วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เล่ม 9 ตอนที่ 7: ผลงานอันยิ่งใหญ่ของแสงจันทร์ (Moonlight Grandmaster Piece)

เล่ม 9 ตอนที่ 7: ผลงานอันยิ่งใหญ่ของแสงจันทร์ (Moonlight Grandmaster Piece)

“ในที่สุดก็ถึงเวลาเริ่มแกะสลักสักที”
วัสดุที่วีดใช้แกะสลักนั้นคือหินก้อนใหญ่ภายในถ้ำ
หลังจากความเชี่ยวชาญทางประติมากรรมของเขาพัฒนาขึ้นมา  วัสดุธรรมดาก็ไม่อาจจะเพิ่มค่าชื่อเสียงได้มากนัก
แม้เขาจะสามารถใช้น้ำแข็งแทนได้ แต่มันก็มีขีดจำกัด อีกทั้งยังไม่เหมาะกับการแสดงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ ดังนั้นเขาจึงเลือกใช้ก้อนหินขนาดใหญ่แทน
วีดยืนจ้องหินก้อนนั้น
“แกะอะไรดีหว่า?”
ครั้งก่อนหน้านี้เขาไม่ลังเลเลยสักนิด
ไฟ!
ไฟ!
อะไรก็ได้อุ่นๆ
อะไรที่ง่ายๆ ตรงไปตรงมานั้นมันจะให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอ

ในการแกะสลักนั้น หากผู้แกะไม่ได้มุ่งหวังประโยชน์เพิ่มเติมจากผลงานและสนใจแต่แค่การแกะสลัก มันก็เป็นเรื่องง่ายๆ ธรรมดาๆแต่เมื่อวีดสั่งสมประสบการณ์มากขึ้น  มุมมองที่มีต่อการแกะสลักก็เริ่มจะเปลี่ยนไป
“งานประติมากรรม ไม่ได้คงอยู่ด้วยตัวของมันเองเท่านั้น  คงจำเป็นที่เราจะต้องพิจารณาสถานการณ์แวดล้อมด้วย”
แม้ว่าเขาจะแกะสลักกองไฟขึ้นมา   แต่มันก็จะให้แค่ความอบอุ่นน้อยๆ เท่านั้น
การแกะสลักไม่ได้ธรรมดาขนาดนั้น  เพราะมันเป็นสิ่งสะท้อนของอารมณ์ความรู้สึกที่แท้จริงและจิตวิญญาณของศิลปะ!
วีดตระหนักได้ว่าทักษะที่เขามีนั้นยังไม่อาจเทียบได้กับช่างฝีมือระดับปรมาจารย์
แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าอะไรคือองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของการสร้างงานประติมากรรม
“รูปสลักที่ไม่ให้อารมณ์ความรู้สึกใด ก็ไม่ต่างไปจากแท่งหินธรรมดา”

ในชีวิตจริง ฮุนเคยแกะสลักคุณยายของเขาครั้งหนึ่ง  เบื้องหน้าคุณยายผู้ใช้ชีวิตอยู่กับเขามาทั้งชีวิต
แน่นอนว่า ฝีมือแกะสลักของเขานั้นค่อนข้างแย่
แม้เขาจะเคยแกะสลักเป็นร้อยเป็นพันครั้งในโลกเสมือนจริง  แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นมันต่างกัน

ซึ่งเมื่อพิจารณาจากการทดลองแกะสลักที่เขาทำนั้น  แค่สัมผัสเล็กๆจากปลายนิ้วของเขาก็ทำให้เกิดความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในงานแกะสลักนั้นแล้ว  มันเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงมาก
รูปสลักที่เขาทำเสร็จนั้นมีข้อบกพร่องเยอะมาก
ซึ่งเมื่อมองใกล้ๆ มีหลายจุดที่ยังไม่สมบูรณ์ดี อีกทั้งยังมีตำหนิเพราะเขาใช้แรงมากเกินไปในการแกะ

ตำหนิร้ายแรงของรูปสลัก!
แต่มันก็ยังทำให้ผู้พบเห็นประทับใจได้ เพราะรูปสลักนั้นมีชีวิตของคุณยายของเขาบรรจุอยู่ข้างใน
ซึ่งสำหรับคนที่ไม่รู้นั้น   พวกเขาก็คงจะคิดว่ามันก็เป็นแค่รูปสลักของยายธรรมดา

แต่สำหรับหญิงชราผู้ซึ่งฟันฝ่าผ่านความยากลำบากนานัปการมาตลอดทั้งชีวิต  มันจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
ใบหน้าที่คุ้นเคยราวกับว่ามันมีชีวิต

เมื่อวีดสร้างรูปสลักสำเร็จ   ใบหน้าของรูปสลักที่มีร่องรอยของชีวิตซึมซาบอยู่นั้น ให้ความรู้สึกอันหลากหลายแก่หญิงชรา

และต่อให้เป็นงานของช่างแกะสลักผู้มีชื่อเสียงโด่งดังก็ตามที มันก็ไม่สามารถขับเคลื่อนผู้คนได้หากถูกสร้างโดยอาศัยแค่เทคนิคแต่ปราศจากความมุ่งหมาย

ในการแกะสลักนั้นผู้สร้างต้องทุ่มเททั้งเวลาและชีวิตให้กับมัน
เพราะฉะนั้น  จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องสร้างรูปสลักให้เข้ากับสถานการณ์ของเขา

‘เห็นได้ชัดว่าต้องไม่ลืมการสร้างเนื้อเรื่อง  ซึ่งคงจำเป็นต้องใส่ชีวิตของเราเข้าไปให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพราะเราอยากได้รูปสลักที่สามารถแสดงออกได้อย่างตรงไปตรงมาว่าตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์แบบไหน  ’
จากนั้น วีดก็นึกไอเดียอย่างหนึ่งออก

ชายหญิงคู่หนึ่งถูกทอดทิ้งไว้ในดินแดนเยือกแข็งทางทิศเหนือ พวกเขาตกอยู่ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น
ทั้งคู่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความหนาวเหน็บ
ธรรมชาตินั้นโหดร้าย
มีพายุหิมะพัดกระหน่ำตลอดเวลาอีกทั้งยังมีเสียงร้องที่หิวโหยของหมาป่าล่องลอยมา
โบร่ววววววววว!
“มาทางนี้”
ชายหนุ่มมีหน้าที่ปกป้องหญิงสาว
หลังจากผ่านความยากลำบากนานัปการ  พวกเขาก็พบถ้ำที่ปลอดภัยแห่งหนึ่งและเข้าไปหลบในนั้นเพื่อลี้ภัยจากพวกหมาป่าที่ดุร้าย
อย่างไรก็ตาม  แม้พวกเขาจะสามารถหลบหนีจากศัตรูร้ายได้  แต่ความหิวโหยและความหนาวเหน็บก็ยังติดตามพวกเขามา

หญิงสาวที่ทั้งสวยและใจดีจนไม่อาจจะหาหญิงใดในโลกหล้ามาทัดเทียมได้นั้น  เอ่ยกับชายหนุ่มว่า
“ฉันหนาวจัง”

ชายหนุ่มไม่อาจจะทำอะไรได้นอกจากมองเธอด้วยดวงตาที่เศร้าสร้อย
เพราะเขาไร้ความสามารถ ไม่อาจจะปกป้องหญิงสาวที่เขารักได้  ชีวิตของทั้งคู่จึงถูกแขวนอยู่บนขอบเหวแห่งความตาย
ถ้าหากชายหนุ่มสามารถสละชีวิตของตนเพื่อช่วยเธอได้ล่ะก็!
เขาคงจะทำเช่นนั้นเป็นแน่แท้
แต่ในความเป็นจริงนั่นก็ไม่ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปแต่อย่างใด และหญิงสาวก็ทราบเรื่องนี้ดี
เธอไม่ตำหนิชายหนุ่มแม้สักนิด
“ไม่ว่าจะยังไง ขอบคุณนะ”
“ขอบคุณ?”
“ที่อยู่กับฉันจนวาระสุดท้าย  ฉันรักคุณ”
สำหรับชายหนุ่มที่มีจิตใจเมตตาและอ่อนโยนแล้ว  คำพูดของเธอนั้นประดุจของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา
ฟุบ!
ชายหนุ่มเอื้อมมือสวมกอดหญิงสาว
“ผมก็รักคุณเช่นกัน”
ไม่ว่าผืนดินหรือฟากฟ้าจะหนาวเย็นสักเพียงไหน มันก็ไม่อาจจะแช่แข็งหัวใจของคู่รักคู่นี้ได้
พวกเขาทั้งคู่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นเมื่อสวมกอดกันและกัน
.
.

“ใช่แล้ว  คอนเซ็ปแบบนี้ล่ะแจ๋วแน่”
วีดหยิบมีดแกะสลักออกมาและเดินเขาหาก้อนหินก้อนโตนั้น

แกรกๆ
ฝุ่นผงจากก้อนหินร่วงโรยลงมา
วีดตัดขอบของก้อนหินนั้น และค่อยๆทำให้มันเป็นรูปเป็นร่าง
ในระหว่างที่แกะรูปสลักไปนั้นวีดพยายามเน้นความรู้สึกของคู่รักที่เป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกันลงไป
แน่นอนว่า เรื่องราวที่นึกถึงนั้นแตกต่างจากความเป็นจริงที่เขาประสบอยู่
เป็นความจริงที่ซอยุนและวีดมาที่แดนเหนือ  แต่พวกเขาไม่ได้โดดเดียวเพียงลำพัง อัลเวรอนก็อยู่ที่นี่ด้วย แน่นอนว่าทั้งมังกรน้ำแข็งปิงหลงและพวกไวเวิร์นก็อยู่ด้วยเช่นกัน
.
.
.
“สู้ให้ดีกว่านี้ไม่ได้รึไง เจ้าพวกอ่อนแอ ไร้ประโยชน์!”
วีดข่มขู่ดุด่าปิงหลงและพวกไวเวิร์น และยังบังคับให้โฮลี่พรีสอย่างอัลเวรอนต้องทำงานหนัก
แต่เขาซ่อนความจริงพวกนี้ไว้ไม่นำไปใส่ในบทละครที่เขาคิด
และความจริงยังไม่จบแค่นั้น
หญิงสาวที่อ่อนแอจนทำให้รู้สึกอยากปกป้องดูแลในเรื่องนั้น  แตกต่างจากซอยุนโดยสิ้นเชิง!
นักรบสาวผู้แข็งแกร่งที่สามารถสังหารมอนสเตอร์ได้ทุกตัวซอยุน
ที่ว่ามีหมาป่าที่หิวโหยอยู่นั้นอย่างน้อยก็ยังเป็นความจริงอยู่  แต่เหตุผลที่พวกมันร้องนั้นต่างออกไป
พวกมันนั้นร่ำร้อง อ้อนวอนขอความเมตตา เพราะไม่อยากถูกฆ่าอย่างทารุณและตกเป็นอาหารทันทีที่ถูกพบเห็น
ต่อให้พวกเขาต้องมาในสถานที่แบบนี้   วีดก็สามารถปรับตัวอยู่รอดได้แทนที่จะต้องหิวโหยจนตาย

“ก็นะ หากขึ้นชื่อว่าศิลปะแล้วล่ะก็ บางครั้งก็ต้องลืมๆ ความเป็นจริงไปบ้างแหละ”
ต่อให้เป็นวีรบุรุษที่ช่วยเหลือประเทศจากอันตรายก็ตาม  วีรบุรุษนั้นก็ยังต้องไปปลดทุกข์เช่นเดียวกับคนอื่นๆ
บางคนสามารถเสกสรรได้ว่าเขานั้นเอาชัยจากสงครามได้เช่นใด  แต่บางคนก็ไม่สามารถวาดหรือสร้างฉากแบบนั้นได้

ทุกครั้งที่วีดขยับมีดแกะสลัก  เศษหินก็ถูกเฉือนทิ้งไป
มันเริ่มจะปรากฎเป็นรูปเป็นร่างแล้ว
และเมื่อถึงเวลาเช้าตรู่ ซอยุนก็ล็อกอินเข้ามา
การต่อสู้นั้นเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ  ไม่ว่าจะเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน   ดังนั้นซอยุนจึงล็อกอินเข้าเกมเมื่อเธอคิดว่าถึงเวลาออกล่าแล้ว

เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นและมีแสงเรืองรองลอดเข้ามาที่ปากถ้ำ อุณหภูมิก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
“ถ้างั้น ไปล่ากันเถอะ”
วีดมุ่งหน้าไปยังหุบเขามรณะโดยอาศัยพวกไวเวิร์น
ออกล่าเมื่อดวงอาทิตย์ขึ้น  และสลักเมื่อดวงอาทิตย์ตก
เช่นนี้เอง  รูปสลักเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเรื่อยๆหลังจากผ่านมาหลายวัน

ชายหนุ่มและหญิงสาวต่างสวมกอดซึ่งกันและกันด้วยอารมณ์ที่แสดงออกมาราวกับพวกเขากำลังจะร้องไห้เพราะความเศร้าเสียใจบางอย่างที่อธิบายไม่ได้
แต่วีดกลับรู้สึกว่ามันยังไม่สมบูรณ์
“แค่กอดกันแบบนี้ยังไม่พอ”
แม้ว่าคู่รักนี้จะใกล้ชิดกันและกันมาก แต่เขารู้สึกว่าฉากแบบนี้ยังสื่ออารมณ์ออกมาไม่มากพอ
พวกเขาเป็นแค่คู่รักที่มีแต่ความเจ็บปวดและโศกเศร้า

วีดครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนว่ามีอะไรขาดหายไป
“ถ้าเราเป็นชายคนนี้ เราจะรู้สึกแบบไหนนะ?”  เขาถามตัวเอง
เขาคงจะรู้สึกถึงความอ่อนแอไร้ซึ่งพลังและเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เมื่อมองไปที่คนรักของตนที่กำลังจะตายลงอย่างช้าๆ เขาพยายามให้ความอบอุ่นแก่เธอ   ชายหนุ่มคงรู้สึกเศร้าเสียใจมาก
และด้วยความจริงที่ว่าเขาเองก็ไม่อาจจะทนได้อีกต่อไป  ชายคนนั้นคงจะต้องบอกลาหญิงสาวที่เขารัก   ซึ่งดวงใจของเขาคงหนักอึ้งไปด้วยความทุกข์
การบอกลาและความตาย
วีดเคยสูญเสียสมาชิกในครอบครัวมาก่อน ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่ามันจะเศร้าเสียใจแค่ไหน
วีดตัดสินใจได้แล้ว
“นี่เป็นผลงานที่ผิดพลาด”

แม้จะพยายามอย่างหนักมาหลายวันเพื่อสร้างมันงานชิ้นนี้ แต่วีดก็ตัดสินใจจะทิ้งมันไป
เมื่อเขารู้แล้วว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดพลาด  เขาก็ไม่อาจจะฝืนทำมันต่อไปได้อีก

วีดเริ่มแกะก้อนหินก้อนใหม่
ครั้งนี้  คู่รักก็กำลังกอดกันอีกครั้งหนึ่ง
ราวกับว่าวีดกำลังพยายามจะเสียเวลาครั้งที่สอง   งานชิ้นนี้ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากชิ้นแรกเท่าไรนัก
แม้ว่าเขาจะทำรูปสลักคล้ายๆ ของเดิม แต่ทักษะแกะสลักของเขานั้นไม่แย่เหมือนครั้งนั้น นั่นคงเป็นเพราะว่าความเชี่ยวชาญของเขาเพิ่มขึ้น

หากจะถามถึงสิ่งที่แตกต่างกันล่ะก็ ดูเหมือนว่าตอนนี้ทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวต่างกำลังยิ้ม
รอยยิ้มแสนหวานที่ทั้งคู่แสดงออกมาให้กันและกัน
“หากคุณกำลังจะจากโลกใบนี้ไปล่ะ  คุณก็ควรจะยิ้ม เพราะนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่คุณสามารถมอบให้แก่คนที่คุณรักได้”
พ่อแม่ของวีดจากไปตั้งแต่เขายังเด็ก
ครั้งสุดท้ายที่วีดได้เห็นพ่อและแม่ก็คือตอนที่พวกเขากำลังเข้าไปในห้องผ่าตัดในโรงพยาบาล
ตอนนี้เขาเอาแต่ร้องไห้  ร้องไห้ไม่หยุด
เขาร้องไห้เพราะมันทรมานจิตใจของเขาเหลือเกิน
แต่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจทราบได้ว่า หลังจากนั้นเขาเสียใจมากแค่ไหน
“เราควรจะยิ้ม  เราควรจะมอบรอยยิ้มที่ดีที่สุดให้พ่อกับแม่”

เขาควรจะยิ้ม  เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่เป็นไร  และเขาจะอยู่อย่างมีความสุขกับน้องและคุณยาย
การที่ไม่ได้ทำเช่นนั้น  มันทำให้วีดยังรู้สึกเสียใจมาจนถึงทุกวันนี้
“ใช่แล้ว  รอยยิ้มนี่ล่ะดีที่สุด”

วีดสร้างรูปสลักที่ยิ้มอย่างมีความสุขให้แก่กันและกัน
รอยยิ้มที่ท่วมท้นไปด้วยความรักและความเชื่อใจ
แต่มันยังคงมีเค้ารางแห่งความเศร้าบางอย่างเจือปนอยู่ด้วย

ทั้งสองคนโอบกอดกันอย่างแนบแน่น เพื่อแบ่งปันความอบอุ่นอันเล็กน้อยของตนเองให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง และเพื่อจะได้ไม่แยกจากกันตลอดไป

 
โปรดตั้งชื่อให้รูปสลัก


วีดเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้มีดแกะสลักไปที่ผลงานของเขา
"คู่รักที่อบอุ่น"

เขาตัดสินใจใช้ชื่อง่ายๆ นั้น เพราะเห็นว่าคู่รักกำลังกอดกันและกันในสถานที่อันหนาวเย็นนี้
แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ออกมาดีเยี่ยมอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งนั่นเป็นเพราะอารมณ์ความรู้สึกที่รูปสลักแผ่ออกมานั่นเอง

คุณประสงค์จะตั้งชื่อรูปสลักว่า "คู่รักที่อบอุ่น" ใช่หรือไม่?

 "ใช่"
จริงๆ แล้ววีดรู้สึกผิดอยู่บ้างเมื่อเขาตั้งชื่อนั้น ซึ่งนั่นเป็นเพราะใบหน้าของชายและหญิงคู่นี้

ตอนแรกเขาก็ไม่รู้ตัว  แต่ดูเหมือนว่าใบหน้าของชายคนนั้นจะเหมือนวีดมาก
ซึ่งนั่นเป็นเพราะเขาใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไป และแกะสลักไปพร้อมๆ กับครุ่นคิดย้อนไปถึงสิ่งที่เขาเสียใจมาตลอด  จนทำให้เขาเผลอสลักใบหน้าตัวเองลงไป

และด้วยการที่เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมาก  เขาจึงไม่อาจจะยิ้มอย่างบริสุทธิ์ได้
มันไม่ใช่รอยยิ้มเน่าๆ น่ารังเกียจ แต่เป็นรอยยิ้มที่พึ่งพาได้และสว่างไสวเจิดจ้าซึ่งเขาจะโชว์ให้เห็นก็แต่คนในครอบครัวเท่านั้น

ถ้าใบหน้าของรูปสลักชายหนุ่มเหมือนวีดเพียงอย่างเดียว มันก็ไม่มีเรื่องต้องกังวลแต่ประการใด
แต่ปัญหาก็คือ ใบหน้าของหญิงสาวดันเหมือนซอยุนยังกับแกะ
หากจะกล่าวว่าซอยุนนั้นงดงามจนหญิงใดมิอาจเทียบได้  ก็ไม่เกินความจริงแต่ประการใด
ในกรณีที่ไม่นำรสนิยมส่วนตัวมานับรวมด้วยแล้ว  ถือได้ว่าซอยูนนั้นงดงามจริงๆ

วีดแกะสลักเธอมาหลายครั้งจนตอนนี้ต่อให้ต้องปิดตาเขาก็สามารถแกะสลักใบหน้าของเธอได้   เขาจึงเผลอแกะสลักเธอไปตามธรรมชาติ

'แย่ล่ะสิ'

มันคงจะเป็นปัญหาที่ต้องมานั่งแก้ในอนาคต  แต่สำหรับตอนนี้วีดตัดสินใจละมันไว้ก่อน
ซึ่งไม่ได้เป็นเพราะว่าเขาสามารถแก้ไขผลงานที่สำเร็จแล้วได้ แต่เป็นเพราะใบหน้าของหญิงสาว หรือใบหน้าของซอยูนนั้นหันไปทางกำแพงถ้ำ  ซึ่งมันคงมองเห็นไม่ง่ายนักถ้าไม่ตั้งใจไปดูจริงๆ
ไม่ว่าจะยังไง  วีดก็ชอบผลงานที่สำเร็จแล้วชิ้นนี้

ติ้ง!

 รูปสลักแสงจันทร์อันยิ่งใหญ่
คุณสร้าง "คู่รักที่อบอุ่น" ได้สำเร็จ!
คู่รักในสถานที่ซึ่งแม้กระทั่งลมหายใจยังกลายเป็นน้ำแข็งได้  
ผลงานนี้แสดงออกถึงความรักของทั้งคู่ที่แม้กระทั่งความตายก็ไม่อาจแยกพวกเขาออกจากกันได้
เนื่องจากความน่าประทับใจที่แสดงออกมา  ผลงานชิ้นนี้สมควรถูกตั้งโชว์ไว้ในพระราชวังหรือพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของกษัตริย์
ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าใด ผลงานชิ้นนี้ยิ่งมีคุณค่ามากขึ้นเท่านั้น
ประติมากรผู้มีความคิดสร้างสรรค์และมีรสนิยมที่สูงส่งได้เรียนรู้และนำทักษะที่ถูกลืมกลับคืนมา
การสลักแสงจันทร์
ผลงานชิ้นนี้จะจารึกชื่อของมันไว้ในประวัติศาสตร์แห่งการแกะสลักของทวีป
คุณค่าทางศิลปะ : ผลงานของประติมากรอัจฉริยะ  'วีด'    2,600
ผลลัพธ์พิเศษ :
ใครก็ตามที่ได้เห็นคู่รักที่อบอุ่น จะเพิ่มอัตราการฟื้นฟูพลังชีวิตและมานา 20% ต่อวัน
ความต้านทานอากาศเย็นเพิ่มขึ้น 40%
พลังชีวิตสูงสุดเพิ่มขึ้น 25%
ทุกค่าสถานะเพิ่มขึ้น 20 หน่วย
-ประติมากรรมนี้แผ่อากาศร้อนออกมา หากใครสัมผัสมันอาจจะถูกเผาได้
-ได้รับค่าประสบการณ์แบบปาร์ตี้เพิ่มขึ้น 6%
-เมื่อคู่รักสวมกอดกันและกันเบื้องหน้ารูปสลัก พวกเขาจะได้รับพรจาก คู่รักที่อบอุ่น
-ผลกระทบจะไม่ทับซ้อนกับผลกระทบของประติมากรรมอื่นๆ
-จำนวนผลงานแสงจันทร์อันยิ่งใหญ่ที่ทำได้สำเร็จ : 1


.
.
.
ซอยูนล็อกอินเข้าเกมในตอนรุ่งสางเช่นเดิม
นอกเสียจากจะมีจานที่ต้องล้างหลังจากกินเสร็จ หรือมีแผ่นหนังสัตว์ที่ได้จากการล่าที่ต้องจัดแบ่ง
เธอจะล็อกอินเข้ามาตรงเวลาเสมอ
ในอดีตเธอไม่ได้ล็อกอินเข้าเกมบ่อยนัก
แต่หลังจากมาแดนเหนือกับวีด  เธอก็ไม่เคยมาสายเลย

ภายในถ้ำที่มักจะมีสายลมอันหนาวเย็นพัดโชยอยู่เสมอนั้น วันนี้กลับมีสายลมอบอุ่นพัดออกมาจากส่วนลึกของถ้ำ
"...........?"
หลังจากเดินดูรอบๆ ซอยูนก็พบรูปสลักที่ไม่เคยตั้งอยู่มาก่อน
มีชายหนุ่มที่สวมเสื้อผ้าบางเบา
มีหญิงสาวที่สวมเสื้อแขนสั้น ไม่เหมาะกับสภาพอากาศที่นี่

'เป็นรูปสลักที่สวยจัง'
จากจุดที่ซอยูนยืนอยู่ เธอสามารถมองเห็นด้านหลังของหญิงสาวและใบหน้าของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มนี้เหมือนวีดมาก

'เขายิ้มแบบนั้นได้ยังไงนะ?'
ซอยูนเอียงคอสงสัย

แม้ว่ารูปสลักจะสวมใส่เสื้อผ้าที่บางเบา แต่พวกเขาก็มีรอยยิ้มที่มองดูแล้วอบอุ่นหัวใจ
มีสายลมที่อบอุ่นพัดออกมาจากรูปสลัก
"........."
ซอยูนยังคงจ้องมองรูปสลักอยู่
'เป็นรูปสลักที่ทำได้ดีมากเลย'

ทั้งรายละเอียดต่างๆ และบรรยากาศที่เปล่งออกมานั้น ทำให้เธอรู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่ามันสร้างขึ้นจากก้อนหิน
รูปสลักที่เปล่งแสงอันอ่อนโยนออกมานั้นช่างดูสวยงาม

แม้ว่าใบหน้าของพวกเขาจะมีรอยยิ้ม แต่พวกเขาก็พยายามอย่างมากเพื่อโอบกอดกันในสถาณการณ์อันเลวร้าย
มันเป็นรูปสลักที่เติมเต็มหัวใจด้วยความรัก

'ต้องเป็นคนที่มีจิตใจอบอุ่นเท่านั้นถึงจะสามารถสร้างรูปสลักแบบนี้ได้'
ซอยูนมองไปที่วีดซึ่งกำลังนอนหลับข้างรูปสลักด้วยสายตาที่อบอุ่น
เขาเป็นชายที่มีพรสวรรค์มากมาย   เขาทำอาหารอร่อยและเอาตัวรอดได้ดี  ชายขี้เหนียวผู้เพียรพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้เงินเพิ่มขึ้นแม้สักไม่กี่เหรียญทองแดง
แต่กระนั้น เขามีสิ่งหนึ่งที่คนอื่นไม่มี นั่นก็คือ ดวงใจที่อบอุ่น  
เธอคิดว่าวีดนั้นเป็นคนดี

ทันใดนั้น วีดก็เด้งตัวตื่นขึ้นจากการนอน
"เราคงเผลอหลับไปหลังจากทำงานหนัก   เธอคงยังไม่มานี่ใช่ไหม?  เอื้อก!" (เสียงกลืนน้ำลาย tlnote)
เมื่อวีดเงยหน้าขึ้นและเจอซอยูน    ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับเห็นผี
แน่นอนว่าเขาสั่นไปหมดแล้ว
"ธ--เธอมาเมื่อ...."
ความหวาดกลัวของวีดยังไม่หยุดแค่นี้
ถ้าเธอเห็นใบหน้าของรูปสลัก  เธอคงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ!
แต่ซอยูนก็ยืนอยู่เฉยๆ โดยไม่แสดงอาการอะไร  เธอคิดว่าวีดนั้นช่างเป็นคนดี  แต่เธอก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกออกไป

'ฉันไม่คู่ควรให้ใครรัก'
ซอยูนมักจะรู้สึกเจ็บปวดในใจเสมอ  เธอมีชีวิตอยู่โดยไม่พูดคุยกับใครมาหลายปีแล้ว
เธออยากจะได้พูดคุย  ได้สนทนา    แต่ความกลัวมักจะเข้ามาก่อนเสมอ
ความกลัวที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรเธอจะถูกหวาดกลัวและไม่เป็นที่รัก

เธอเคยชินกับการไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึก  ถ้าเธอซ่อนตัวเองจากคนอื่นๆ  ความเจ็บปวดก็จะน้อยลงไป
แต่กระนั้น เธอก็ได้ใช้เวลาพอสมควรกับวีด
ความสุขในเทศกาลเมืองโมราต้า
ช่วงเวลาภายในถ้ำ
อย่างน้อย ซอยูนก็ไม่ได้รู้สึกแย่ในการติดตามอยู่รอบๆ วีด
แต่เธอก็ยังไม่ได้แสดงความรู้สึกออกมา
เธอจำเป็นต้องซ่อนตัวเองต่อไปอีก  เพราะวีดเป็นเพียงคนไม่กี่คนที่เธอรู้จัก

'ฟู่  เธอคงยังไม่เห็น'
เมื่อมองจากรีแอคชั่นของซอยูน  วีดได้แต่เดาว่าเธอคงยังไม่เห็นใบหน้าของหญิงสาว
"ถ้างั้น"  เขากล่าวอย่างเร่งรีบ
"ไปล่ากันเถอะ!"

ซอยูนไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธ   พวกเขาทั้งคู่จึงมุ่งหน้าออกจากถ้ำ
แต่ก่อนจะออกไป  ซอยูนหันกลับมา
เธออยากจะเก็บภาพของรูปสลักไว้ในความทรงจำอีกนิด
ใบหน้าของวีดที่สวมกอดหญิงสาวนั้นช่างมีรอยยิ้มที่สว่างไสว

เล่ม 9 ตอน 7 จบ



<a href='https://ads.dek-d.com/adserver/adclick.php?n=a6753880' target='_blank'><img src='https://ads.dek-d.com/adserver/adview.php?what=zone:696&amp;n=a6753880' border='0' alt=''></a>

2 ความคิดเห็น: