร์ดถูกเมิน พวกมันก็อาจจะงุ่นง่าน ดังนั้นและ ปิดตาบ้างนิดหน่อยก็ไม่ได้เสียหายอะไร
ในการนำทัพทำสงครามนั้น คุณไม่มีทางใส่ใจทุกรายละเอียด ได้หรอก
สงครามที่ยาวนานทำให้เรี่ยวแรงของออร์คกับดาร์คเอลฟ์ลดถอยลง
สั่งการบุก เตรียมอาหาร พันผ้ายามฉุกเฉิน มันบ้าคลั่งจนแทบไม่มีเวลาจะหายใจ
วีดออกคำสั่งต่อเนื่องแทบไม่ได้พักหายใจ
 “ออร์ค ไม่ต้องไปสนใจการต่อสู้ในแนวหน้า มีสมาธิกันหน่อย! ดาร์คเอลฟ์! พวกผีมันจะมาโจมตีแล้ว ใช้เวทมนตร์รับมือ! ชวิ ชวิท!”
พวกดาร์คเอลฟ์ต่างต้องการโชเวทย์ของตัวเอง
“หอกเพลิง”
“ระเบิดเพลิง”
“เอเลเมนทอล ช็อค”
พวกแบนชี บินผ่านกำแพงมาเจอห่าเวทย์จากพวกดาร์คเอลฟ์ที่รออยู่
หอกไฟ เพลิงผลาญ ธาตุกระแทก
ด้วยมานาที่มากกว่าออร์ค เหล่าดาร์คเอลฟ์สามารถยิงเวทจากระยะไกล ไปจนใช้ธาตุจู่โจม
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเวทย์พวกนี้ใช้รับมือโกสต์

*ครืน* ตึง! ตึง! ตึง!
พวกมัมมี่ที่โดนเผาทุบทำลายกำแพงด้วยแรงแค้น แต่พวกออร์คก็ดื้อด้านไม่ยอมแพ้
บนกำแพงที่สูงนับสิบเมตร ด้วยทำเลที่ได้เปรียบ ออร์คยืนอย่างกล้าหาญกับดาบใหญ่ ผลักดันกำราบ พร้อมเหยีดหยามเหล่าอันเดด
“เข้ามาเลย ชวิท!”
“ชวิชวิค ไอ้พวกโฉด”
“ไปล้างกลิ่นตัวออกมั่งไหม แกเหม็นชะมัดเลย ชวิชวิค?”
“แกกำลังสู้กับออร์คชั้นสูงอยู่นะ ชวิชวิค!”

ออร์คกับดาร์คเอลฟ์ร่วมมือกันต่อสู้เป็นกลุ่มอย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ว่ากองทัพของเหล่าอันเดดจะไม่ได้แตกพ่ายไปแต่ก็ถูกทำลายลงอย่างช้า ๆ เป็นผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ กับพวกออร์คที่ต่อสู้อย่างยากลำบากบนกำแพง รวมไปถึงพวกพ้องพันธมิตรที่ดิ้นรนอย่างสุดกำลัง
“ชวิชิท ทำไม?”
“ความตาย จุดจบของการเดินทาง จุดจบของชีวิต เส้นทางสู่ชีวิตไม่สิ้นสุดของพวกเจ้าข้าจะแสดงให้ดูเอง"”
ออร์คพวกนี้แต่ละตัวล้วนถูกผีเข้าสิง
ลูกตาเปลี่ยนเป็นสีขาว ทั้งยังมีไอพิษลอยออกมาทั่วร่าง
พริบตาเดียวหลังจากนั้น ออร์คพวกนี้ก็โจมตีออกมาจากในป้อมทำให้สนามรบวุ่นวายไปหมด
เพิ่มเติมจากพวกมัมมี่ตอนนี้ยังต้องสู้กับพวกเดียวกันอีก กำแพงหน้าก็เริ่มพังทลายแล้ว ออร์คทั้งหลายเริ่มถูกจับตัว
วีดยังคงสังเกตสภาพการณ์รบโดยไม่มีอคติใด

ออร์คที่ยังไม่ถูกสิงหยิบอาวุธขึ้นมา โจมตี!”
เหล่าออร์คที่ถูกสิงล้วนทิ้งอาวุธลง เพราะแผ่นเงินบนอาวุธนั้น ไม่ดีต่ออันเดด
ออร์คที่ยังไม่ถูกสิงล้วนโจมตีไปที่ออร์คถูกสิงซึ่งทิ้งอาวุธลง
ออร์คถูกสิงพยายามเข้ายึดกำแพง แต่เวทมนตร์ของดาร์คเอลฟ์เหนือกว่ามากมาย
ไฟหลอมละลายกำแพง ก้อนน้ำแข็งร่วงหล่นใส่พวกออร์คถูกสิง
พวกผีที่สัมผัสไม่ได้เหล่านี้ ไม่ได้รับผลใด ๆ จากการโจมตีธรรมดา
เหล่าผี เหล่าออร์ค และ เหล่าดาร์คเอลฟ์กระหายเลือด

วีดออกแรงแข็งขันแล้วในการป้องกันกำแพงเมือง
ถ้าศัตรูแข็งแกร่งกว่ามาก กลยุทธ์ที่ต้องใช้ก็คือ ถอย
ศัตรูจัดตั้งแนวป้องกันที่แข็งแกร่งมาก แต่ออร์คนักรบและนักสู้จำนวนมากก็ถูกออกคำสั่งให้ค้นหาจุดอ่อนของศัตรู
ทีละเล็กทีละน้อยแต่การต่อสู้ก็เริ่มผลักดันกลับไปที่แนวกำแพง และบุกทะลวงแนวต้านของศัตรูกลับไป
มองวีดสั่งการอยู่หลายครั้ง ความศรัทธาที่มีต่อวีดของเมแพนก็เพิ่มอย่างต่อเนื่อง

“วีดนี่สุดยอดจริง ๆ”
เป็นอีกครั้งแล้วที่การสั่งการอันชาญฉลาดของวีดนำพาชัยชนะมา
คำสั่งของวีดได้ผลมากสำหรับการต่อกรกับพวกอันเดดในหลาย ๆ ทาง
เขามองสนามรมทั้งหมดในสายตาของเขาและตัดสินใจอย่างยอดเยี่ยม การควบคุมอารมณ์ของวีดนั้นก็สมบูรณ์แบบ นั่นคือความคิดของเมแพน
ในความเป็นจริงนั้นน่ะหรือ.... มันก็ต่างกันออกไปนิดหน่อยนะ
ถึงแม้ผลลัพธ์มันจะใกล้เคียงกันแต่มันมีความต่างอย่างมากในสิ่งเมแพนรู้สึกกับความเป็นจริง
นิดหน่อยที่ว่านั่นก็คงจะพอ ๆ กับระยะทางระหว่างสวรรค์กับพื้นโลกนั่นแหละ
วีดมีประสบการณ์มหาศาลในการต่อสู้กับอันเดดจำนวนนับไม่ถ้วน เป็นตัวอันตรายต่อเหล่าอันเดด

จากการต่อสู้อันยาวนาน เรี่ยวแรง กำลังล้วนถดถอยลงจนการต่อสู้เป็นเรื่องที่แสนจะทรมาน
ถ้าคุณไม่สามารถกะจำนวนที่ถูกต้องของพวกอันเดดได้ มันไม่มีทางเลยที่คุณจะชนะ
ใครได้เปรียบเสียเปรียบในตอนนี้ ถ้าสังเกตพฤติกรรมของอันเดดกับการเคลื่อนไหวของออร์คก็พอจะรู้ได้
ซึ่งภาพที่เกิดขึ้นตอนนี้มาจากคำเหน็บแนมจำนวนมหาศาล

“ไอ้พวกออร์คโง่ ทึ่ม เฉื่อย! ชวิค ชวิค ชวิชวิค ชวิชวิค! วิ่งให้เร็วกว่านี้เท่าที่พวกแกจะทำได้สิ! ชวิชวิชวิค! เพื่อนแกกำลังตาย ไปอุดช่องว่างซะ ไป ไป ไป ไป ชวิคชวิค แล้วก็พวกดาร์คเอลฟ์ปิดตากันทำไม นอนอยู่รึไงฮึ? เหนื่อยเหรอ? งั้นพวกแกมันก็เหมือนกับออร์คน่ะแหละ ไม่มีอะไรจะทำกันแล้วรึไง? ด้วยร่างกายอ้อนแอ้นนั่น พวกแกจะทำอะไรได้? ชวิทวิทชวิท ไม่ไปร้องขอให้ตัวเองรอดจากโทษทัณฑ์ที่กำลังมาล่ะ ชวิค!”
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสั่งงานกองทัพด้านนอกโดยไม่เหน็บแนม
ดังนั้นวีดจึงสั่งการถอยทัพของพวกออร์คด้วยการเหน็บและโห่ แต่ความจริงแล้วนี่เป็นการล่าถอยตามยุทธวิธี ขวัญกำลังใจของกองพันอมตะสูงขึ้นแต่มันเป็นเรื่องที่ผิดพลาด วีดกำลังเตรียมที่จะเริ่มแผนการของเขา
เขาตั้งใจปล่อยให้อันเดดบุกเข้ามาได้ง่าย ๆ ดังนั้นตรงทางเข้าจึงว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย จากนั้นทัพพันธมิตรก็ล้อมพวกมันไว้ 3 ด้าน ซ้าย ขวา หน้า

“ชวิท ชวิทชวท! ฆ่ามัน”
“ชิท ข้า ปอจิ จะจัดการพวกมันเอง”
ออร์คนักรบพุ่งไปโจมตีกองทัพของศัตรูอันเดดที่ผ่านกำแพงเข้ามาเจอกับสถานการณ์ที่เรียกได้ได้ว่าถูกล้อมโดยสมบูรณ์
ตาของวีดเริ่มโชนแสง
“ทัพออร์ค ถอย! ทำการโดดดี่ยวพวกอันเดดที่ฝ่าเข้ามาแล้วหนีไป!”
กำแพงบางส่วนถูกยกให้กับพวกอันเดดไปและนี่กลายเป็นโอกาส
ไม่เพียงเท่านั้น วีดยังใช้สกิลราชสีห์คำรามเพื่อออกคำสั่งนี้
ภาพน่าตื่นตาที่เมแพนกำลังเห็นนี้ สร้างความนับถือให้กับเขาอีกครั้ง
‘แบบนี้นี่เอง ด้วยการเลือกที่จะไม่สู้ นี่กลับกลายเป็นโอกาสทอง’

มันดูเป็นแผนง่าย ๆ แต่มันยิ่งกว่ายากที่จะเปลี่ยนแผนรับมือ ณ จุดนั้น ๆ ทันที หรือละทิ้งมันไป
อย่ากระหายชัยชนะมากจนเกินไป มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างที่ที่ได้เปรียบขึ้นมาแล้วก็ทำให้คุณชนะคู่ต่อสู้ได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องพยายามอะไรมาก
‘ใช่เลย นี่ล่ะวีด’
วีดขยายมุมมองของตัวเองออกไป และเห็นออร์คที่กำลังล่าถอย มีกองทัพอันเดดไล่กวดมาติด ๆ
“ฟิ้ว ถูกลืมนี่เป็นโชคไม่ดีเลยจริง ๆ”
ระหว่างการต่อสู้ ทุ่งสมุนไพรได้ถูกค้นพบ สมุนไพรใบเหลืองมากมายพบได้ในที่นี้
ใบแดงช่วยฟื้นพลังชีวิต ใบเขียวช่วยมานา โดยปกติแล้วสมุนไพรเกือบทั้งหมดจะเป็นไปตามรูปแบบนี้
แต่พวกใบที่มีสีดำ ขาว ม่วง เหลืองก็เป็นสมุนไพรเช่นกัน สมุนไพรดำเกือบทั้งหมดใช้สำหรับมนต์ดำ สมุนไพรสีขาวถูกนำไปใช้โดยผู้วิเศษ(wizard) สมุนไพรม่วงใช้ส้างพิษ
ในยุคแรกของทวีปเวอร์เซลล์ สมุนไพรเหลืองไม่ได้รับความสนใจมันควรจะได้รับ มันขึ้นไปทั่ว และพอเก็บมากิน ก็ไม่เห็นรู้สึกว่ามีผลอะไร

มีไม่กี่คนที่กินสมุนไพรเหลือง และเก็บมันไว้ในเวลาฉุกเฉิน จนวันหนึ่ง รายการที่เกี่ยวข้องกับรอยัลโรดได้เปิดเผยออกมาว่า จริง ๆ แล้วมันเพิ่มค่าความอึด(stamina)
นับจากวันนั้น ทุกคนก็เก็บสะสมสมุนไพรเหลือง พวกมันถูกถอนไม่เหลือและกลายเป็นสิ่งมีค่า
กลายเป็นสมุนไพรที่แพงที่สุด!
มันหายไปจากทวีปเวอร์เซลล์ในชั่วพริบตา แม้แต่เมล็ดก็ไม่เหลือ
นับจากวันนั้นสมุนไพรเหลืองก็กลายเป็นของยิ่งกว่าหายาก แต่มันขึ้นที่นี่เต็มไปหมด
แผนถูกเปลี่ยนระหว่างการต่อสู้ เพื่อให้เก็บสมุนไพรอันมีค่าได้
สั่งการให้ถอยทั้งทัพ เพียงเพื่อจะได้เก็บสมุนไพร
ผ่านคำเหน็บแนม ปฏิบัติการทั้งหมดดำเนินไปเพราะความเห็นแก่ตัว!
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น สถานการณ์ของทัพออร์คและดาร์คเอลฟ์ก็มีแต่จะยิ่งแย่ตามเวลาที่ผ่านไป วีดเองก็ยังคงไม่ได้ลดความระวังลง
‘โอ้ ดวงซวย ๆ ของข้า! นี่มันไม่จบง่าย ๆ แน่’


*******************************


ปาร์ตี้ของเพลออกจับปลากันอย่างขันแข็งในดันเจี้ยนใต้ดินของทะเลสาบจิน
ไอ้พวกปลานรก!
เพลจ้องมองตาเน่า ๆ ของพวกมันที่หมุนไปมาแล้วก็เผ่น เซเฟอร์เหวี่ยงเบ็ดตกปลา จากนั้นเมลอนกับเพล ก็ยิงธนูออกไป
เพล เซอร์กะ ไอรีน โรมูนะ ฮวารยอง เซเฟอร์ เมลอน ทั้งเจ็ดคนล้วนทำงานและออกล่าร่วมกันเป็นปาตี้ ระดับเลเวลของปาร์ตี้เองก็ขึ้นมาอย่างมากจาก 270 สู่ 280
ช่วงเวลาพักผ่อนเงียบ ๆ  ที่ไม่ได้ทุ่มเทไปกับการทำให้ระดับเพิ่มขึ้น แต่ตอนนี้มีแต่พวกปลาที่ทวนน้ำมาที่นี่
ทันใดนั้นโรมุนะก็ปรี๊ดแตก
“อ๊า! มันเป็นไปได้ที่เราจะกลายเป็นเนโครแมนเซอร์”
เธออยากเป็นเนโครแมนเซอร์มาตลอด ถึงเธอจะเรียนเวทย์ไฟอันเจิดจ้ามา แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเข้ากันได้กับเธอซักเท่าไหร่
ในการต่อสู้มันใช้มานามหาศาล คุณจะสู้ได้อย่างสนุกสนานหลังจากพักมาอย่างยาวนานแล้วเท่านั้น

ถ้าจะเอามาเทียบกันแล้ว เนโครแมนเซอแทบจะไม่จำเป็นต้องพัก! ด้วยเวทย์โจมตีอ่อน ๆ ชุดหนึ่งกับอันเดดในอาณัติ ผู้เล่นก็สามารถสู้ได้แล้ว
ในความฝันสูงสุด 4 อย่างของเธอ เธอต้องการจะเป็นเนโครแมนเซอร์ที่ควบคุมกองทัพอันเดดนับไม่ถ้วน
เรียกพวกมันออกมาจากพื้นจากนั้นก็ถล่มเมือง! นี่ล่ะฝันของเธอ!
แน่นอนว่าคุณคงจะต้องเพิ่มระดับไปสูงมาก ๆ เพื่อที่จะทำอย่างนั้นได้แต่เธอ โรมุนะ จะไม่ยอมแพ้แน่นอน
มันช่างน่าตื่นเต้นเร้าใจและแสนจะสนุกสนาน
นี่ล่ะสาเหตุที่เธอเลือกเล่นวิซาร์ดในตอนแรก
“เฮ้ออออ”
เธอถอนหายใจหนัก ๆ

ไม่นานมานี้ เมลอน ที่ทำงานเป็นพิธีกรในรายการของรอยัลโรดยุ่งกับการออกอากาศจนแทบจะไม่ได้มาปาร์ตี้กับพวกเธอเลย
แต่ก็ยังมีหนทางจะที่จะคุยกับเธอได้
โรมุนะบ่นออกมา ซึ่งก็เดากันได้
“น่าเบื่ออะ เมื่อคุณวีด จะมาน้า ถึงการล่าที่ทะเลสาบแห่งธาตุจะให้ค่าประสบการณ์เยอะก็เถอะแต่ก็เริ่มเบื่อนิด ๆ แล้วล่ะนะ”
“อื้อ นั่นสิ นี่มันนานมากแล้วล่ะ”
เจ้าหน้าที่หลายคนต่างก็อยากรู้อยากเห็น
เรื่องเล่ามาว่าเขากำลังทำเควสอยู่ในทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวัง
ที่รู้มาจากเมแพน วีดทำเควสสำเร็จแล้วแต่ยังไม่ได้กลับมาอาณาจักรโรเซนไฮม์


“พอคุณวีด ไม่อยู่ด้วยนี่มันน่าเบื่อจัง”
ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ถ้าทำมันกับวีดล่ะก็มันจะกลายเป็นเรื่องสนุก ไม่ว่าจะเป็นการสร้างพีระมิด ออกล่าด้วยกันที่แถบชายแดน ความกดดัน ความตื่นเต้นที่ได้ทำสิ่งที่สำคัญ สร้างความรู้สึกอิ่มเอมที่ได้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำ ภาพสกิลงานสร้างของวีดเช่นการทำอาหารและรูปสลักเองก็ทำให้เพลิดเพลิน
 “จะว่าไปแล้ว ก็ไม่ได้ติดต่อกับคุณเมแพน เลยช่วงหลายวันที่ผ่านมานี่.... เขาเองก็ไม่ได้ติดต่อมาซักครั้งเลยแฮะ”
ในที่สุด เพลก็กระซิบไปหาเมแพน
-นี่เพลเองนะครับ ช่วงนี้ทำอะไรอยู่เหรอครับ?
หลังจากนั้นหลายนาทีกว่าที่เมแพนจะส่งคำตอบมา
-หา? ส่งข้อความมาหาเหรอ? ใช่ ใช่ ใช่! ว่าแต่ถามอะไรนะครับ?
-เพลเองครับ ผมถามถึงว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่
-ครับ สวัสดีครับ ผมสบายดีครับ
เพลถึงกับสับสนไป
โดยปกติแล้วเมแพนจะตอบรับอย่างเป็นมิตร เมื่อคุณสนทนากับเขา แต่เหมือนว่าตอนนี้เขาจะถูกอะไรบางอย่างดึงความสนใจไป
-ตอนนี้คุยได้รึเปล่าครับ?
-ใช่  ๆ คุยได้

เพลถึงกับเอียงคอไปข้างนึง งงหนักกว่าเดิม แต่ก็สนทนาต่อไป
-ตอนนี้ไปทำการค้าอยู่ที่หมู่บ้านไหนหรือครับ? ถ้าเบื่อ  ๆ ไม่มีอะไร เราจะไปหาแล้วก็ปาร์ตี้กัน
เมแพนเองก็ต้องทำการอัพเลเวลเช่นกัน
-ไม่ ไม่ ตอนนี้ผมไม่ได้ทำการค้าอะไรอยู่ ..... เคี้ยกกกกกก!
เมแพนร้องออกมาอย่างกับหมูถูกขึง!
ผ่านไปพักนึงก่อนที่เมแพนจะส่งกระซิบมาอีกครั้ง
-อาตอนนี้มันจบแล้ว สเปกเตอร์(ผีตายโหง)เพิ่งจะร่ายมนตร์สะกดออร์คทั้งกลุ่มไป ผมก็เลยประหลาดใจมากไปหน่อย
-อะไรนะ? สเปกเตอร์?
-อา! สนามรบนี้มันสุดยอดจริง ๆ
เพลยังคงส่ายหัวต่อไป เขายังคงไม่เข้าใจเรื่องของเมแพนในตอนนี้
-สู้กับพวกสเปคเตอร์? กำลังพูดถึงอะไรอยู่ครับเนี่ย?(เพล)
-ผมกำลังบอกว่าผมอยู่ที่นี่กับคุณวีด(เมแพน)
-คุณอยู่กับคุณวีด? ไปเจอกันเมื่อไหร่ครับ?
-ไม่กี่วันก่อนหน้านี้เอง ตอนแรกก็คิดว่าแค่ส่งของให้ลูกค้าเฉย ๆ อาร๊า! โทษทีนะตะกี๊ กำแพงที่พวกออร์คถูกสิงอยู่ถูกยึดไปแล้ว ตกใจมากเลยล่ะ.... ยังไงก็เถอะนี่คือสนามรบของคุณวีด น่ะ
-สนามรบ?(เพล)
-สนามรบ! การต่อสู้ที่เทือกเขายุโรกิ(เมแพน)
-อะไรล่ะนั่น... เทือกเขายุโรกินั่นมันอยู่ที่ไหนน่ะ? (เพล)
-ตอนนี้ผมอยู่ที่อยู่ที่ทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวังน่ะ กำลังดูการต่อสู้ของวีดนิมอยู่(เมแพน)
-แล้ว “ออเคลส” คืออะไร....?
-ผมหมายถึง ออร์คอ! ออร์ค ออร์ค! ออร์คน่าเกลียดที่กำลังจากหอเกียรติยศ! นั่นล่ะคุณวีด!
-เคี้ยกกกกก!
เพลถึงกับสะดุ้ง

ตอนที่วีดจากไปทำเควสความยากระดับ B ที่ทุ่งหญ้าแห่งความสิ้นหวัง พวกเขาไม่ได้ถามอะไรเลย แม้จะอยากรู้อยากเห็นมากก็ตาม เพราะคิดว่าการถามรายละเอียดเกี่ยวกับเควสยาก ๆ ที่เขาจะจากไปเพื่อทำมันเป็นเรื่องที่ไม่สุภาพ
ตอนแรกเขาก็ต่อสู้กับพวกเนโครแมนเซอร์ แต่ตอนนี้กลายเป็นสงครามกับกองพันอมตะของเหล่าอันเดด!
เพลเล่าเรื่องนี้ให้ปาร์ตี้ของเขาฟังทันทีและทุกคนก็ดึงดันที่จะได้รู้รายละเอียดเพิ่ม
“พูดว่าอะไรนะ?”
“วีด คือไอ้ออร์คอ้วนตัวนั้น?”
“วีดเป็นประติมากร แล้วเขาไปทำเควสพวกนั้นได้ยังไง???”
ด้วยการออกล่าอย่างหนักในดันเจี้ยนมืด ๆ  ปาร์ตี้นี้แทบจะไม่ได้ฟังข่าวลือใหม่ ๆ เลยซักข่าว
ดังนั้นแล้วข่าวลือเกือบทั้งหมดที่พวกเขารู้ก็คือข่าวที่พวกเขาไม่ได้รู้เรื่องเลยจนมันจวนจะจบอยู่แล้ว
“ถ้าเธอรู้ว่ามันอยู่ที่ไหนล่ะก็ เธอควรจะถามนะ!”
-แล้วตอนนี้มันเป็นยังไงบ้าง ออร์คกับดาร์คเอลฟ์ฟังคำสั่งดีรึเปล่า? ออร์คลอร์ดกุลจิ เหมือนจะเป็นตัวที่หล่อแล้วก็แข็งแรงที่สุดนะ

เซอร์กะ กับฮวารยองเข้ามาซักถาม แม้แต่คนเงียบ ๆ ช่างเย้ยหยันอย่างโรมุนะก็เข้ามาร่วมวงด้วย
“เนโครแมนเซอร์! นี่มันใช่เนโครแมนเซอร์จากในตอนนั้นใช่ไหม?”[tlnote:น่าจะหมายถึงใน clip]
เนโครแมนเซอร์นั้นเป็นเหมือนชีวิตของเหล่าผู้วิเศษ(Wizard)เลยทีเดียว
โรมุนะ ที่ตื่นเต้นจนยิงคำถามออกมาไม่หยุดนั้นไม่ได้เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด
สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนส่งเสียงมาไม่หยุด แต่เพลเลือกที่จะไม่สนใจ และถามคำถามเมแพนอีก
-การต่อสู้กับกองพันอมตะเป็นยังไงบ้าง?
-ก็เผาพวกซอมบี้น่ะสิ การต่อสู้กับพวกผีใกล้จะจบแล้ว นี่ผ่านมากว่าสิบชั่วโมงแล้วล่ะ เป็นการต่อสู้ที่พิสดารสุดยอด! ไม่ได้คิดไว้เลยล่ะว่าจะได้มาเห็นการต่อสู้ยิ่งใหญ่ขนาดทัพนับล้านแบบนี้ คุ้มมากเลยล่ะที่ถ่อมาดูที่นี่
-มันใกล้จะจบรึยัง?

-ใช่ จากที่เห็นภายใต้คำสั่งของวีด กองทัพออร์คของเขาชนะแน่ แต่ก็บอกไม่ได้ว่า100% หรอกนะเพราะวีดดูเหมือนจะมองมันไปในทางไม่ค่อยจะดีน่ะ
-ทำไมล่ะ?
-ก็ไม่รู้สิ แต่ผมเห็นวีดดูจะเคร่งมากเหมือนเขารู้อะไรที่ผมไม่รู้นะ... แต่ตามหลักเหตุผลแล้วผมว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงพวกเราก็จะได้ชัยเหนือพวกอันเดดแล้วล่ะ
เพลที่ได้ยินเรื่องราวมาจนถึงตอนนี้ อยู่ ๆ ก็เกิดความรู้สึกอยากจะไปเยือนสถานที่นั้นขึ้นมา ตอนนั้น โรมุนะก็เอาเล็บจิกเพลแล้วบอกว่า
“เพล พวกเราจะไปละนะ!”

“พวกเรา?”
“ใช่สิ ฉันจะไปซื้อม้าเลยล่ะเราจะไปที่นั่นให้ทัน”
แม้จะขี่ม้าไปทำเวลาได้เร็วกว่า แต่ม้าเองก็ต้องเปลี่ยนเมื่อพวกมันหมดสิ้นเรี่ยวแรงและทริปนี้ก็คงจะใช้เวลาหลายวัน แต่เพลและปาตี้ก็ได้มติเอกฉันท์
“เอาสิ ไปให้เห็นกันเถอะ!”
“พวกเราจะไปส่องออร์คพวกนั้น”
“วู้ฮู้! ออกเดินทางกันเลย!”

“กิกิกิกี๊ฮี้ฮู้ววววเฮี้ยววโหหหห!”
ในที่สุดเสียงร้องของแบนชีในกองพันอมตะก็ดังออกมาบอกว่าพวกมันจบสิ้นแล้ว
กำแพงพังไป 3 จาก 8 ออร์คกว่า 230,000 ตายไปในศึกนี้
ออร์คทั้งหลายต่างสู้อย่างหนัก และใช้กำลังเป็นเวลายาวนาน
วีดเองก็ให้เวลาพักกับพวกออร์คในระหว่างการรบ เป็นมาตรการเพื่อให้ได้พักฟื้นพลังชีวิตและความอึดในสนามรบ เพื่อไม่ให้อัตราฟื้นพลังชีวิตกับความอึดหมดลงจนพวกมันหมดแรง

ดาร์คเอลฟ์เองก็ได้รับเวลาพักทำสมาธิเพื่อฟื้นมานาเช่นกัน
รักษาสภาพที่ดีที่สุดของกองทัพไว้เท่าที่จะทำได้!
เวลาได้ผ่านไปพอสมควรแล้ว และออร์คกับดาร์คเอลฟ์เองก็ค่อย ๆ ฟื้นตัว
ผู้บัญชาการที่ไร้ความสามารถจะปฏิบัติตามแผนที่วางไว้แต่แรกแล้วก็พึ่งพาพวกพ้อง ตามที่ได้จัดวางไว้ สูตรสำเร็จแห่งชัยชนะง่าย ๆ
แต่เมื่อมีวีดทุกอย่างย่อมแตกต่าง ออร์คได้ผ่านความยากลำบากมากมาย พิจารณาถึงความเหนื่อยล้าตามเวลาที่พวกมันได้รับ มันควรจะได้รับการพักผ่อนที่ดีแล้ว
แต่วีดไม่ได้หย่อนความระวังลงแม้แต่นิด
‘จนถึงตอนนี้ การรบมันไม่ได้ยากลำบากเลย’
แต่ถ้าเป็นผู้บัญชาการที่ด้อยกว่าวีดมานำทัพล่ะก็ 1/3 ของออร์คทั้งหมดคงตายไปแล้ว มันเป็นสนามรบที่อะไรก็เกิดขึ้นได้
และถ้าออร์คตายมากขึ้น สถานการณ์จะยิ่งแย่ลงเพราะมันจะกลายเป็นพวกอันเดด ในสนามรบ

กำแพงก็มีส่วนช่วยอย่างมากในการป้องกัน ถ้าหากไม่มีกำแพงล่ะก็ เวทมนตร์ของดาร์คเอลฟ์คงไม่มีประสิทธิภาพขนาดนี้
เพราะพวกมัมมี่กับพลังของพวกมันที่แผดเผาผ่านกำแพงปราสาทมาและพวกผีที่สิงร่างได้ทำให้การรบช่วงกลางเต็มไปด้วยอุปสรรค
แต่ถึงจะลำบากขนาดนี้วีดก็ยังไม่หย่อนสายที่ขึงตึงไว้ในใจเขา
‘เราต้องโดนสาปแช่งแน่ถ้าเควสมันจะสำเร็จง่าย ๆ แบบนี้ จ่ายน้อยแต่ได้แรร์มาง่าย ๆ นี่มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เห็น ๆ’

ผู้เล่นไม่สามารถพึ่งพาดวงได้อย่างเดียวในการที่จะได้อะไรตอบแทนมาจากเควสอันแสนยาก ผู้เล่นต้องทนทรมานเพื่อที่จะได้ยินดีและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่ในตอนท้าย
โลกนี้มันแสนลำบาก ขาดแคลนไปซะทุกอย่าง จะสร้าง รูปสลักคลาสสิค มาสเตอร์พีช หรืออะไรที่ดีกว่า
วีดกำลังหวังถึงศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ให้ปรากฏตัวออกมา
“ออราแห่งความตาย ก็เหมือนหยินที่ไม่มีหยาง ไปกันเถอะ ชวิวิท ไปสอนให้พวกมันรู้จักความตายที่แท้จริงว่ามันแปลว่าอะไร พลังของผู้ที่มีชีวิต ความหมายของความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง!”

-สกิล : คุณได้ใช้สกิลราชสีห์คำราม
มีผลให้พันธมิตรทั้งหมดในระยะของเสียงนี้มีขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้น 200%
สภาวะสับสนทั้งหมดถูกกำจัด
เพิ่มค่าความเป็นผู้นำ 220% เป็นเวลา 5 นาที
เสียงคำรามของวีดช่างดุดัน

วีดยืนอยู่บนหินที่ทำให้เห็นปริทัศน์ของสนามรบ อาวุธของเขาที่ถือดูจะแผ่ออกไป ขยายเสียงคำรามให้กังวานก้องไปทั่วทั้งหุบเขา นกที่เกาะบนต้นไม้สูง ทิ้งขนนกร่วงหล่นลงจากการทะยานขึ้นสู่ฟ้าร่วมกัน
“ชูว่า! ยะว่า!”
ออร์คทั้งหลายล้วนกระแทกดาบของตนลงจนโลกสั่นสะเทือน มันเริ่มจากวีดแต่ตอนนี้กลายเป็นความเดือดดาล โทสะมหาศาลที่แพร่จากออร์คสู่ออร์ค
ดาร์คเอลฟ์ก็เริ่มร้องเพลงของพวกตน
ฮอสแรม เบคเกอร์ เดล เหล่าทหารจากอาณาจักรโรเซนไฮม์ ที่ได้ยินเสียงโห่ร้อง พากันหยิบดาบของตัวเองออกมาจากแนวหลัง
มันเป็นตอนนั้นเอง
มันเป็นเวลาอันสงบนิ่งในหลุมนั้นหลังจากที่มีสัตว์อันเดดโผล่ออกมา
ก็ปรากฏร่างขนาดยักษ์ที่ทั้งตัวเป็นอัศวินกระดูก!
ยักษ์มอนสเตอร์เร่ร่อนแห่งเขายุโรกิ!
พาลาดินจากโบสถ์ทั้งหลายในหลากหลายประเทศซึ่งสวมเกราะและดาบ พวกเขาเคยต่อสู้กับกองทัพอันเดด และในตอนนี้ก็เป็นอันเดดที่คืนชีพกลับมา มอนสเตอร์ขนาดยักษ์ถาโถมเข้ามาในสนามรบ เป็นเวลาเดียวกับที่มอนสเตอร์ขนาดยักษ์ตัวอื่นเดินเร่ร่อนมา
ออร์คโจมตีเหล่ามอนสเตอร์อันเดดที่แทบจะมีขนาดเท่าภูเขา

วีดมีประสบการณ์ล่าพวกมันซึ่งก็บอกเขาได้ดีถึงความแข็งแกร่งของมัน
ต้องใช้ออร์คมากกว่า 100 ตัวในการล่าพวกมอนสเตอร์เหล่านี้เพียงตัวเดียว
การล่าอันเดดพิเศษเหล่านี้ นั้นท้าทายกว่ามาก
ทั้งชุดนี้ประกอบไปด้วยเหล่าทหารจากอดีตกาลนับหมื่น และ มอนสเตอร์ขนาดยักษ์กว่า ห้าพัน!
แต่การเพิ่มจำนวนของพวกมันไม่จบแค่นี้
หมอผีที่ขี่แรดยักษ์
ในอดีต เมื่อครั้งที่บัลข่าน ได้พยายามจะสร้างแดนแห่งความตายขึ้นบนทวีป หมอผีแห่งเซอปาเป็นหนึ่งในกองหน้าของกองพันอมตะ
ถ้าหมอผีเชี่ยวชายมนตร์ดำ พวกมันจะแสดงให้เห็นถึงคำสาปและยา
จำนวนของหมอผีไม่ต่ำกว่า 3000!
อาจจะพูดได้ว่าคำพูดใด ๆ ในตอนนี้จะเป็นสัญญาณเริ่ม
ในขณะที่ทุกคนรอ วีดก็โผล่ออกมาออกคำสั่งเดินทัพทันที
*ครืน!*
แผ่นดินสั่นสะเทือนเมื่อแรดยักษ์เดินทัพข้ามเขามา ต้นไม้ใหญ่แค่ไหนก็ถูกพวกมันบดขยี้ มีสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์และอันเดดมากเกินกว่าจะนับได้ กองทัพที่แท้จริงของอันเดด กองทัพที่ดีที่สุดของลิช ไชร์


เล่มที่ 7 ตอนที่ 2 : จบ


*******************************



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: