วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่มที่ 8 ตอนที่ 4 การสำรวจทางเหนือ (Northern Expedition)

เล่มที่ 8 ตอนที่ 4 การสำรวจทางเหนือ  (Northern Expedition)



วีดขาย ดาบ และ ชุดเกราะจนหมด พวกมันเป็นไอเทมที่คนนิยมใช้กันจึงขายหมดภายในเวลาไม่นาน
‘ขายได้ประมาณ 7400 เหรียญทอง’
หาเงินใส่กระเป๋า! นั่นแหละ คือความหมายในการใช้ชีวิตของวีด
วีดลุกขึ้นแล้วตรงไปที่กิลด์ศิลปิน

ชายวัยกลางคนพุ่งเข้ามาเพื่อทักทายวีด
“ข้าช็อคเลย! ที่ท่านทำนั่นยอดเยี่ยมมาก ข่าวลือกระจายไปทั่วโรเซนไฮม์ว่าท่านได้สร้าง รูปสลักอันโดดเด่นด้วยความชำนาญของท่าน และผลงานของท่านจะสร้างความเป็นไปได้อันไร้ที่สิ้นสุดให้แก่ศิลปินในโรเดียม”
ด้วยความที่วีดเป็นการผสมผสานของหลายๆ อาชีพเข้าด้วยกัน ชายวัยกลางคนจึงยกย่องเขา
ถ้าแค่นั้นก็ไม่เป็นอะไร เพราะเขาคิดไว้แล้วว่าเรื่องแบบนี้น่าจะเกิดขึ้นถ้าเขาทำเควสสำเร็จ
ชายวัยกลางคนจับมือวีด

“นี่แหละคือช่วงเวลาที่ข้ารอคอย”
“…”
“เจ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับสภาพของพวกที่มีอาชีพด้านศิลป์ในโรเดียม และความยากจนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไหม”
“ก็...นิดหน่อย...”
“เมื่อก่อนมันไม่ได้เป็นแบบนี้ ศิลปินที่มีทักษะด้านศิลปะอันสุดยอดได้สร้างผลงานอันปรานีต จนได้รับการยกย่องจากผู้คนมากมาย เมืองนี้เคยเต็มไปด้วยศิลปะและเสียงเพลง ไม่มีใครต้องหิวโหย และไม่เคยมีความทุกข์”

วีดเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมานิดหน่อยแล้ว
‘ไม่ชอบทิศทางของบทสนทนาเลย’
เมืองที่เต็มไปด้วยผู้หิวโหยที่กำลังเพิ่มขึ้นท่ามกลางความยากแค้น
ชายคนนี้กำลังจะพูดอะไรบางอย่างที่แย่สุดๆ กับเขา

แล้วเขาก็เริ่มนึกออกว่ามันคืออะไร
เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ ชายวัยกลางคนยิ้มกว้าง และพูดบางอย่างแกมบังคับ
“นั่นเป็นเพราะเมืองนี้ไม่มีเจ้าเมือง! เมืองที่ปกครองโดยศิลปินที่ยิ่งใหญ่จะสามารถเติบโตได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในฐานะศิลปินที่มีพรสวรรค์ได้โปรดมาเป็นเจ้าเมืองโรเดียมและนำทางเรา!”


ตริ๊ง!
ข้อเสนอให้เป็นเจ้าเมืองโรเดียม เมืองแห่งศิลปิน

ท่านได้รับข้อเสนอเป็นเจ้าเมืองโรเดียม เมืองแห่งศิลปิน
โรเดียมปราศจากเจ้าเมืองมาระยะหนึ่งแล้ว
ตำแหน่งนี้สามารถเป็นได้ถ้าท่านเป็นศิลปินที่สร้างผลงานระดับเหนือคำบรรยาย (an overly superior work) ขึ้นในเมืองโรเดียม

ท่านจะรับตำแหน่งเจ้าเมืองโรเดียมหรือไม่
ท่านจะได้รับทหารและอาคารสาธารณะ และสามารถออกกฏหมายและนโยบายต่างๆได้ ท่านจะสามารถเก็บภาษีผลผลิต เทคโนโลยี และสินค้าได้ทุกเดือน และสามารถเพิ่มอำนาจทางการทหารได้อีกด้วย
ท่านจะได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น และรางวัลอื่นๆ ถ้าท่านได้รับเมืองอื่นหรือปราสาท อื่นที่มีขนาดใหญ่โตระดับหนึ่ง
ท่านจะรับตำแหน่งหรือไม่

“จะรับตำแหน่งมั้ยน่ะเหรอ...”
สมัยนี้การเป็นเจ้าเมืองหรือเจ้าของปราสาทถือได้ว่าเป็นตำแหน่งที่ดึงดูดใจเป็นอย่างมาก
วีดเองก็เกือบจะรับตำแหน่งแล้ว แต่เขานึกบางอย่างขึ้นมาได้เสียก่อน
‘ไม่เคยมีใครเป็นเจ้าเมืองโรเดียมมาก่อน!’
เขาต้องตรวจสอบสถานการณ์ก่อน
ดวงตาของวีดเบิกกว้างขณะที่จ้องชายคนนั้นอย่างจริงจังขึ้น

“เดือนนึงขาดดุลเท่าไร”
“...”
“แล้วจำนวนทหารที่มีล่ะ”
“...”
“เทคโนโลยีล่าสุดที่ได้รับการพัตนา และสินค้าพิเศษของเมืองคืออะไร”
“…”
ชายวัยกลางคนไม่ตอบเลยสักคำถาม
นั่นหมายความว่าโรเดียมขาดดุลแบบสุดๆ และไม่มีรายได้เข้ามาเลย
ความเป็นไปได้ต่างๆ มากมายวาบเข้ามาในหัววีด แล้วความคิดของเขาก็กระจ่าง
“ในฐานะประติมากร ภารกิจของข้าคือการตามหาความสวยงาม ข้าได้ยินมาว่าที่นี่คือก้าวแรกสู่เส้นทางนั้น มันคงเป็นไปไม่ได้ ที่ข้าจะลงหลักปักฐาน ในเมื่อข้าจำเป็นที่จะต้องท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ อยู่ตลอด

คุณได้ปฏิเสธตำแหน่งเจ้าเมืองโรเดียม

ชายวัยกลางคนแสดงอาการเสียใจ
“มันช่วยไม่ได้ที่ท่านรู้สึกแบบนั้น การปกครองเมืองเป็นเรื่องสำคัญมากก็จริง แต่การค้นหาความงามที่แท้จริงของศิลปะก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน”
วีดรอดจากวิกฤติไปได้อีกครั้งหนึ่ง
วีดถาม
“ความจริงแล้วในฐานะประติมากร ข้ามาที่โรเดียมเพื่อตามหาอะไรบางอย่าง”
“ท่านตามหาอะไรหรือ ท่านกำลังพูดถึงรูปสลักรึเปล่า”
วีดส่ายหัว
“รูปสลักที่ดีจะให้แรงบันดาลใจกับข้า แต่เปล่าหรอก ข้ากำลังค้นหาเรื่อง การสลักแสงจันทร์”
“การสลักแสงจันทร์!”
“ท่านรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ”
ชายวัยกลางคนมองขึ้นไปบนเพดานเหมือนมันทำให้เขานึกถึงอะไรบางอย่าง
“ศิลปินผู้เก่งกาจเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่จะสามารถเรียนรู้เทคนิคนั้นได้”
“ข้าจะศึกษาเกี่ยวกับมันได้อย่างไร”
“ข้าก็ไม่รู้วิธี... แต่ข้าบอกทางที่ท่านต้องไปต่อได้ ประติมากรแสงจันทร์ในตำนานเอ๋ย! จงไปถามกิลด์ต่างๆ ใน โรเดียมเกี่ยวกับการสลักแสงจันทร์เถอะ เจ้าน่าจะได้ข้อมูลที่เพียงพอจากกิลด์ประติมากรรม”

ตริ๊ง!

ความลับสู่การสลักแสงจันทร์
การสลักสำหรับสุดยอดประติมากร!
ปัจจุบัน คนทั่วไปไม่รู้ถึงการมีอยู่ของการสลักแสงจันทร์ และคนส่วนน้อยที่รู้เรื่องนี้ก็รู้เพียงแค่ผิวเผิน จงถามกิลด์ต่างๆ ในโรเดียมเกี่ยวกับการสลักแสงจันทร์ จากนั้นไปที่กิลด์ประติมากรรม เพื่อจะได้รู้มากขึ้นเกี่ยวกับการสลักแสงจันทร์
ระดับความยาก : ภารกิจที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ
ข้อจำกัด : มีเพียงประติมากรที่สามารถรับภารกิจได้
สามารถรับได้โดยไม่เกี่ยงว่าปัจจุบันกำลังทำภารกิจอยู่กี่ภารกิจ
ต้องมีทักษะแกะสลักขั้นสูงจึงจะสามารถเรียนได้  ต้องมีค่าสถานะและชื่อเสียงมากพอสมควร
ไม่สามารถรับภารกิจได้ถ้าค่าสถานะต่ำเกินไป หรือไม่มีชื่อเสียง


วีดออกจากกิลด์ศิลปินแล้วไปที่กิลด์อื่น มีคนพลุกพล่านในทุกพื้นที่
“รับศิลปินเพื่อเข้าร่วมการสำรวจทางเหนือ!”
“กิลด์โฟรเซนโรสจะรับรองความปลอดภัยของคุณ จนกว่าอีเวนท์จะจบ และเราจะพยายามปกป้องศิลปินจากการถูกทำร้าย”
กิลด์โฟรเซนโรสพยายามรวบรวมพวกที่มีอาชีพด้านงานฝีมือและด้านการผลิต

 ‘การสำรวจทางเหนือ’
วีดนึกถึงช่วงเวลาที่เขาออกล่าในโมราต้า  เขาได้เสี่ยงชีวิตเพื่อสู้กับพวกแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์
แล้วก็มีสองสาวกระโจนใส่เขา
“คุณจะไปด้วยกันไหม”
“คุณเพิ่งออกมาจากกิลด์ศิลปินใช่มะ”
“คือว่า...”
วีดพยายามที่จะหนีแต่สองสาวคล้องแขนเขาไว้ทั้งสองข้าง
“คุณอยากจะไปสำรวจทางเหนือกับพวกเราใช่ไหม ยังไงซะการท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ ก็เป็นชะตากรรมของศิลปิน”
“มันเป็นการทั้งการผจญภัย และก็โอกาส! คุณจะได้ไปสำรวจโลกกว้าง แถมยังมีพวกเลเวลสูงๆ เยอะมากในกิลด์ คุณจะได้รู้จักคนเพิ่มขึ้นไง”

ทั้งสองสาวทำตัวสนิทสนมสุดๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่วีดเจออะไรแบบนี้  เขาคุ้นเคยแต่กับไอรีนและฮวารยองที่มีความโหดระดับเดียวกับคาริชวิ
วีดตัวสั่นสะท้านกับสัมผัสจากผิวอ่อนนุ่มของสองสาวที่ต้นแขนของเขา
มันช่างเป็นความรู้สึกที่ประหลาด
เขาเป็นหนุ่มโสดมาตลอด 20 ปีของชีวิต นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกแบบนี้

“คุณจะขึ้นไปทางเหนือรึเปล่า”
“เอ่ออ”
“อย่าทำหน้ากังวลขนาดนั้นสิ เดี๋ยวไม่หล่อนะ”
“…”
“มันง่ายกว่าที่คุณคิดซะอีก นี่คือโอกาสทองนะ คุณมีอาชีพอะไร”
“ประติมากร”
วีดตอบ แล้วสัมผัสของสองสาวที่ต้นแขนของเขาก็หายไป
สองสาวมองวีดหลังจากที่วีดตอบ
“ประติมากร..”
“เรามีอาชีพนี้สามคนแล้ว หนึ่งในนั้นก็เกือบจะถึงระดับกลางแล้วด้วย”
“พวกเราไม่ต้องการประติมากรเพิ่ม”
“ฉันเสียเวลาไปเปล่าๆเลย”
พวกเธอดึงมือออกจากวีด
ตอนที่เห็นวีด พวกเธอคิดว่าน่าจะได้ศิลปินเจ๋งๆ เพราะเขามีลักษณะตามแบบฉบับของศิลปิน
จน ทนทุกข์ และอดอยาก!
แล้วสองสาวก็จากไปอย่างรวดเร็ว
“ผจญภัยให้สนุกนะ”
“พยายามสร้างรูปสลักสวยๆ เยอะๆ ล่ะ”
วีดถูกทิ้งไว้คนเดียวบนถนน จากนั้นเขาก็ไปที่กิลด์ศิลปิน
วีดไปที่กิลด์ศิลปินเจ๋งๆ ทุกกิลด์ในเมือง

กิลด์นักกวี (The Bard’s Guild) เป็นที่ๆ เต็มไปด้วยนักดนตรีและนักแสดง!
กิลด์นี้มีคนอยู่เต็มไปหมด แถมจำนวนของพวกกวีมือใหม่ ก็มีมากจนน่าประหลาดใจ
“ดูดีนี่”
วีดคิดขณะที่มองไปรอบๆ
กิลด์นักกวีไม่เหมือนกับกิลด์อื่นๆ กิลด์นี้มีการตกแต่งเหมือนกับบาร์ และมีนักกวีรุ่นใหม่ที่ฝันถึงการท่องเที่ยว และ ร้องเพลงระหว่างที่ผจญภัย

ลา ลาลาลา ลาลา
เครื่องดนตรีและบทเพลงนั้นไม่มีเนื้อเพลง แต่กลับมีเสียงร้องกังวาลสดใสแทน
“เล่นได้ดี!”
“ขออีกเพลง!”
“เสียงใสสุดๆไปเลย”
พวกเขาเล่นให้แขกฟังด้วยหวังว่าจะได้รับเงิน
พวกเขาจะได้รับเงินและค่าชื่อเสียงมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของผู้ชม
โดยมีเงื่อนไขเพียงเล็กน้อย นั่นก็คือทักษะการร้องเพลงที่ดีระดับหนึ่ง
ยิ่งทักษะสูง ผลที่ได้รับเมื่อเล่นเพลงก็จะยิ่งสูงขึ้น แล้วยังมีโบนัสถ้าพวกเขาหน้าตาดี หุ่นดี และมีค่าเสน่ห์ที่สูง
สำหรับกวี ค่าเสน่ห์ถือได้ว่าเป็นอะไรที่สำคัญมาก
การที่ดูดีกว่าคนอื่นนับว่าเป็นเรื่องดี และไม่บอกก็รู้ว่านั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คนดูชอบ เพราะอย่างนั้น กวีจึงมักจะเป็นชายและหญิงที่หน้าตาดี

“โอ ที่รัก เจ้าไม่ได้ฝันอยู่หรอก
ข้าอยู่ตรงนี้
เพราะข้าร้องเพลงอยู่ตรงนี้ต่อหน้าเจ้า”

หญิงสาวเริ่มร้องเพลงตรงท่อนกลางเพลง ถึงแม้จะเป็นกวีก็ยังต้องมีทักษะระดับหนึ่งสำหรับร้องและเล่น ในรอยัลโรดนั้นเกือบทุกอย่างขึ้นอยู่กับทักษะ
พวกเขาต้องรู้วิธีแสดงออกและเคลื่อนไหว นอกจากนั้น พวกเขายังต้องมีศิลปะ!
วีดออกจากชั้นหนึ่งตรงไปที่ชั้นสอง

ครูฝึกของนักกวีเป็นคนสวย เธอมีรูปร่างเพรียวบาง และคางเรียวสวย และนั่นทำให้ผู้ชายหลายคนกลายมาเป็นนักกวี
หลายๆ อาชีพที่ได้รับความนิยม มักจะเป็นอาชีพ ที่ทำให้ผู้ชายออกไปผจญภัยกับผู้หญิงได้
และแน่นอนว่าวีดก็ชอบหน้าตาของเธอเหมือนกัน
แต่เขาได้เห็นผู้หญิงที่สวยสุดๆ แบบฮวารยองกับซอยูนมาแล้ว

เขารอจนถึงตาของตน แล้วถามครูฝึก
“ข้าอยากรู้เกี่ยวกับการสลักแสงจันทร์”
ครูฝึกเซเรนา (Serena) ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
“การสลักแสงจันทร์งั้นเหรอ ข้าไม่ได้ยินคำนั้นมานานแล้วนะเนี่ย แต่ไม่เห็นมีความจำเป็นที่กิลด์นักกวี จะต้องตอบเจ้านี่นา”
วีดหันไปมองเธออย่างรวดเร็ว
“คุณช่างเป็นผู้หญิงที่สวยเหลือเกิน”
“อยากให้ข้าหลงเสน่ห์เจ้าต้องทำให้ดีกว่านี้ นี่เรียกว่าจบลงก่อนที่จะได้เริ่มซะอีก มีเสน่ห์แค่นี้มันไม่พอหรอกนะ”
วีดไม่เคยเพิ่มแต้มให้เสน่ห์เลย
ค่าเสน่ห์เพิ่มโชค และทำให้ดูดีขึ้น แถมยังลดโอกาสที่จะได้รับการโจมตีที่ถึงตายด้วย
นอกจากนั้นยังทำให้ความเสียหายที่ได้รับจากการโจมตีทางเวทมนต์ลดลง และยังเพิ่มอัตราการดรอปไอเทมอีกนิดหน่อย ถึงแม้ว่ามันจะไม่แสดงผลจนกว่าค่าเสน่ห์จะเยอะกว่า 200 ก็เถอะ
และนั่นทำให้วีดไม่เคยลงทุนใส่แต้มที่ค่าเสน่ห์เลย

“เสียงของท่านช่างไพเราะเหลือเกิน”
“ข้าเป็นนักร้อง นั่นออกจะเห็นๆ กันอยู่”
“ท่านมีมือที่สวยมาก และดวงตาก็ช่างสดใส”
“โฮะๆ เจ้านี่ปากหวานจริง เมื่อกี๊เจ้าอยากรู้เรื่องอะไรนะ”
ตาที่สวยงามและสดใสของเซเรนาเป็นประกาย
นั่นแหละคือสิ่งที่วีดต้องการ

“ข้าอยากรู้เกี่ยวกับการสลักแสงจันทร์”
“โอเค เจ้าอยากจะฟังเพลงก่อนไหมล่ะ”
“แน่นอนครับ”
เซเรนาเริ่มร้องด้วยเสียงที่ไพเราะ ขณะที่เล่นพิณไปด้วย

“เจ้าสูญสิ้นความหวัง
ยังมีหญิงสาวรอเจ้าอยู่ที่บ้าน
เจ้าไม่อยู่
แม้ต่อสู้ศัตรูแต่อย่าได้ลืมนางคนนั้น
เจ้าร้องเพลงถึงนางและพบนางในความฝัน
ไปหานางสิ นั่นคือที่ๆ เจ้าจะมีความสุข…..”

“เธอกำลังร้องเพลงอยู่”
“เธอร้องอยู่นานแค่ไหนแล้วเนี่ย”
“ข้าชอบเพลงของเธอจริงๆ นะ”
พวกเขานั่งลงชื่นชมเพลงของเธอ
เสียงอันสดใสของเซเรนา นำสัมผัสอันอ่อนโยนมาสู่หัวใจของเขา
เธอหลับตาขณะที่ร้องท่อนจบ

-คุณได้ฟังเพลงแห่งการกลับมาของทหาร
จิตวิญญาณนักสู้เพิ่มขึ้น 10%
ความฉลาดเพิ่มขึ้น 5%
ความอดทนจะเพิ่มขึ้นเมื่อกำลังกายลดลง
มีผลสามวัน ไม่มีผลทับซ้อนกับผลจากเพลงอื่นๆ



หลังจากเพลงจบไปสักพัก เซเรนาจึงได้ถามวีด
“คิดว่าเพลงข้าเป็นไง”
“เป็นเพลงที่ฟังแล้วมีความสุขมาก”
วีดไม่จำเป็นต้องพูดเวอร์ เขาแค่ตอบแบบซื่อสัตย์
มันเป็นเพลงที่ดี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสอพลอ
คำชมที่ตรงมาจากหัวใจ!
ไม่มีการเยินยอใดน่าเชื่อถือไปกว่าความจริงอันเรียบง่ายไร้การเติมแต่ง

‘ประจบคนน่ะง่าย แต่มันก็มีขีดจำกัด เพลงนี้เป็นเพลงที่ดี ไม่จำเป็นต้องบอกเป็นอื่น’
คนที่ชั้นล่างต่างอิจฉาเขา แต่ตอนนี้เขาเป็นคนที่มีคนนับถือมากที่สุดในห้องนี้ แม้จะเป็นการกระทำเล็กๆ แต่ก็เป็นการกระทำที่ต้องยอมรับว่าฉลาดมาก
มันสำคัญมากที่จะต้องระวังคำพูด

 “เซเรนา ช่างน่ายกย่องนัก”
“ไม่มีอะไรที่เซเรนาทำไม่ได้”
“มันช่างเป็นเพลงที่ละเอียดอ่อนจนฉันแปลกใจ...”
คำพวกนั้นยังทิ้งความรู้สึกค้างอยู่ในอากาศ
เมื่อคำพูดออกจากปากเขา คนอื่นได้แค่ยิ้มให้กับบรรยากาสที่เปลี่ยนไป
ความสามารถในการประจบของเขาคือสิ่งหนึ่งที่วีดภูมิใจ

“โฮะๆๆๆ” เซเรนาหัวเราะด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม วีดคิดว่าเธอพอใจแล้ว
“มันน่าจะมีสิ่งตอบแทนสำหรับเพลงนี้นะ”
“ครับ”
“1,500 เหรียญทอง”
“มันช่าง...”
“ถ้าเจ้าให้ข้า  ข้าจะบอกสิ่งที่เจ้าอยากรู้”

วีดมอบเงินให้เธอทั้งน้ำตา โลกนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยเงิน
สินบน!
สินบนทำให้ความสัมพันธ์ของมนุษย์ใกล้ชิดขึ้น
วีดตรวจสอบสิ่งที่เขาเสียเงินจำนวนมากเพื่อให้ได้มา
“ตรวจสอบ!”
พิณของเซเรนา (Serena’s Harp)
ความทนทาน 50/50   พลังโจมตี 15
พิณที่สร้างโดยคนแคระเพื่อครูฝึกแห่งกิลด์นักกวีโดยเฉพาะ
สร้างเสียงที่ไพเราะเมื่อเล่น
สามารถร้องเพลงประกอบได้ขณะเล่น
ผู้เล่นเริ่มต้นและผู้เล่นที่ไม่ใช่กวีสามารถใช้ได้
ข้อจำกัด : ค่าเสน่ห์ 100  และ เลเวล 60
ความสามารถ : เพิ่มค่าเสน่ห์  30
ความสง่า  20
ทักษะการเล่น 2
ค่าชื่อเสียง  20
สามารถทำเควสที่เกี่ยวกับกวีได้

ความสามารถของพิณนี่ไม่แย่เท่าไร
เซเรนา พูดหลังจากที่เธอขายพิณ
“ข้าไม่ได้เห็นรูปสลักแสงจันทร์มามากนัก แต่ทุกครั้งที่ข้าเห็น มันมอบความรู้สึกที่แตกต่างให้ โดยเฉพาะแสงที่เปล่งออกจากรูปสลักที่สมบูรณ์นั้นยิ่งสร้างความแตกต่างขึ้นไปอีก”
“แตกต่างยังไง”
“โชคร้ายที่ข้าบอกอะไรเจ้าไม่ได้มากไปกว่านี้เพราะนั่นคือทั้งหมดที่ข้ารู้”
วีดออกจากกิลด์นักกวีอย่างไม่เต็มใจเพื่อไปกิลด์อื่นต่อ



กิลด์ช่างตัดผม!
นี่เป็นอาชีพหายากและมีกิลด์ไม่มากนักในทวีปเวอร์เซลล์
คุณสามารถเปลี่ยนสีผมและทรงผมของคุณได้
มันถูกจัดเป็นหนึ่งในอาชีพช่างศิลป์เพราะว่ามันมีทักษะส่วนหนึ่งเกี่ยวกับความสวยความงาม
อาชีพแบบนี้จะได้รับความนิยมจากคนที่หลงใหลในด้านนี้เพียงหยิบมือเท่านั้น
ทันทีที่วีดเข้าไปในกิลด์ช่างตัดผม ครูฝึกก็กระโจนเข้าใส่เขาและโยนเขาไปที่เก้าอี้
“แย่จังเจ้ามีผมไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องกังวลข้าจะตัดให้เลิศเอง”
“ข้าไม่ได้มาตัด...เอ่อไม่มีอะไร ข้ามาตัดผม ว่าแต่ราคาเท่าไหร่เหรอ”
วีดถูกบังคับให้ต้องจ่ายค่าตัดผม

- ค่าศิลปะเพิ่มขึ้นชั่วคราว 3% และมีผลแตกต่างตามความหลากหลายของทักษะต่างๆ
ไม่มีผลกับทักษะแกะสลัก
-เสน่ห์เพิ่มขึ้น 5% เป็นเวลา 3 วัน

ครูฝึกบอกเขาหลังจากตัดผมเสร็จ
“ข้าไม่เคยเห็นรูปสลักแสงจันทร์ด้วยตัวเองหรอกนะ แต่ข้าก็เคยได้ยินเเรื่องเกี่ยวกับมันมาบ้าง เจ้ารู้ประวัติของมันไหม การแกะสลักมีประวัติศาสตร์ในการพัฒนาของมันเอง อย่างที่ข้าบอกน่ะแหละว่ามันเกี่ยวกับประวัติศาสตร์”

นักเต้นมีภาพลักษณ์ที่ดี และรูปร่างที่ดึงดูด
หลังออกจากกิลด์ช่างตัดผม เขาก็ไปที่กิลด์นักเต้นต่อ แล้วเต้นกับครูฝึก
“เท้าไปตรงนู้น...แล้วก็หมุนนิดนึง”
วีดเสียไป 80 เหรียญทองสำหรับค่าเรียน
- ความเร็วเพิ่มขึ้น 2 % เมื่อเสี่ยงตาย หรืออ่อนล้า ความเร็วจะกลับมาเหมือนเดิม
- การเต้นที่แสนสุขช่วยเพิ่มค่าเสน่ห์ 1 แต้ม

เสน่ห์และความเร็วเพิ่มขึ้นหลังจากเต้นกับครูฝึก

“ครั้งหนึ่งข้าเคยเต้นอยู่ใต้รูปสลักแสงจันทร์ ร่างกายข้ารู้สึกเบามาก เพราะอะไรสักอย่างข้าเต้นได้ดีขึ้นหลังจากเห็นรูปสลัก บางทีข้าอาจจะคิดไปเองก็ได้”
วีดเริ่มเข้าใจเควส
‘นั่นก็คือการเจอสิ่งต่างๆหลายรูปแบบที่เกี่ยวกับศิลปะ’
และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเงินมากมายได้ถูกใช้ไประหว่างเควส

วีดต้องซื้อน้ำหอมที่ถูกที่สุดสามขวดจากครูฝึกปรุงน้ำหอม
แล้วเขาก็ได้ฟังเรื่องจากครูฝึกเป็นการตอบแทน
“ความรู้สึกที่ได้จากรูปสลักจะแตกต่างกันเมื่อมองจากต่างมุม ความรู้สึกพวกนั้นทำให้เกิดอารมณ์ที่แตกต่างกัน
และถึงจะมองจากมุมเดียวกันก็ยังแตกต่างเมื่อมองจากช่วงเวลาอื่นของวัน เจ้าอยากรู้ไหมว่าทำไม”


วีดไปที่กิลด์นักคัดลอก  กิลด์นักประเมินของโบราณ และกิลด์ช่างฝีมือ ไอเทมมากมายต้องมาอยู่ในกระเป๋าเขา
นักคัดลอกต้องการให้เขาซื้อแผ่นไม้ที่มีตัวหนังสืออยู่บนนั้น ในขณะที่ นักประเมินต้องการให้เขาซื้อหม้อที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน และช่างฝีมือทำของประดับแว่นตาผู้ชายให้เขา
เขาทนไม่ได้ด้วยซ้ำที่จะต้องไปที่กิลด์นักสถาปัตยกรรม
‘ซื้อบ้านต้องใช้เงินมากเกินไป’

วีดไปที่กิลด์จิตรกรอย่างมั่นใจ
เมื่อมองผ่านๆ ประติมากรกับจิตรกรนั้นคล้ายกัน แต่หลักการที่พวกเขาใช้ในการสร้างผลงานนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
และเพราะแบบนั้นพวกเขาจึงจำเป็นที่จะต้องรู้เกี่ยวกับอีกฝ่ายหนึ่ง
ครูฝึกจิตรกรแปลกใจเมื่อเห็นวีด
“คนที่มีความสามารถเป็นเลิศด้านศิลปะ! เจ้ามีคำถามอะไรหรือ”
“ข้าอยากรู้เกี่ยวกับการสลักแสงจันทร์”
“การสลักแสงจันทร์...ข้าคิดว่าข้าเคยได้ยินเรื่องของมันมาก่อน จิตรกรสร้างผลงานสองมิติขณะที่ประติมากรสร้างผลงานสามมิติ ในอดีตเคยมีการแข่งขันระหว่างพวกเขา เจ้าเคยได้ยินมาบ้างไหม”
“การแข่งขัน”
“มันคือการสร้างสิงโต พวกเขาต่างสามารถแสดงถึงความแข็งแกร่งและสง่างามของสิงโตออกมาได้เท่าๆ กัน”
“แล้วใครชนะครับ”
วีดหวังว่าประติมากรจะชนะ
เขาไม่ได้เลือกที่จะเป็นประติมากร แต่เขาคงจะโกรธนิดหน่อยถ้าจิตรกรชนะ
“จิตกรวาดและประติมากรแกะ รูปภาพที่มีชีวิตชีวาบนผืนผ้าใบโดยจิตรกร ขณะที่ประติมากรสร้างรูปปั้นที่สวยงาม ในท้ายที่สุดไม่มีผู้ใดชนะ มันไม่มีประโยชน์ ที่จะเปรียบเทียบรูปปั้นกับภาพวาดเพราะว่าพื้นฐานของทั้งสองอย่างนั้นแตกต่างกัน ดังที่ผ่านมาในอดีต มันมีแต่จะสร้างความมัวหมองให้ความแตกต่างของทั้งสองอย่างเท่านั้น”
สิ่งที่จิตรกรพูดฟังดูสมเหตุสมผล แล้วเขาก็เปิดเผยจุดประสงค์ออกมา
“จิตรกรกับประติมากรนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องหมองใจกัน นี่คือภาพโปรดของข้า...”
มันคือรูปแตงโมขนาดใหญ่
วีดถามทั้งน้ำตา
“ขอราคาเบาๆ หน่อยได้มั้ย”
“ข้ายินดีที่จะขายให้เจ้าในราคา 1500 เหรียญทอง”
วีดจ่ายไปด้วยมือที่สั่นเทา
‘เราจะไม่กลับมาที่โรเดียมอีกแล้ว’
เขาเหลือแค่ 7,000 เหรียญทองจากเงินทั้งหมดที่มี ถึงเขาจะเก็บออมไว้อย่างดีโดยไม่เคยใช้จ่ายเลย แต่ตอนนี้ถึงกับหมดตัว ต้องขอบคุณการขยันเก็บเงินที่ทำให้เขาได้ฟังเรื่องการสลักแสงจันทร์
“การมีอยู่ของรูปสลักนั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและธรรมชาติของสถานที่นั้น ถ้าเจ้าสร้างรูปสลักในที่มืด รูปสลักก็จะดูมืด แต่จะเกิดอะไรขึ้นล่ะเมื่อรูปสลักเรืองแสงออกมา”
“ท่านหมายถึงเปล่งแสงหรอ”
“รูปสลักพวกนั้นสามารถแผ่แสงออกมาได้ การสลักแบบนั้นทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมแสงได้อย่างอิสระ นั่นละคือการสลักแสงจันทร์!”

ตริ๊งง!

- คุณรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการสลักแสงจันทร์ครบแล้ว จงไปพบครูฝึกประจำกิลด์ประติมากรรม

วีดตรงไปที่กิลด์ประติมากรรม และแปลกมากที่มีคนจำนวนมากรวมตัวพูดคุยกันอยู่
“ไม้คุณภาพสูงดูเหมือนจะใช้แกะสลักงานศิลปะได้ดีกว่าไม้ทั่วไป”
“ฉันมั่นใจว่าไม้หายากจะให้ความชำนาญมากกว่า”
พวกช่างแกะสลักฝึกหัด!
เพราะการกระทำของวีดในราชอาณาจักรโรเซนไฮม์ ทำให้เริ่มมีคนเลือกอาชีพประติมากรมากขึ้น
มันยากที่จะเป็นประติมากรในเมืองอื่น นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้มีประติมากรเยอะในโรเดียม
การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาทักษะแกะสลักกำลังเกิดขึ้นที่นี่
วีดเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง
ที่ชั้นแรก ครูฝึกจะสอนพื้นฐานเกี่ยวกับการแกะสลัก อย่าง วิธีตัดไม้ วิธีสร้างรูปร่าง วิธีใช้มีดแกะสลัก และทักษะพื้นฐานอื่นๆ
อย่างไรก็ตามที่ชั้นสองจะเป็นที่ๆ ครูฝึกให้ภารกิจพิเศษ และข้อมูลเกี่ยวกับทักษะ

วีดไปที่แผนกต้อนรับที่อยู่ชั้นสอง
“ข้าอยากจะเรียนการสลักแสงจันทร์”
พนักงานต้อนรับอายุมากกะพริบตา
“การสลักอะไรนะ”
“การสลักแสงจันทร์ครับ”
“ข้าเคยได้ยินเกี่ยวกับการแกะสลักแสงจันทร์มั้ยงั้นหรอ ข้าแก่เกินกว่าที่จะจำได้ ข้าไม่คิดว่าข้าเคยได้ยินนะ”
พนักงานต้อนรับชราดูเหมือนจะไม่รู้จริงๆ
“ยังไงก็ตาม คนที่ให้คำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับการแกะสลักคงมีความรู้ด้านนี้มากกว่าข้า”
“ใครเหรอครับ”
ชายชราชี้ไปที่ชายวัยกลางคนมุมหนึ่ง
“เขาคือช่างแกะสลักที่เก่งที่สุดในโรเดียม นั่นแหละคือคนที่เจ้าต้องไปถามถ้าอยากรู้เกี่ยวกับภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการแกะสลัก แต่เจ้าต้องมีระดับทักษะการแกะสลักไม่ต่ำกว่าขั้นกลาง มิเช่นนั้นเขาจะไม่คุยกับเจ้า”
“ขอบคุณครับ”
วีดไปหาช่างแกะสลักคนนั้น เขามีมีดแกะสลักและกำลังสร้างรูปสลักไม้อยู่
“เดี๋ยวนี้ปัญหาคือพวกคนรุ่นใหม่ไม่มีความอดทน ความอดทนสำคัญที่สุด ความอดทน! เจอความเจ็บปวดนิดหน่อยหรือเจออะไรยากหน่อยก็เลิก แล้วมาบ่นว่าผลงานดีๆ มันทำยากเรอะ ชิชะ ชิชะ!”
แล้วลุงแกก็บ่นต่อไปเรื่อยๆ

นั่นคงเป็นเพราะช่วงนี้มีคนมากขึ้นเริ่มเลือกที่จะเป็นประติมากรโดยไม่รู้ถึงความยากลำบากของมัน ช่างแกะสลักยังคงบ่นต่อไปเรื่อยๆ และไม่ยอมเงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำเมื่อมีคนเดินมาใกล้ๆ
แล้ววีดก็หยอดคำยอทันที
“ท่านเป็นช่างแกะสลักที่เก่งมาก”
“ได้ยินบ่อยจนขี้เกียจได้ยินละ”
สำหรับประติมากรนั่นถือเป็นคำชมที่ดีมาก แต่เขากลับไม่สนใจเลยสักนิด
วีดมองไปที่ไม้ในมือของเขา
“นั่นมันไม้เอลเวน...”
“โว้ว! ดูเหมือนเจ้าได้ท่องเที่ยวและเรียนรู้มาบ้างเกี่ยวกับการแกะสลักนะ”
ความมุ่งหวังของนักแกะสลักต่างก็ซ่อนอยู่ในคำพูดของเขา แต่ช่างแกะสลักเฒ่ายังคงจดจ่ออยู่กับงานของเขา และยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

‘หรือว่ามันจะยังไม่ดีพอ’
วีดดูไม้ที่เขาใช้แบบใกล้ๆ เขาเคยใช้ไม้ชนิดนี้มาบ้าง มันออกจะแพงอยู่สักนิด แถมยังหนาและแข็งอีกต่างหาก
‘วัสดุก็ไม่ได้มีอะไรมาก’
ช่างแกะสลักกำลังแต่งไม้นั้นให้กลมเพื่อทำเป็นถ้วย
“ในโลกนี้สิ่งของจำเป็นต้องมีรูปร่าง”
“หือ เจ้าหมายความว่าไง”
“ไม่คิดว่าคนทั่วไปด้านนอกนั่นยินดีที่จะทำของใช้ขึ้นมา มากกว่าจะทำงานศิลปะหรือ”
“ถ้างั้นเจ้าคิดว่าถ้วยที่ข้ากำลังทำอยู่นี่เป็นสิ่งไม่สำคัญอย่างนั้นเรอะ”
“ไม่ใช่เลย ข้ากำลังคิดถึงต้นกำเนิดของงานศิลปะ ศิลปะสร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์”
“ดูเหมือนเจ้าจะอยากรู้อะไรบางอย่างมานั่งตรงนี้สิ”

ช่างแกะสลักยกที่นั่งข้างๆ ให้ด้วยความยินดี
คนที่หัวสูงมักจะไม่รู้ความเป็นมาของศิลปะในโลกนี้
งานศิลปะตอนแรกนั้นไม่ใช่งานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ดนตรีหรือรูปปั้นก็ตาม สิ่งเหล่านั้นเริ่มต้นจาก ความจำเป็นแล้วจึงกลายมาเป็นศิลปะ และหัวใจของมันก็คือการใช้งาน
วีดรู้ว่าต้องพูดอะไร และนั่นทำให้เขาสร้างความสนิทสนมกับช่างแกะสลักได้อย่างถูกทาง
แต่นั่นคือธรรมชาติของวีด
เขาประหยัดเงินได้นิดหน่อยจากการทำอุปกรณ์ทำอาหารของเขาขึ้นมาเอง โต๊ะหิน ไม้กวน และกระทะ! เขาทำถึงขนาดทำถังใส่เครื่องปรุงด้วยตนเอง  วีดขอให้ช่างแกะสลักหยุดพักสักพัก
“ดูเหมือนข้ากับเจ้าจะคุยกันได้นะ เพราะยังไงซะเราก็เป็นเพื่อนร่วมสายงานที่เดินทางเดียวกัน”
“ขอบคุณ ข้าอยากจะถามอะไรบางอย่าง”
วีดถามช่างแกะสลักที่พร้อมจะตอบอยู่แล้วอย่างสุภาพ
“เจ้าอยากจะรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการแกะสลักล่ะ”
“ท่านรู้เกี่ยวกับการแกะสลักแสงจันทร์หรือไม่”
“การแกะสลักแสงจันทร์ คนที่ไปถึงจุดสูงสุดของการแกะสลักสามารถเรียนศาสตร์การแกะสลักแสงได้ ไม่ค่อยมีคนเชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่ มันเป็นแค่ตำนาน”
“ตำนานหรือครับ”
“ช่าย มันเป็นหนึ่งในตำนานของการแกะสลัก...ถ้าเจ้าอยากเรียนวิธีการสลักแสงจันทร์ เจ้าจะต้องรู้จุดกำเนิดของมันซะก่อน อะ เอานี่ไป”

ช่างแกะสลักล้วงเข้าไปในกระเป๋าของเขาแล้วหยิบหินแร่ส่งให้วีด
“มันยากที่จะตัดหินแร่มีค่าเพื่อสร้างรูปสลัก ไม่ง่ายเลยที่จะขึ้นรูปแร่พวกนั้น มันมีความเสี่ยงสูงแถมยังทำให้มีดแกะสลักเป็นร้อยๆ ต้องทื่อลง ยังไงก็ตาม ถ้าเจ้าอยากจะเรียนการแกะแสงจันทร์ เจ้าก็ต้องสร้างแสงของตนเองขึ้นมา”

ตริ๊ง!
ตามหาแสงที่สาปสูญ
เทคนิคการแกะสลักแสง
ตัดแต่งแร่ สร้างรูปสลักเพื่อเรียนรู้ศิลปะการสลักแสงจันทร์ที่สูญหายไป
ความยาก:  ภารกิจที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ
ข้อจำกัด : ประติมากรเท่านั้น
ภารกิจนี้สามารถรับได้โดยไม่คำนึงถึงจำนวนภารกิจที่กำลังรับอยู่ ต้องมีทักษะแกะสลักขั้นสูงเป็นอย่างน้อย
ต้องมีชื่อเสียงและทักษะสูงในระดับหนึ่ง จะไม่สามารถทำภารกิจได้ถ้าค่าศิลปะต่ำหรือผู้เล่นไม่มีชื่อเสียง

ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเรียนเอง เขาจะต้องเรียนวิธีการสลักแสงจันทร์ด้วยตัวเอง การแกะสลักแร่นี้คือการทดสอบสุดท้ายเพื่อเรียนการแกะสลักแสงจันทร์


เล่มที่ 8 ตอนที่ 4 : จบ

************************



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: